แม่ค้ามือทองกับสามีทหารหนุ่ม: ยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านด้วยกลิ่นอายอาหารป่า•ตอนที่ 13

สูตรลับฉบับหลินจื่อ

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
ควันสีขาวนวลที่ลอยกรุ่นขึ้นจากเตาดินเผา ผสมผสานเข้ากับกลิ่นหอมฉุนของพริกเสฉวนและรากผักชีป่า จนทำให้บรรยากาศรอบบ้านพักข้าราชการทหารชายขอบในยุคเจ็ดศูนย์อบอวลไปด้วยความมีชีวิตชีวา หลินจื่อกะพริบตาไล่ความอ่อนล้าจากการง่วนอยู่กับสมุนไพรในมิติลับตลอดคืน มือเรียวบางตักน้ำซุปกระดูกหมูป่าที่เคี่ยวจนน้ำเป็นสีขาวข้นราวกับน้ำนมหยอดลงในหม้อดินอีกใบ เสียงน้ำซุปเดือดปุดๆ พร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนที่โชยทะลุผ่านหน้าต่างไม้เก่าๆ ออกไปด้านนอก นั่นคืออาวุธชิ้นใหม่ที่เธอตั้งใจจะใช้พลิกเกมในตลาดเช้านี้ "กลิ่นนี่มัน..." จางอี้ก้าวเท้าเข้ามาในห้องครัวด้วยร่างสูงใหญ่ที่ยังคงกลิ่นอายความเข้มงวดของค่ายทหาร ดวงตาคมกวาดมองภรรยาคนสวยที่กำลังงละมุนอยู่กับการตำเครื่องเทศในครกหิน แววตาของนายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่านิ่งขรึมและปากหนักฉายแววอ่อนโยนขึ้นอย่างปิดไม่มิด มือหนายื่นเข้ามาช่วยยกหม้อดินใบใหญ่อย่างรู้หน้าที่ โดยไม่ต้องเอ่ยปากขอร้องแม้แต่คำเดียว "ถ้าป้าสะใภ้หลิวกับพวกคนบ้านใหญ่ได้กลิ่นนี้เข้า คงไม่ได้มาเคาะประตูบ้านเราด้วยมือเปล่าแน่ๆ ครับ" จางอี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกวาดมองวัตถุดิบแปลกตาบนโต๊ะไม้ ทั้งหน่อไม้ป่าดองเกลือ เห็ดหอมภูเขา และเนื้อกวางตุ่นที่ถูกหมักจนเข้าเนื้อด้วยเครื่องเทศลับจากมิติของภรรยา "ก็ปล่อยให้พวกเขามาสิครับ..." หลินจื่อแย้มรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับราวกับเด็กน้อยที่ถือไพ่เหนือกว่าในมือ "ฉันไม่ได้เตรียมสำรับนี้ไว้ต้อนรับญาติผู้ประเสริฐพวกนั้นหรอกนะ แต่ฉันเตรียมไว้สำหรับเปิดตลาดเสรีต่างหากล่ะ พี่จางอี้... วันนี้เราจะทำให้คนครึ่งค่ายทหารและชาวบ้านต้องวิ่งตามกลิ่นอาหารของฉันมาเอง" ความตั้งใจของหลินจื่อไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยแม้แต่น้อย เมนู "ไก่ผัดพริกเสฉวนป่าราดซอสกระดูกหมูตุ๋นสมุนไพร" ที่เธอบรรจงปรุงขึ้นด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศจากมิติลับ ผสานกับฝีมือการทำอาหารที่สะสมมาข้ามภพ ทำให้ทันทีที่ฝาหม้อถูกเปิดออกในยามสาย กลิ่นหอมอันซับซ้อนและรัญจวนใจก็พัดพาไปตามสายลมฤดูใบไม้ร่วง กระจายตัวปกคลุมไปทั่วทั้งตรอกซอกซอยของชุมชนทหารอย่างรวดเร็วราวกับมีฤทธิ์เดช ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงสูดปากด้วยความอยากอาหารก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วบ้าน ป้าสะใภ้หลิวผู้มักจะมาพร้อมกับใบหน้าบึ้งตึงและคำพูดคอยจิกกัด ยามนี้กลับยืนทำจมูกฟุดฟิด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึงงันเมื่อมองลอดรั้วไม้เข้ามาเห็นหม้อดินใบโตที่กำลังส่งควันหอมกรุ่น "หลินจื่อ! นี่หล่อนทำอะไรกินกันแน่? ทำไมถึงได้หอมตลบอบอวลไปสามบ้านแปดบ้านแบบนี้!" เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ดังขึ้นทำลายความเงียบ ทว่าหลินจื่อหาได้ใส่ใจไม่ หญิงสาวตักอาหารสีสันน่ารับประทานลงในชามกระเบื้องเคลือบอย่างใจเย็น ราวกับมองไม่เห็นร่างอ้วนท้วมที่กำลังยืนกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่อยู่ที่หน้าบ้าน "อ้าว ป้าสะใภ้ ลมอะไรหอบมาล่ะครับเนี่ย หรือว่ากลิ่นอาหารมันลอยไปเตะจมูกจนทนไม่ไหว?" จางอี้ก้าวออกไปยืนบังหน้าภรรยา ร่างกายกำยำแผ่รังสีความกดดันแบบนายทหารสนามจนป้าสะใภ้หลิวต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างหวาดๆ แต่ความอยากรู้อยากเห็นและความโลภก็มีมากกว่าความกลัว "ฉัน... ฉันแค่เดินผ่านมาต่างหาก!" ป้าสะใภ้หลิวแก้ตัวเสียงแข็ง พยายามชะเง้อคอมองข้ามไหล่กว้างของหลานเขย "แล้วนี่ทำอะไรกิน กลิ่นหอมชวนคลื่นไส้ เอ้ย ชวนหิวขนาดนี้ เอามาให้ฉันชิมสักชามสิ ฉันเป็นผู้ใหญ่ในบ้านนะ หลินจื่อ หล่อนต้องรู้จักเคารพผู้อาวุโสบ้าง!" หลินจื่อวางตะหลิวไม้ลง เผยรอยยิ้มบางเบาที่ชวนให้รู้สึกหนสันหลังวาบ เธอก้าวออกมาจากครัว ชายตามองญาติผู้พี่ที่ชอบเอาเปรียบด้วยแววตานิ่งสงบแต่เฉียบคม "ผู้อาวุโสหรือครับ? แต่ถ้าฉันจำไม่ผิด เมื่อวานนี้เพิ่งจะประกาศตัดขาดความสัมพันธ์เครือญาติกันกลางลานหมู่บ้านไปหยกๆ มิใช่หรือ หรือว่าความจำของป้าสะใภ้จะเสื่อมถอยไปตามอายุเสียแล้ว?" คำพูดที่นิ่มนวลแต่เชือดเฉือนทำเอาป้าสะใภ้หลิวหน้าชาซ่าราวกับถูกตบด้วยความจริง ทว่า ก่อนที่ป้าสะใภ้จะทันได้โวยวาย เสียงฮือฮาของผู้คนในละแวกใกล้เคียงก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน เหล่าแม่บ้านทหารและชาวบ้านต่างพากันเดินถือชามและปิ่นโตตามกลิ่นหอมมาออกันที่หน้าบ้านของหลินจื่ออย่างเนืองแน่น ทุกคนต่างส่งสายตาเว้าวอนและจ้องมองหม้ออาหารในมือของหลินจื่อราวกับเด็กน้อยรอคอยขนมหวาน "สหายหลินจื่อ! อาหารในหม้อนั่นคืออะไร ทำไมถึงได้หอมเย้ายวนใจขนาดนี้ ขายหรือเปล่า? ฉันขอซื้อชามหนึ่ง!" แม่บ้านนายทหารคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างลืมตัว หลินจื่อหันไปสบตากับจางอี้ ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันอย่างรู้ใจ นี่คือจังหวะเวลาที่เธอรอคอย—การสร้างชื่อเสียงและยกระดับฐานะผ่านปลายจวักของตนเอง "ขายครับ... แต่อาหารจานนี้มีจำนวนจำกัด สูตรลับฉบับหลินจื่อ ชามละสองเหมา พร้อมข้าวสวยร้อนๆ!" สิ้นเสียงประกาศของหญิงสาว ฝูงชนที่หน้าบ้านต่างก็แย่งกันชูเงินในมือขึ้นสูงทันที ป้าสะใภ้หลิวที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ริมวงล้อมได้แต่มองภาพนั้นด้วยความอิจฉาริษยาจนตาแทบถลน ขณะที่หลินจื่อกำลังตักอาหารแจกจ่ายให้กับลูกค้าอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังคึกคักและยอดเงินในกระเป๋าของหลินจื่อกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นเอง เสียงย่ำเท้าหนักๆ ของรถจีพทหารคันเก่งก็แล่นมาจอดสนิทที่หน้าบ้าน พร้อมกับการก้าวลงมาของชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแต่งกายยศสูงผู้มีสีหน้าเคร่งเครียดและดวงตาคมกริบ กวาดมองตรงมาที่หม้ออาหารป่าของหลินจื่อโดยไม่กะพริบตา "กลิ่นนี่... ใครเป็นคนทำอาหารจานนี้?" น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยถามขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมไปชั่วขณะ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ ขอให้มีความสุขกับการอ่านครับ - ใบชาหอมหมื่นลี้
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับสามีทหารหนุ่ม: ยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านด้วยกลิ่นอายอาหารป่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%