“อย่าปล่อยมือเด็ดขาดนะครับ... เซลեն่า”
เสียงกระซิบที่แฝงไปด้วยความสุขุมลอดผ่านริมฝีปากของริน ท่ามกลางความมืดมิดของห้องใต้ดินสถาบันมหาเวทที่อุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอับชื้นของอิฐโบราณและกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมเย็นสะอ้านอันเป็นเอกลักษณ์ของเส้นผมสีเงินยวงที่คลอเคลียอยู่ใกล้ๆ
มือเรียวบางในถุงมือหนังสีดำสนิทของหญิงสาวสะท้านเล็กน้อยยามที่นิ้วเกี่ยวประสานเข้ากับฝ่ามือของเขา แน่นอนว่าสำหรับ ‘เจ้าหญิงน้ำแข็ง’ แห่งสภานักเรียนผู้ไม่เคยชายตานองใครอย่างเซลեն่า การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างพันธะทางกายภาพเพื่อรับมือกับภัยคุกคาม แต่มันคือการเดิมพันด้วยเกียรติยศและชีวิตในสถาบันที่เฝ้าปกป้องมาตลอดสามปี
ตึ้ง!
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับภูผากำลังเคลื่อนที่ดังสะท้อนก้องมาจากเบื้องบน เพดานหินแกรนิตหนาสามเมตรเริ่มสั่นไหวจนฝุ่นละอองโปรยปรายลงมาดั่งหิมะสีเทา แรงกดดันระดับมหาเวทที่แผ่ซ่านเข้ามาทำให้บรรยากาศรอบตัวหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นทรง The Rimless ของรินกวาดมองไปรอบห้องด้วยความรวดเร็ว สมองส่วนวิเคราะห์ของเขากำลังประมวลผลข้อมูลนับพันชุดในเสี้ยววินาที
“พวกมันมาเร็วกว่าที่คาดไว้นะครับ อาจารย์มาร์คัสคงทุ่มงบประมาณลับซื้อศิลาเวทระดับสูงมาขับเคลื่อนโกเลมพิทักษ์สุสานแน่ๆ” รินกล่าวด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ราบเรียบ ผิดกับสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ชายหนุ่มขยับแว่นตากลบรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ใบหน้าหวานราวกับเด็กผู้หญิงของเขาดูไร้พิษภัยในสายตาคนทั่วไป แต่ในเวลานี้ เซลեն่าที่ยืนอยู่เคียงข้างกลับสัมผัสได้ถึงพลังงานประหลาดที่แผ่ออกมาจากตัวของฮันเตอร์แรงก์ F ผู้นี้
“นายยังมีอารมณ์มาวิเคราะห์อีกเหรอ ริน?” เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของเซลեն่าเอ่ยลอดไรฟัน ดวงตาสีฟ้าครามดั่งมหาสมุทรลึกลึดจ้องมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่ก้าวขึ้นมาบังเธอไว้โดยสัญชาตญาณ “เวทอาคมป้องกันรอบห้องนี้ถูกทำลายหมดแล้ว ต่อให้เป็นฉัน... ถ้าปะทะตรงๆ กับโกเลมเหล็กไหลสามตัวในพื้นที่จำกัดแบบนี้ ก็มีโอกาสรอดไม่ถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์”
“สี่สิบเปอร์เซ็นต์ถือว่าใจดีกับพวกเรามากแล้วล่ะครับ สำหรับผม... ตัวเลขนั้นมันต่ำเกินไป”
รินปัดฝุ่นบนเสื้อคลุมนักเรียนสีเข้มอย่างไม่ยี่หส่า ทว่าในห้วงความคิดของเขานั้น ระบบสถาปัตยกรรมมิติที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณกำลังทำงานอย่างบ้าคลั่ง หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าใสโปร่งแสงนับสิบแผ่นผุดขึ้นมาในลานสายตาของเขาเพียงผู้เดียว ข้อมูลและโค้ดเวทมนตร์ที่ซับซ้อนราวกับเส้นใยแมงมุมถูกถอดรหัสออกมาเป็นภาษาที่มนุษย์เข้าใจได้ง่ายดาย
[ติ๊ง! ตรวจพบความหนาแน่นของมานาผิดปกติในรัศมี 15 เมตร]
[ระบบวิเคราะห์โครงสร้างเวทมนตร์ (Magical Structure Analysis) ทำงานสมบูรณ์ 100%]
[ท่านได้ปลดล็อกทักษะติดตัวระดับตำนาน: ‘เนตรมารทะลวงสัจธรรม’ (Truth-Piercing Mystic Eyes)]
วูบ!
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มภายใต้เลนส์แว่นของรินพลันเปล่งประกายแสงสีทองเรืองรองขึ้นมาวูบหนึ่ง ในชั่วพริบตานั้น โลกใบเดิมที่เขาเคยเห็นก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
กำแพงอิฐเก่าๆ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ก้อนหินอีกต่อไป แต่ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยเส้นสายพลังงานสีม่วงเข้มที่ไหลเวียนเชื่อมต่อกันเป็นตาข่าย โครงสร้างเวทมนตร์ป้องกันที่อาจารย์มาร์คัสร่ายไว้ซ่อนอยู่ตามมุมห้อง ปรากฏให้เห็นเป็นจุดอ่อนรูปวงกลมขนาดเท่าเหรียญบาทที่กำลังสั่นกระพือราวกับหัวใจที่กำลังเต้นระส่ำ และที่สำคัญที่สุด... ร่างมหึมาของโกเลมเหล็กไหลที่พังประตูลงมานั้น เต็มไปด้วยรอยต่อเรืองแสงสีแดงฉาน ซึ่งบ่งบอกถึงจุดบกพร่องในการออกแบบเวทควบคุมอย่างชัดเจน
*ช่างเป็นโครงสร้างที่หละหลวมเสียจริง... คนที่ออกแบบวงจรเวทนี้น่าจะตกวิชาสถาปัตยกรรมเวทมนตร์ขั้นพื้นฐานสินะครับ* รินลอบหัวเราะในลำคออย่างขบขัน
“ริน... ระวัง!” เซลեն่าอุทานเสียงหลง เมื่อร่างมหึมาสูงสามเมตรของโกเลมเหล็กไหลตัวแรกพังทะลายกำแพงเข้ามา เศษหินและฝุ่นตลบอบอวล หมัดเหล็กหนาหนักพุ่งตรงเข้าใส่จุดที่พวกเขายืนอยู่ด้วยความเร็วสูง แรงลมจากการเหวี่ยงหมัดกรีดผิวหน้าจนแสบแปลบ
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น เซลեն่าเตรียมรวบรวมมานาเฮือกสุดท้ายเพื่อสร้างโล่น้ำแข็งขั้นสูง แม้จะรู้ว่ามันอาจจะไม่ทันการก็ตามที
ทว่า... มือที่กุมกันอยู่กลับถูกดึงรั้งด้วยแรงที่มากกว่า
รินไม่ได้ถอยหนี เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างแม่นยำ ราวกับนักรบผู้เชี่ยวชาญสนามรบมานับร้อยปี มือข้างที่ว่างควักเหรียญทองโบราณสามเหรียญออกจากกระเป๋าเสื้ออย่างไร้ซุ่มเสียง ก่อนจะสะบัดข้อมือส่งมันออกไปราวกับกระสุนปืนกล
คลิ้ง! คลิ้ง! คลิ้ง!
เสียงเหรียญทองกระทบเข้ากับจุดเรืองแสงสีแดงบนข้อต่อของโกเลมเหล็กไหลอย่างแม่นยำราวกับจับวาง มันไม่ใช่การโจมตีเพื่อสร้างความเสียหาย แต่เป็นการ ‘รบกวน’ ความถี่ของมานาที่ไหลเวียนอยู่ภายในวงจรเวทควบคุม
โครมมม!
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทำเอาเซลեն่าถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง โกเลมเหล็กไหลที่ควรจะพุ่งชนพวกเขาจนแหลقสลาย กลับสะดุดขาตัวเองและเสียการทรงตัวกลางอากาศ แรงเหวี่ยงมหาศาลทำให้มันพุ่งชนเข้ากับเสาหินรับน้ำหนักกลางห้องด้วยความเร็วเต็มพิกัด ร่างเหล็กหนาหนักพังทลายลงมาทับตัวเองจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของเซลեն่าที่ยังคงยืนอึ้งค้างอยู่กับที่ เธอกวาดสายตามองโกเลมที่นอนแน่นิ่งไปโดยไม่ต้องเปลืองแรงร่ายเวทแม้แต่บทเดียว ก่อนจะหันมามองเด็กหนุ่มข้างกายที่กำลังจัดปกเสื้อนักเรียนให้เข้าที่ด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“นาย... ทำได้ยังไงกัน?” เสียงของประธานสภานักเรียนสั่นเครือเล็กน้อย ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นความตื่นตะลึงระคนสงสัย “นั่นคือโกเลมพิทักษ์รุ่นที่เจ็ด จุดอ่อนของมันถูกซ่อนไว้ภายใต้เกราะหนาห้านิ้ว... นายมองเห็นมันได้อย่างไรในความมืดแบบนี้?”
รินหันกลับมาส่งยิ้มสุภาพให้เธอ ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยประกายความซุกซนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดเด็กดี
“ความลับครับ รุ่นพี่เซลեն่า” รินกระซิบเบาๆ ใกล้ใบหูของเธอจนเจ้าตัวสะดุ้ง “บางครั้ง... การที่เราเป็นแค่นักเรียนแรงก์ F ที่ไม่มีใครสนใจ ก็ทำให้เรามีเวลาสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่พวกคนเก่งๆ มักจะมองข้ามไปนะครับ”
ก่อนที่เซลեն่าจะได้เอ่ยถามอะไรเพิ่มเติม บรรยากาศภายในห้องใต้ดินก็พลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน อุณหภูมิดิ่งฮวบลงจนติดลบ ไอเย็นยะเยือกสีดำสนิทพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นดิน ราวกับประตูสู่ขุมนรกกำลังถูกเปิดออกด้วยมือปริศนา
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำแหบพร่าดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง มันไม่ใช่เสียงของอาจารย์มาร์คัส หรือเสียงคำรามของโกเลมเครื่องจักร แต่มันคือเสียงก้องกังวานที่สั่นประสาทสัมผัสทุกส่วนในร่างกายให้กรีดร้องด้วยความหวาดกลัว
[ติ๊ง! เตือนภัยระดับวิกฤตสูงสุด!]
[ระบบตรวจพบการตื่น ℀ของ ‘สลักผนึกมารโบราณ’ ใต้สถาบันมหาเวท]
[เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: เริ่มต้นภารกิจระดับ SSS ‘คำสาปแห่งราชันโลหิต’]
[เป้าหมาย: เอาชีวิตรอดจากการตื่นนอนของ ‘บอสลับ’ และค้นหาความจริงเบื้องหลังการทดลองต้องห้ามภายใน 10 นาที]
รินหุบยิ้มทันที แววตาหลังกรอบแว่นหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด ขณะที่มือซึ่งกุมมือของเซลեն่ายิ่งกระชับแน่นขึ้นไปอีกเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
“ดูเหมือนว่า...” รินพึมพำเบื้องหน้าความมืดมิดที่กำลังแผ่ขยาย “แขกที่ไม่ได้รับเชิญตัวจริง... จะเพิ่งตื่นนอนสินะครับ”
โปรดติดตามตอนต่อไป...
*(ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กิลด์มาสเตอร์เอส" เสมอมานะครับ)*
ผู้กล้าหน้าหวาน กับดาบมารที่คลั่งรักผมทุกยามวิกาล•ตอนที่ 2
สเตตัสลับที่ไม่มีใครล่วงรู้
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กล้าหน้าหวาน กับดาบมารที่คลั่งรักผมทุกยามวิกาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
