ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา•ตอนที่ 7

กับดักลวงตา

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
"น่าประทับใจจริงๆ ครับ... ภาพความรักความห่วงใยอันแสนงดงามท่ามกลางซากปรักหักพัง" บุคคลในชุดดำเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก "แต่ดูเหมือนว่า... คุณจะยังจำไม่ได้สินะครับ เรนเดล ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนผลักเขาลงสู่นรกเบื้องล่างด้วยมือคู่นั้นเอง" เสียงปรบมือดังขึ้นสามครั้งอย่างจงใจ ก้องกังวานอยู่ในห้องโถงใต้ดินที่ผนังรอบด้านกำลังถูกความมืดกลืนกินอย่างรวดเร็ว ก๊าซสีม่วงจางๆ เริ่มพ่นออกมาจากท่อระบายอากาศเหนือศีรษะ มันไม่ใช่แก๊สพิษธรรมดา แต่เป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่ออกแบบมาเพื่อสลายการทำงานของระบบประสาทและปลุกเร้าภาพหลอนในอดีต วินเซนต์หรี่ตาลงทันที ลมหายใจของเขาติดขัดไปชั่วขณะเมื่อประโยคเมื่อครู่กระแทกเข้ากับรอยโหว่ในความทรงจำที่เขาพยายามปะติดปะต่อมาตลอดหลายเดือน ความรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องยกมือขึ้นกุมไว้โดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังกระแสลมพิษให้อย่างเงียบเชียบ "อย่าไปฟังมัน เรน" เสียงของวินแหบพร่าเล็กน้อย แต่เด็ดเดี่ยว "ไอ้พวกองค์กรนี้มันถนัดเรื่องปั่นหัวคนอยู่แล้ว นายก็รู้" เรนเดลไม่ขยับเขยื้อน ร่างสูงโปร่งในชุดเจ้าหน้าที่สืบสวนยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง แว่นตากรอบเงินสะท้อนแสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ ทว่าสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน บ่งบอกว่าคำพูดเมื่อครู่ของศัตรูได้เจาะทะลวงเกราะป้องกันความรู้สึกของเขาเข้าอย่างจัง "หึ... คิดว่าความเงียบจะลบความจริงได้งั้นหรือครับ คุณสารวัตรคนเก่ง" ชายชุดดำหัวเราะในลำคอ ก่อนจะดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ประตูเหล็กกล้าทั้งสี่ด้านก็กระแทกปิดลงพร้อมกันด้วยเสียงดังสนั่น ขังพวกเขาไว้ในกรงมรณะที่มีเวลาจำกัดเพียงสิบนาทีเท่านั้น "สิบนาที..." วินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยฉายแววเจ้าเล่ห์กลบเกลื่อนความตื่นตระหนก เขาขยับเข้าไปประชิดแผ่นหลังของเรนเดลอย่างไร้รอยต่อ กลิ่นอายเฉพาะตัวของอีกฝ่ายเจือจางอยู่ในอากาศท่ามกลางกลิ่นเหล็กและสารเคมี "ดูท่าทางเราต้องรีบออกจากที่นี่แล้วล่ะครับ ก่อนที่ความลับดำมืดอะไรนั่นของคุณจะทำให้เรากลายเป็นปุ๋ยอยู่ตรงนี้ซะก่อน" เรนเดลเหลือบสายตากลับมามองคนตัวเล็กกว่าที่ฉวยโอกาสใช้แผ่นหลังเขาเป็นโล่กำบัง แม้สถานการณ์จะคับขันและหัวใจของเขากำลังเต้นรัวด้วยความโกรธระคนสับสน แต่สัมผัสอุ่นร้อนจากมือของวินที่เอื้อมมาแตะข้อมือของเขาเพื่อส่งสัญญาณบางอย่าง ก็ดึงสติให้เขากลับคืนสู่ปัจจุบันได้อย่างรวดเร็ว "หุบปากแล้วหยิบแท็บเล็ตของคุณขึ้นมาซะ วิน" เรนเอ่ยเสียงเข้ม แววตาคมปลาบเปลี่ยนเป็นโหมดจริงจังขั้นสุด "ระบบล็อกรหัสผ่านสี่ชั้นทางฝั่งซ้าย นายมีเวลาสามนาทีในการเจาะระบบ ส่วนฉันจะเคลียร์ทางออกข้างหน้าเอง" "สั่งเก่งเป็นบ้า..." วินพึมพำเบาๆ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้ นิ้วเรียวยาวพ1ดพาดลงบนหน้าจอโฮโลแกรมที่ฉายขึ้นมาจากนาฬิกาข้อมืออย่างรวดเร็วราวกับดีดีแท้อัจฉริยะ โค้ดสีเขียวและแดงวิ่งพล่านผ่านม่านตาของเขาที่สะท้อนอยู่ในความมืด ก๊าซสีม่วงหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ภาพหลอนเลือนรางเริ่มปรากฏขึ้นที่มุมห้อง เงาร่างของผู้คนที่เคยตายไปแล้วค่อยๆ คลานออกมาจากความมืด วินขมวดคิ้วแน่น เหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม สมาธิของเขาเริ่มสั่นคลอนเมื่อภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เขาจำไม่ได้แวบเข้ามาในหัว สมองประมวลผลช้าลงอย่างเห็นได้ชัด "วิน!" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเรียกสติของเขาให้กลับมา เรนเดลคว้าข้อมือที่กำลังสั่นเทาของเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักแน่นและอบอุ่นพอที่จะไล่ความหนาวเหน็บและภาพหลอนทั้งหมดให้กระเจิงไปในพริบตา ดวงตาสองคู่ประสานกันท่ามกลางแสงไฟสีแดงฉานจากสัญญาณเตือนภัยภัยพิบัติ "มีสติหน่อยครับ" เรนกระซิบเสียงพร่า ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่1ข้างแก้ม "นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่านายคือแฮกเกอร์มือดีที่สุดในเมืองนี้... อย่าเพิ่งมาแพ้ให้กับแค่กลลวงตื้นๆ แบบนี้สิ" วินมองลึกลงไปในดวงตาคู่ที่มักจะเยือกเย็นเสมอ แต่ตอนนี้กลับฉายแววความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด หัวใจที่เต้นผิดจังหวะอยู่แล้ว ยิ่งเต้นระรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอกให้ได้ ไوรบตัวร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่ใช่เพราะพิษของก๊าซ แต่เป็นเพราะสัมผัสและแววตาที่จ้องมองมาอย่างมีความหมายคู่นั้น "รู้แล้วน่า..." วินเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อ ปากก็ยังไม่วายต่อล้อต่อเถียง "ใครว่าผมจะแพ้... แค่กำลังคำนวณความน่าจะเป็นอยู่ต่างหากเล่า" นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์บนโฮโลแกรมด้วยความเร็วสูงอีกครั้ง หน้าจอสีแดงฉานเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตพร้อมกับเสียงสัญญาณปลดล็อกที่ดังขึ้น "ติ๊ด!" ประตูเหล็กบานยักษ์ด้านหน้าส่งเสียงกลไกทำงานและค่อยๆ แยกตัวออกจากกันอย่างช้าๆ แสงไฟสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาพร้อมกับลมบริสุทธิ์ที่พัดโหมกระหน่ำเข้ามาไล่ก๊าซพิษออกไปจนหมดสิ้น "เก่งมากครับ" เรนเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ชวนให้ใจสั่น ก่อนที่เขาจะดึงร่างของวินให้ก้าวถอยหลังเข้าไปในเขตปลอดภัยพร้อมกัน แต่ทว่า... ก่อนที่ประตูจะปิดสนิท เสียงหัวเราะเยือกเย็นของบุคคลลึกลับก็ดังแทรกเข้ามาผ่านลำโพงซ่อนรูป "ยินดีด้วยครับที่ผ่านด่านแรกมาได้... แต่ดูเหมือนว่า ของขวัญต้อนรับชิ้นต่อไป จะรอพวกคุณอยู่ข้างนอกแล้วนะครับ เรนเดล... และคนที่คุณกำลังปกป้องอยู่" เรนเดลชะงักฝีเท้าทันที ร่างสูงดึงวินเข้ามาซบ1อกแผ่นอกกว้างเพื่อบังกระสุนปริศนาที่พุ่งเจาะทะลุกระจกเข้ามาอย่างแม่นยำ เสียงปืนดังสนั่นก้องไปทั่วบริเวณ วินเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยเลือดสีแดงสดซึมผ่านเสื้อเชิร์ตสีดำบริเวณหัวไหล่ด้านซ้ายของคนที่ปกป้องเขาไว้ "เรน!" วินอุทานเสียงหลง มือเรียวรีบคว้าจับแขนอีกฝ่ายไว้แน่น ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เรนเดลกัดฟันแน่น ใบหน้าคมคายซีดเผือดลงเล็กน้อย แต่ดวงตายังคงคมกริบดุจเหยี่ยว เขาก้มลงสบตากับวินที่กำลังตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นบางเบา แม้ในยามที่เลือดกำลังไหลริน "อย่าทำหน้าแบบนั้นเลยครับ..." เรนกระซบเสียงกระเส่าชิดริมหู ขณะที่มืออีกข้างยกขึ้นประคองแก้มเนียนของวินไว้เบาๆ "ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร... ผมก็ไม่มีวันปล่อยให้ใครมาพรากนายไปจากผมอีกเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด" ยังไม่ทันที่วินจะได้เอ่ยปากด่าหรือซักถามอะไร เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบคู่ก็ดังขึ้นล้อมรอบทิศทาง พร้อมกับเงาร่างของบุคคลในชุดเครื่องแบบหน่วยพิเศษที่คุ้นเคยกำลังก้าวเข้ามาประชิดตัว และคนที่เดินนำหน้าสุดด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ก็คือคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่ห้าปีก่อน... คนที่กุมความลับทั้งหมดของพวกเขาไว้ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ที่เดิมพันด้วยชีวิตในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%