แม่ค้ามือทองกับสามีทหารหนุ่ม: ยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านด้วยกลิ่นอายอาหารป่า•ตอนที่ 17

ฤดูกาลแห่งการเก็บเกี่ยว

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
เสียงกระแทกของลังไม้สนที่วางลงบนพื้นดินเสียงดัง *ตุ้บ!* เรียกสายตาทุกคู่ในลานบ้านให้หันมามองเป็นตาเดียว ภายในลานตากผลผลิตหลังบ้านของหลินจื่อเวลานี้ แน่นขนัดไปด้วยพืชผักป่าและสมุนไพรชั้นดีที่เขียวขจีจนแทบจะเปล่งประกายออกมาได้ "ถ้าเรายังเก็บเห็ดหอมและหน่อไม้ป่าชุดนี้ขึ้นมาเพิ่มอีกวันพรุ่งนี้ โกดังเก็บบิลเล็ตหลังบ้านคงต้องระเบิดเป็นแน่ครับภรรยา" จางอี้เอ่ยขึ้นพร้อมกับใช้แขนเสื้อปาดเหงื่อที่ผุดพรายตามไรผม นายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ถอดเสื้อคลุมทหารออก เผยให้เห็นแผ่นหลังหนาภายใต้เสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อจากการแบกหามผลผลิตนับร้อยกิโลกรัมตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง สายตาคมกริบที่เคยใช้เล็งเป้าหมายในสนามรบ บัดนี้ทอดมองไปยังกองผลผลิตล้นทะลักด้วยความรู้สึกกึ่งทึ่งกึ่งหนักใจ หลินจื่อที่กำลังก้มหน้าก้มตาคัดแยกพริกป่าสีแดงสดใส่ตะกร้าสานไผ่เงยหน้าขึ้นมา หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างคนกุมความลับระดับชาติเอาไว้ "หนักใจอะไรกันครับพี่จางอี้ ของล้นตลาดแบบนี้ ในสายตาคนอื่นอาจจะเป็นปัญหาใหญ่หลวง แต่ในสายตาของฉัน มันคือภูเขาเงินภูเขาคำที่กำลังรอให้เราไปตักตวงต่างหากล่ะครับ" ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มิติลับในกำไลหยกโบราณของเธอกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้พืชผลเติบโตเร็วกว่าปกติถึงสามเท่า แถมยังมีคุณภาพความสดใหม่ชนิดที่ต่อให้เอาไปวางขายในตลาดหลวงเมืองหลวง ก็ยังถือเป็นสินค้าเกรดพรีเมียม แต่นั่นแหละครับปัญหา... ผลผลิตที่ล้นทะลักออกมาจนเกินกำลังการบริโภคของคนในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ ทำให้พวกเขาไม่สามารถระบายสินค้าได้ทัน หากปล่อยทิ้งไว้ให้อบแห้งแบบเดิม ราคาที่จะขายได้ย่อมลดฮวบลงอย่างน่าเสียดาย ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยก็ดังแว่วมาจากหน้าประตูรั้วไม้ไผ่ "โอโฮ! นี่มันกองขยะอะไรกันเนี่ย เต็มลานบ้านจนไม่มีที่เดินแล้ว หลินจื่อ เธอคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าที่เจ้าทางรึไง ถึงได้ไปกว้านซื้อหรือขุดเอาของไร้ค่าพวกนี้มาสุมหัวไว้รกบ้านแบบนี้?" ร่างท้วมของป้าสะใภ้หลิวค่อยๆ เบียดตัวผ่านประตูรั้วเข้ามา ใบหน้าหยະຍิกเหยี่ยวย่นเต็มไปด้วยรอยยิ้มสมเพชเวทนา มืออวบอูมกอดอกแน่น กวาดสายตามองกองพืชผลราคาแพงด้วยความริษยาที่ปิดไม่มิด แม้ปากจะบอกว่าเป็นขยะ แต่ประกายตาที่จ้องมองเห็ดหอมอวบอ้วนและโสมป่าราคาทองคำนั้นวาววับเสียยิ่งกว่าเห็นก้อนเงิน หลินจื่อมิได้แสดงอาการตกใจหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย หญิงสาวยังคงนั่งยองๆ จัดเรียงพริกป่าอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาญาติผู้พี่ตัวแสบด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา "อ้าว... ลมอะไรหอบป้าสะใภ้มาถึงนี่ได้ล่ะครับ หรือว่ากลิ่นเงินจากแปลงผักของบ้านเรามันหอมจนลอยไปเตะจมูกถึงบ้านโน้น เข้ามาสิครับ ระวังสะดุดลังไม้ของพวกเราล่ะ ของพวกนี้มีราคาค่างวด ถ้าเสียหายขึ้นมา ป้าสะใภ้คงไม่มีปัญญาชดใช้ไหวหรอกนะครับ" คำพูดที่เจือรอยยิ้มแต่เชือดเฉือนนิ่มๆ นั้น ทำให้ใบหน้าของป้าสะใภ้หลิวบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ นางก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้ ทุบมือลงบนโต๊ะไม้เก่าเสียงดังลั่น "นังเด็กปากดี! แกกล้าดียังไงมาพูดจาอวดดีกับฉัน แบบนี้สินะที่เขาว่าคนรวยขึ้นมาแบบฉาบฉวย มIEกมากจนล้นมือ สุดท้ายก็ขายไม่ออก เน่าคาบ้านจนต้องเอาไปทิ้งให้หมูกิน! ฉันมาวันนี้เพราะความหวังดีหรอกนะ เห็นแก่ที่พวกเราเป็นญาติกัน ถ้าแกยอมยกแปลงผักหลังเขาครึ่งหนึ่งให้ลูกชายฉันดูแล และแบ่งเงินสดในตู้ให้ฉันยืมสักครึ่งหนึ่ง ฉันจะช่วยแนะนำคนรับซื้อของโหลๆ พวกนี้ให้... ว่าไงล่ะ?" จางอี้ที่ยืนเงียบสังเกตการณ์อยู่ข้างกองฟืน ขยับตัวก้าวเข้ามาบังหน้าภรรยาโดยสัญชาตญาณ รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างหนาจนป้าสะใภ้หลิวต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว แม้สามีทหารหนุ่มจะพูดน้อย แต่สายตาที่เขามองมานั้นคมกริบราวกับใบมีดโกน "บ้านเราไม่ต้อนรับโจรปล้นกลางวัน ถ้าไม่มีธุระอะไรเชิญกลับไปครับ" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอמהเอ่ยขึ้นอย่างเฉียบขาด ป้าสะใภ้หลิวหน้าเสียแต่ยังไม่ยอมแพ้ นางแค่นเสียงฮึดฮัด "哼! ปากดีกันเข้าไปเถอะ ระวังเถอะวะ สินค้าล้นมือแบบนี้ ถ้าพรุ่งนี้ยังหาคนซื้อไม่ได้ ของเน่าพวกนี้จะตีกลับมาทับหัวพวกแกตายแน่!" พูดจบ นางสะบัดก้นเดินหนีออกไปพร้อมกับคำสาปแช่งไล่หลัง บรรยากาศกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่ปัญหาเฉพาะหน้ายังคงตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า หลินจื่อถอนหายใจเบาๆ นางรู้ดีว่าป้าสะใภ้หลิวพูดถูกครึ่งหนึ่ง หากยังพึ่งพาตลาดสดในอำเภอเล็กๆ แห่งนี้ ไม่มีทางที่สินค้าปริมาณมหาศาลจะระบายออกได้หมดในเวลาอันสั้น การจะหา "ช่องทางส่งออก" ไปยังเมืองใหญ่หรือฐานทัพใกล้เคียงจึงเป็นหนทางเดียว "พี่จางอี้ครับ..." หลินจื่อเงยหน้าขึ้นมองสามี แววตาดำขลับเป็นประกายมุ่งมั่น "เราต้องเดินทางไปที่ค่ายทหารเขตเหนือในวันพรุ่งนี้ครับ" จางอี้เลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ "ค่ายทหารเขตเหนือ? ที่นั่นเป็นเขตควบคุมพิเศษ การจะนำสินค้าเกษตรเข้าไปค้าขายไม่ใช่เรื่องง่ายนะจื่อจื่อ อีกอย่าง ทางหลวงสายหลักช่วงนี้กำลังซ่อมแซม..." "ไม่ใช่แค่เรื่องค้าขายธรรมดาหรอกครับ" หลินจื่อลุกขึ้นยืนปัดเศษดินตามชายเสื้อ รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ฉันได้ยินข่าววงในมาว่า กองพลทหารเขตเหนือประสบปัญหาขาดแคลนเสบียงอาหารสดมาเป็นสัปดาห์แล้ว เนื่องจากหิมะถล่มปิดกั้นเส้นทางขนส่งจากทางเหนือ และถ้าฉันเดาไม่ผิด... สหายเก่าของพี่ที่เคยร่วมรบด้วยกัน น่าจะดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายส่งกำลังบำรุงที่นั่นพอดีใช่ไหมครับ?" จางอี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงสหายสนิทที่เพิ่งเลื่อนขั้นไปประจำการ ณ ที่แห่งนั้น ก่อนที่จางอี้จะทันได้เอמהเอ่ยสิ่งใด เสียงเคาะประตูรั้วด้านนอกก็ดังขึ้นอีกครั้ง... แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เสียงทุบอย่างหยาบคายแบบป้าสะใภ้หลิว หากแต่เป็นเสียงเคาะเป็นจังหวะหนักแน่น และตามมาด้วยเสียงยานยนต์ทหารคันใหญ่ที่จอดสนิทอยู่หน้าบ้าน *เอี๊ยด...* ประตูรั้วเปิดออกเผยให้เห็นชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารยศนาย ภาคสนามเต็มยศ ใบหน้าคมคายมีรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางคิ้วซ้าย ดวงตาดุดันกวาดมองเข้ามาในลานบ้าน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่จางอี้และหลินจื่อ ชายคนนั้นยิ้มกว้างจนเห็นไรฟันขาวสะอาด แล้วเอמהเอ่ยเสียงดังฟังชัด "ฮั่นแน่! จางอี้ สหายเก่า! ได้ยินว่านายแต่งงานมีภรรยาฝีมือทำอาหารเป็นเลิศจนลือไปทั่วค่ายทหาร... ฉันผู้กอง 'สือหลี่' เลยถือวิสาสะขับรถบรรทุกทหารห้าคันโตๆ มาขนเสบียง... เอ้ย มาเยี่ยมเยียนนายถึงที่นี่ หวังว่าคงจะมีของอร่อยๆ ต้อนรับคนหัวแตกอย่างฉันนะ!" หลินจื่อสบตากับจางอี้ทันที รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าของทั้งคู่ ราวกับสวรรค์ส่งทางออกเส้นทางทองคำมาให้ถึงหน้าบ้านในเวลาที่เหมาะเจาะที่สุด ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ ขอให้มีความสุขกับการอ่านครับ - ใบชาหอมหมื่นลี้
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับสามีทหารหนุ่ม: ยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านด้วยกลิ่นอายอาหารป่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%