แม่ค้ามือทองกับสามีทหารหนุ่ม: ยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านด้วยกลิ่นอายอาหารป่า•ตอนที่ 18

คู่ค้าต่างเมือง

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"ป้ายราคาห้าร้อยหยวนต่อกิโลกรัมสำหรับเห็ดหลินจื้อป่าชั้นดี... เกรงว่ารสนิยมของพ่อค้าจากเมืองหลวงท่านนี้ คงจะประเมินค่าความเหนื่อยยากของชาวบ้านภูเขาต่ำเกินไปกระมังครับ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงด้วยความเฉียบคมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องรับรองของสหกรณ์อำเภอ หลินจื่อปรายตามองชายวัยกลางคนสวมเสื้อสูทสากลเนื้อดี ท่าทางภูมิฐานที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ "คุณหลินจื่อ โปรดเข้าใจเสียใหม่ว่านี่คือราคาตลาดส่งออก หากไม่มีเส้นสายและการขนส่งระดับเรา เห็ดป่าพวกนี้ก็เป็นได้แค่เชื้อราเน่าๆ บนพื้นดินในอีกไม่กี่วัน" ชายวัยกลางคนนามว่า 'เฉินเฟิง' ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อจากบริษัทการค้าใหญ่ในเมืองหลวงเคาะนิ้วลงกับโต๊ะไม้ เสียงดัง *ก๊อกๆ* สะท้อนความเย่อหยิ่งที่สะสมมานาน หลินจื่อแย้มรอยยิ้มบางเบา นางไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองแม้แต่น้อย รอยยิ้มนั้นกลับงดงามราวกับดอกชาป่าที่ผנותบานท่ามกลางสายหมอกยามอัสดง แต่นัยน์ตากลับทอประกายเย็นเยียบ นางรินชาอุ่นๆ ลงในถ้วยดินเผาอย่างใจเย็น กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาคั่วเตาถ่านลอยฟุ้งกลบกลืนบรรยากาศอึดอัดในห้องลงไปครึ่งหนึ่ง "ท่านผู้จัดการเฉินพูดมีเหตุผลครับ... แต่ก็น่าเสียดาย ที่เห็ดหลินจื้อชุดนี้ รวมถึง 'หน่อไม้ดองน้ำผึ้งป่า' และ 'โสมภูเขา' ที่ท่านอุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางมาถึงสามร้อยลี้เพื่อขอซื้อ มีเจ้าของตัวจริงรออยู่แล้ว" เฉินเฟิงชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นบึงตึงทันที "หมายความว่าอย่างไร? ในอำเภอนี้ นอกจากฉันแล้ว ยังมีใครกล้าปฏิเสธเงินสดก้อนโตจากเมืองหลวงอีก?" "มีสิครับ" เสียงทุ้มต่ำและหนักแน่นดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม จางอี้ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบ แววตาคมกริบกวาดมองเฉินเฟิงเพียงชั่วพริบตา แต่กลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนชายวัยกลางคนถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก จางอี้เดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างภรรยา มือหนาวางลงบนพนักเก้าอี้ที่หลินจื่อั่งอยู่ราวกับประกาศความเป็นเจ้าของและพร้อมปกป้องในคราวเดียวกัน "กองร้อยของเรากำลังทำสัญญาจัดหาเสบียงกรังพิเศษให้กับค่ายทหารชายแดน และวัตถุดิบทั้งหมดของภรรยาผม ถูกเหมาซื้อไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วครับ" ป้าสะใภ้หลิวที่แอบยืนหลบมุมอยู่หน้าหน้าต่างเพื่อรอสมน้ำหน้าหลานสาวถึงกับหน้าถอดสี เมื่อเห็นว่าสถานการณ์พลิกผัน นางกำมือแน่นด้วยความอิจฉาริษยาจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ *นังเด็กนี่มันมีดีอะไรนักหนา ถึงมีทั้งทหารหนุ่มอนาคตไกลคอยหนุนหลังแถมยังมีพ่อค้ากระเป๋าหนักตามตื๊อไม่เลิก!* เฉินเฟิงกัดฟันกรอด แม้จะหัวเสียเพียงใด แต่เมื่อเห็นตราสัญลักษณ์บนปกเสื้อของจางอี้ เขาก็รู้ทันทีว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่ใช่คนที่จะมาต่อกรด้วยได้ง่ายๆ อำนาจทางทหารในยุคสมัยนี้เหนือกว่าพ่อค้าคนกลางเสมอ "คุณจาง... เรื่องนี้เรายังพอเจรจากันได้..." เฉินเฟิงเปลี่ยนท่าทีทันควัน รอยยิ้มจอมปลอมถูกปั้นแต่งขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว "หากเป็นเรื่องของกองทัพ ทางเรายินดีเพิ่มให้อีกเท่าตัว..." "ไม่ต้องเสียเวลาหรอกครับท่านผู้จัดการเฉิน" หลินจื่อตัดบทด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เด็ดขาด นางลุกขึ้นยืน ชายกระโปรงผ้าฝ้ายสีครามพลิ้วไหวตามจังหวะการเคลื่อนไหว "ของป่าที่นี่มีจิตวิญญาณ และเติบโตมาด้วยหยาดเหงื่อของคนในท้องถิ่น มันสมควรถูกนำไปปรุงเป็นอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงผู้คนที่เห็นคุณค่า มากกว่าจะถูกนำไปเป็นเครื่องมือต่อรองราคาในห้องแอร์เย็นฉ่ำที่เมืองหลวง" นางหันไปส่งยิ้มละมุนให้สามี จางอี้พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ สองสามีภรรยาเก็บเอกสารบนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบท่ามกลางสายตาขุ่นเคืองของเฉินเฟิง ก่อนจะเดินเคียงคู่กันออกจากห้องรับรอง ทิ้งให้พ่อค้าจากเมืองหลวงนั่งกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ ยามเย็น ณ บ้านพักปลายหมู่บ้าน กลิ่นหอมกรุ่นของซี่โครงหมูตุ๋นหน่อไม้ดองโชยขจรขจายไปทั่วบริเวณ ลมหนาวพัดโชยนำพาความสดชื่นเข้ามาในลานบ้าน จางอี้ยืนผ่าฟืนอยู่ที่มุมบ้าน เหงื่อกาฬซึมตามไรผมหนาชวนมอง หลินจื่อกำลังงละมุนละไมกับการปรุงน้ำซุปในหม้อดินเผา บรรยากาศอบอุ่นเรียบง่ายนี้คือความสุขที่แท้จริงที่หล่อเลี้ยงหัวใจของคนทั้งคู่ ทว่า ความสงบสุขนั้นดำรงอยู่ได้ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังขึ้นอย่างเร่งรีบและไร้มารยาท ตามด้วยเสียงตะโกนโคนเอะอะโวยวายของป้าสะใภ้หลิวที่ดังทะลุกำแพงเข้ามา "หลินจื่อ! นังตัวดี ออกมานี่นะ! แกสร้างเรื่องให้อีกแล้วรู้ตัวไหม!" จางอี้วางขวานในมือลง ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงขึ้นทันที เขากำลังจะก้าวเท้าออกไปจัดการ แต่หลินจื่อกลับยกมือขึ้นห้าม พร้อมกับรอยยิ้มแปลกประหลาดที่ผุดขึ้นที่มุมปาก นางวางทัพพีในมือลงอย่างใจเย็น "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเถอะครับพี่จาง..." หลินจื่อกระซิบเสียงเบา ดวงตาประกายระยิบระยับด้วยความสนุกสนาน "ดูเหมือนว่า... 'แขกไม่ได้รับเชิญ' อีกคน จะเพิ่งเดินทางมาถึงหน้าประตูบ้านเราพร้อมกับความลับที่น่าสนใจยิ่งกว่าเดิมเสียอีก" นางเดินไปเปิดประตูรั้วออกกว้าง ป้าสะใภ้หลิวยังไม่ทันได้อ้าปากด่า ก็ต้องชะงักงื่อเมื่อพบว่า ด้านหลังร่างท้วมของป้าสะใภ้ไม่ได้มีแค่ความเกรี้ยวกราด แต่กลับมีชายชราท่าทางน่าเกรงขามในชุดจีนโบราณประยุกต์ผู้หนึ่งยืนยันอยู่ พร้อมกับผู้ติดตามที่ถือหีบไม้แกะสลักลวดลายประณีต ชายชราผู้มาใหม่กวาดสายตามองไปรอบบ้าน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หลินจื่อ และเอ่ยประโยคที่ทำให้สองสามีภรรยาถึงกับต้องหรี่ตาลง "คุณหนูหลิน... ในที่สุดเธอก็หาตัวพบเสียที ในฐานะทายาทผู้สืบทอดตำรับยาตระกูลหลงแห่งเมืองหลวง ฉันมาเพื่อทวงคืน 'มรดก' ที่ควรจะเป็นของเธอเมื่อยี่สิบปีก่อน" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ ขอให้มีความสุขกับการอ่านครับ - ใบชาหอมหมื่นลี้
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับสามีทหารหนุ่ม: ยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านด้วยกลิ่นอายอาหารป่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%