เศษไม้ชิ้นหนึ่งดีดกระทบเข้ากับโหนกแก้มของผม แรงปะทะไม่ได้รุนแรงนัก แต่มันมากพอที่จะทำให้รสชาติฝาดของเลือดจางๆ ซึมติดปลายลิ้น กลิ่นอายของดินปืนและสนิมเหล็กตีตลบอบอวลอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมคับแคบแห่งนี้ จนแทบจะแยกไม่ออกว่าสิ่งไหนคือความจริง หรือสิ่งไหนคือภาพหลอนจากประสาทสัมผัสที่ถูกรบกวน
ท่ามกลางกลุ่มควันที่ยังคงลอยฟุ้ง ร่างสูงใหญ่ในชุดโค้ทสีดำสนิทก้าวผ่านธรณีประตูที่พังยับเยินเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง รองเท้าคอมแบทกระทบพื้นปูนซีเมนต์ดัง *ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะจะโคนราวกับเสียงเข็มนาฬิกานับถอยหลัง
วินเซนต์ หรือที่ผมมักจะเรียกสั้นๆ ว่าวิน ขยับถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังของแฮกเกอร์หนุ่มชนเข้ากับชั้นหนังสือเก่าจนฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววดื้อรั้นและพร้อมจะกัดไม่ปล่อยเสมอ บัดนี้กลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายของอีกฝ่ายเกร็งเครียดจนเส้นเลือดที่ลำคอปูดโปนอย่างเห็นได้ชัด—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นปฏิกิริยาของสัญชาตญาณดิบที่กำลังกรีดร้องเตือนภัย
"ไม่คิดเลยว่าพวกคุณจะต้อนรับแขกด้วยความรุนแรงขนาดนี้... เรนเดล"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้าหยอกแต่นัยน์ตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งเอ่ยขึ้น ผู้มาใหม่กวาดสายตาคมกริบสำรวจความเสียหายรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งที่ร่างของผมซึ่งยืนคุมเชิงอยู่ไม่ห่างจากวินนัก
ผมไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว นิ้วชี้เกี่ยวไกปืนในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย ปลายกระบอกสีดำสนิทเล็งตรงไปยังจุดตายอย่างไร้ความลังเล "ถอยไปซะ วิน... คนนี้ไม่ใช่ธุระที่คุณต้องเอาตัวเข้ามารับเคราะห์"
"หุบปากน่า เรน" วินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนจัดแต่กลับสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด มือเรียวเอื้อมมาคว้าชายเสื้อผมไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว แรงดึงนั้นหนักหน่วงเสียจนผมรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวผ่านเนื้อผ้า "นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงได้เที่ยวไล่คนอื่นให้หลบหลังหลังตัวเองอยู่เรายน่ะห๊ะ?"
คำพูดปากร้ายที่มักจะใช้ฟาดฟันกันเสมอ บัดนี้กลับเจือไปด้วยความหวาดหวั่นบางเบาที่วินพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความยโส นั่นคือเคมีอันตรายที่ดึงดูดผมให้หลงใหลและอยากจะปกป้องเขาไว้ในเวลาเดียวกัน... แม้ว่าตัวต้นเรื่องของความโกลาหลทั้งหมดในตอนนี้ จะยืนยันหนักแน่นว่าความทรงจำครึ่งหนึ่งของเขาหายไปก็ตามที
และก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น ความเจ็บแปลบปลาดก็แล่นริ้วขึ้นมาในสมองของผม ราวกับมีใครเอาเข็มเล่มใหญ่มาแทงทะลุทรีบรัม ภาพเบลอๆ สีเทาหม่นวับแวมขึ้นมาในหัว สมองของผมกำลังบังคับให้ฉายซ้ำ... ภาพของห้องมืดทึบ กลิ่นฝนปะปนกับคาวเลือด และเงาร่างหนึ่งที่คุ้นเคยกำลังทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นใต้ร่างของผม มือทั้งสองข้างของผมเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดโลหิตสีแดงฉาน และเสียงหอบหายใจรวยรินของคนที่ผมพยายามเอื้อมมือไปคว้า แต่มันกลับหลุดลอยหายไป
*เพล้ง!*
เสียงกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้องแตกละเอียดในมโนสำนึกของผม ทั้งที่ในความเป็นจริงมันยังคงตั้งอยู่ตรงนั้นอย่างไร้รอยขีดข่วน เรนเดลในอดีตกำลังเงื้อมือขึ้นฟาดฟันใส่ใครบางคน... คนที่อยู่ใต้ร่างของผม... คนที่กำลังมองมาด้วยสายตาดุดันและตัดพ้อในคราเดียวกัน
"เรน! เฮ้... เรนเดล!"
เสียงเรียกที่ดังขึ้นข้างหูฉุดกระชากสติของผมให้กลับคืนสู่ปัจจุบัน ร่างของวินขยับเข้ามาใกล้จนแผ่นอกแนบชิดกับเสื้อแจ็คเก็ตของผม ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยกระทบผิวแก้ม แฮกเกอร์หนุ่มใช้มือทั้งสองข้างประคองใบหน้าของผมไว้ ดวงตาสองสีคู่นั้นฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นเหงื่อกาฬที่ผุดพรายขึ้นตามไรผมของผม
"นายหน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยนะ... เป็นบ้าอะไรของนายอีกเนี่ย" วินกัดริมฝีปากล่างเบาๆ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงอย่างน่าประหลาด มือเรียวยังคงแนบอยู่ข้างแก้มของผมสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของผิวเนื้อ "บอกฉันซิว่านายไม่ได้กำลังเห็นภาพบ้าๆ นั่นอีกแล้ว"
ผมชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาของเราสบกันในระยะประชิด ความใกล้ชิดที่อันตรายและชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะท่ามกลางสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ความเงียบโรยตัวปกคลุมรอบกาย มีเพียงเสียงหอบหายใจของพวกเราที่ประสานกันเป็นจังหวะเดียว
เรารู้ดีว่าความลับที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ซากปรักหักพังของความทรงจำกำลังจะตื่นขึ้น และมันพร้อมจะแผดเผาเราทั้งคู่ให้มอดไหม้
ทว่า... ก่อนที่ผมจะได้เอื้อံเอ่ยคำใดออกไปเพื่อปัด The storm ในอกให้สงบลง เสียงปรบมือเบาๆ ชวนขนหัวลุกก็ดังขึ้นจากมุมมืดที่ผู้มาใหม่ยืนอยู่
"น่าประทับใจจริงๆ ครับ... ภาพความรักความห่วงใยอันแสนงดงามท่ามกลางซากปรักหักพัง" บุคคลในชุดดำเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก "แต่ดูเหมือนว่า... คุณจะยังจำไม่ได้สินะครับ เรนเดล ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนผลักเขาลงสู่นรกเบื้องล่างด้วยมือคู่นั้นเอง"
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับปริศนาและความสัมพันธ์อันลึกซึ้งนี้ด้วยกันนะครับ
ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา•ตอนที่ 6
เสียงกระซิบจากกระจก
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!