กระบี่เดียวดายสยบเซียน สองเราข้ามวัฏสงสาร•ตอนที่ 4

สัจธรรมใต้แสงดาว

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
ห้วงมิติแห่งคัมภีร์วิญญาณสั่นสะเทือนรุนแรงจนเศษหิมะบนยอดผาเมฆาปลิวว่อนดุจคมมีดน้ำแข็ง "วิถีกระบี่ของท่าน... ช่างโดดเดี่ยวและไร้ความปรานีถึงเพียงนี้เชียวหรือ หลี่มู่เหวิน" เสียงหวานใสที่กังวานราวกับเสียงกระดิ่งหยกสะท้อนก้องท่ามกลางความมืดมิดของราตรี เซียนหานเยว่ ยืนสงบนิ่งอยู่บนชะง่อนผาสูงชัน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามแรงพายุปราณที่แผ่ซ่านออกมาจากร่าง ท่ามกลางหมู่ดาวนับล้านบนท้องฟ้า ดวงตาคู่คมดุจหิมะสะท้อนเงาของชายหนุ่มผู้ยืนถือกระบี่อยู่เบื้องหน้า นางคือเจ้าสำนักเหมันต์นิรันดร์ผู้เยือกเย็นและสูงส่ง ทว่ายามนี้นัยน์ตาคู่นั้นกลับมีความอ่อนโยนระคนกังวลฉายชัดอยู่ภายใน หลี่มู่เหวิน ไม่แม้แต่จะชายตามองความหนาแน่นของพายุหิมะรอบกาย เขาปรายตาคมกริบมองกระบี่เหล็กดำในมือ คมกระบี่ที่อาบไล้ด้วยแสงดาวทอประกายวาววับสะท้อนจิตวิญญาณอันแข็งกร้าว "ความโดดเดี่ยวคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อความหลุดพ้น" หลี่มู่เหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนกดทับสรรพสิ่งรอบตัวให้เงียบงัน "ในยุทธภพนี้ มีผู้คนมากมายแสวงหาความเป็นอมตะเพื่อหลีกหนีความตาย แต่พวกเขากลับหลงลืมไปว่า... ยิ่งก้าวเดินสูงขึ้นเท่าใด เงาในใจก็ยิ่งมืดมนลงเท่านั้น หากข้าไม่อาจตัดขาดซึ่งกิเลสในใจ กระบี่ในมือก็ย่อมไร้ซึ่งความคมกล้า" เซียนหานเยว่ขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อย นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้ โคจรลมปราณเหมันต์คุ้ม2กายเพื่อต้านทานแรงกดดันจากกระบี่ของเขา กลิ่นอายความเย็นยะเยือกผสานเข้ากับกลิ่นอายกระบี่อันดุดันก่อเกิดเป็นคลื่นพลังระลอกคลื่นที่แผ่ขยายเป็นวงกว้าง "ท่านเข้าใจสัจธรรมแห่งการตัดขาด... แต่ท่านกลับลืมเลือนสัจธรรมแห่งการเคียงคู่" นางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือความตัดพ้อเล็กน้อยแต่ยังคงความสง่างาม "โลกเซียนไม่ได้มีเพียงแค่การฆ่าฟันและแย่งชิงทรัพยากรบำเพ็ญเพียร หากหัวใจของท่านแข็งกระด้างจนไร้ซึ่งความรู้สึก แม้ท่านจะบรรลุวิถีกระบี่ขั้นสูงสุด ท่านก็จะเป็นเพียงแค่หุ่นเชิดกระบี่ที่ไร้จิตวิญญาณ" หลี่มู่เหวินชะงักฝ่ามือที่กำด้ามกระบี่เล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง แววตาเย็นชาคู่นั้นไหววับชั่วขณะยามเมื่อได้เห็นความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นของสตรีตรงหน้า ในโลกที่ทุกคนต่างจ้องมองเขาด้วยความหวาดกลัวหรือความโลภ มีเพียงนาง... เซียนหานเยว่ผู้สูงส่งผู้นี้ ที่กล้าตักเตือนและมองทะลุผ่านเกราะกำบังอันหนาทึบในจิตใจของเขา "หานเยว่... เจ้าคิดว่าหัวใจของข้ายังมีความอบอุ่นเหลืออยู่อีกหรือ?" หลี่มู่เหวินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ คล้ายเยาะหยันตนเอง "ตระกูลหลี่ถูกล้างบางในคืนเดียว เลือดของบิดามารดายังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ ทุกครั้งที่ข้าหลับตา เสียงกรีดร้องเหล่านั้นคอยย้ำเตือนว่า ข้ามีชีวิตอยู่เพื่อการแก้แค้นเท่านั้น หากข้ามีความรัก หรือมีความผูกพัน ความอ่อนแอนั้นจะย้อนกลับมาปลิดชีพข้า" "นั่นคือความเข้าใจที่ผิดพลาดที่สุดของท่าน!" เซียนหานเยว่ก้าวประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมจางๆ ดุจดอกเหมันต์ลอยละล่องปะปนกับกลิ่นอายเลือดและฝุ่นผงของสนามรบ นางยื่นมือเรียวบางออกไปแตะที่ด้ามกระบี่ของเขา ปลายนิ้วเรียวสัมผัสโดนหลังมือของชายหนุ่ม กระแสพลังปราณสองสาย—ปราณเหมันต์บริสุทธิ์และปราณกระบี่ดุดัน—ปะทะเข้าหากันจนเกิดประกายไฟสีฟ้าแล่บแปล๊บ หลี่มู่เหวินสะท้านเฮือก ร่างกายแข็งเกร็งโดยสัญชาตญาณ ทว่าเขากลับไม่ได้ถอยหนี "การแก้แค้นเป็นภาระของอดีต แต่การมีชีวิตอยู่คือสิทธิ์ของปัจจุบัน" เซียนหานเยว่เงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างแน่วแน่ แววตาดุจหิมะละลายกลายเป็นธารน้ำใสที่ลึกซึ้ง "ข้าไม่ได้ขอให้ท่านละทิ้งความแค้น แต่ข้าขอให้ท่านแลกเปลี่ยนวิชากับข้า... ใช้ปราณกระบี่อันร้อนแรงดุจเพลิงผลาญของท่าน หลอมรวมเข้ากับเคล็ดวิชาเหมันต์นิรันดร์ของข้า เพื่อทำลายล้างอุปสรรคที่ขวางกั้นเบื้องหน้า ไม่ใช่เพื่อการฆ่าฟันอย่างไร้ความหมาย แต่เพื่อก้าวข้ามวัฏสงสารนี้ไปด้วยกัน" คำพูดของนางดังก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของหลี่มู่เหวิน ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางทะเลปราณที่นิ่งสงบมานานนับปี การแลกเปลี่ยนวิชา! นี่ไม่ใช่แค่การถ่ายทอดเคล็ดลับการบำเพ็ญเพียรระหว่างยอดฝีมือ แต่มันคือการเปิดเผยจุดอ่อนและมอบชีวิตจิตใจของตนเองให้อีกฝ่ายถือครอง หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดจิตคิดทรยศ ทะเลปราณจะแตกสลายและดับสูญทั้งเป็น! หลี่มู่เหวินมองสตรีตรงหน้าอย่างลึกซึ้ง เขาย่อมรู้ดีถึงความเสี่ยงนี้ แต่นัยน์ตาของนางไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและความจริงใจที่ยอมมอบทุกสิ่งให้แก่เขาเพียงผู้เดียว "เจ้าแน่ใจแล้วหรือ?" หลี่มู่เหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและจริงจังกว่าทุกครั้ง "หากการหลอมรวมพลังปราณล้มเหลว พวกเราทั้งคู่จะต้องตกตายภายใต้ทัณฑ์สวรรค์ วิญญาณแตกดับ ไม่1อาจเข้าสู่ห้วงวัฏสงสารได้อีกชั่วนิรันดร์" "หากไม่มีท่าน โลกเซียนนี้ก็เป็นเพียงแค่ลานประลองอันว่างเปล่าสำหรับข้า" เซียนหานเยว่ตอบกลับทันทีโดยไม่ต้องหยุดคิด นางยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกเหมันต์แรกแย้มท่ามกลางฤดูหนาวอันยาวนาน "เริ่มเถอะ หลี่มู่เหวิน... แสดงให้ข้าเห็นว่ากระบี่ของท่าน จะปกป้องหัวใจที่ยอมจำนนต่อท่านดวงนี้ได้อย่างไร" ชั่วพริบตานั้น ทั้งสองก้าวถอยหลังออกไปคนละสามก้าว หลี่มู่เหวินสูดลมหายใจเข้าลึก 3 ครั้ง ผ่อนคลายกล้ามเนื้อทั่วร่าง ปลดปล่อยจิตวิญญาณกระบี่ให้พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ารัตติกาล แสงดาวนับล้านดวงพลעותสั่นไหว ราวกับกำลังสדดุดีการหลอมรวมพลังครั้งประวัติศาสตร์ "เคล็ดกระบี่เดียวดาย... วิถีสวรรค์กลืนกิน!" หลี่มู่เหวินคำรามก้อง กระบี่เหล็กดำในมือส,ตวัดเป็นวงกลมกลางอากาศ อักขระโบราณสีทองนับพันตัวผุดขึ้นจากพื้นดินล้อมรอบตัวเขากับเซียนหานเยว่ ปราณกระบี่อันดุดันแผ่ขยายออกไปรัศมีร้อยลี้ สร้างแรงกดดันมหาศาลจนภูเขาทั้งลูกสั่นสะเทือน ในขณะเดียวกัน เซียนหานเยว่หลับตาลง นั่งขัดสมาธิกลางอากาศ ฝ่ามือทั้งสองประกบเข้าหากัน ปราณเหมันต์สีขาวบริสุทธิ์พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ากลายเป็นเสาแสงน้ำแข็งขนาดมหึมาพุ่งชนเข้ากับเสาแสงปราณกระบี่ของหลี่มู่เหวินโดยตรง! *เปรี้ยง! ตูม!* พลังงานสองขั้วที่แตกต่างกันสุดขั้ว—หยินหยาง, ร้อนหนาว, แข็งกร้าวและอ่อนโยน—เข้าปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นกระแทกแผ่ขยายเป็นวงกว้าง พื้นดินรอบชatงผาแตกละเอียดเป็นผุยผง ท้องฟ้าเหนือศีรษะแยกออกเป็นรอยแยกมิติสีดำสนิท สายฟ้าทัณฑ์สวรรค์สีม่วงเข้มเริ่มก่อตัวคำรามลั่นอยู่ในกลีบเมฆ ราวกับฟ้าดินกำลังพิโรธที่มนุษย์กล้าอาจหาญฝืนกฎแห่งวัฏสงสาร หลี่มู่เหวินกัดฟันแน่น เลือดสดๆ ไหลรินจากมุมปากของเขา แรงสะท้อนจากการหลอมรวมปราณกำลังกัดกินเส้นชีพจรของตนเอง ทว่าเขายังคงถ่ายทอดพลังปราณกระบี่เข้าสู่ร่างของเซียนหานเยว่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่นางเองก็ส่งผ่านความอบอุ่นแห่งดวงจิตมาช่วยพยุงทะเลปราณของเขาไม่ให้แตกสลาย ผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีใครล่วงรู้ ท่ามกลางพายุพลังงานที่บ้าคลั่ง จุดศูนย์กลางของการปะทะเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง อักขระสีทองและเกล็ดน้ำแข็งหลอมรวมเข้าด้วยกันกลายเป็น "กระบี่เหมันต์โลหิต" เล่มมหึมาที่เปล่งประกายเจิดจ้าทะลุทะลวงความมืดมิดของค่ำคืน ทว่า ในวินาทีที่การหลอมรวมกำลังจะสำเร็จลุล่วงและทะลวงสู่ขอบเขตพลังขั้นถัดไปนั้นเอง... จู่ๆ เงาร่างสีดำสนิทสายหนึ่งก็พุ่งแหวกมิติออกมาจากรอยแยกบนท้องฟ้าอย่างเงียบเชียบ ไร้ซุ่มเสียง ไร้ร่องรอยลมปราณ ราวกับเป็นภูตผีจากขุมนรก! คมกระบี่สีดำสนิทอาบยาพิษร้ายแรง พุ่งตรงเข้าเสียบทะลุแผ่นหลังของเซียนหานเยว่ที่กำลังอยู่ในสมาธิขั้นวิกฤตอย่างแม่นยำ! "หานเยว่—!!" หลี่มู่เหวินเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เลือดในกายพลุ่งพล่านจนกระอักออกมาคำโต เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวระดับสะเทือนฟ้าดินดังขึ้นจากลำคอของเขา ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ มังกรครามท่องภพ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายสยบเซียน สองเราข้ามวัฏสงสาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%