ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา•ตอนที่ 8

พันธะแห่งความโกรธแค้น

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ... วินเซนต์" น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าเจือไปด้วยความเย้ยหยันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เงาร่างที่ก้าวพ้นความมืดออกมาคือ 'คาร์ล' อดีตหัวหน้าหน่วยสืบสวนที่ถูกประกาศว่าเสียชีวิตไปในเหตุการณ์เพลิงไหม้เมื่อห้าปีก่อน ใบหน้าครึ่งซีกของเขาประดับด้วยรอยแผลเป็นจากไฟลวก แต่นัยน์ตาสีเทาคู่เดิมกลับยังคงความเจ้าเล่ห์และรู้ทันทุกย่างก้าวราวกับพวกเราเป็นเพียงตัวหมากบนกระดาน เสียงเหล็กกระทบพื้นจากหน่วยพิเศษนับสิบนายดังระงับไปทั่วโกดังร้าง กลิ่นอับชื้นและสนิมเหล็กคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นดินปืนจางๆ ความตึงเครียดพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดในเสี้ยววินาที วินก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังของเขาชนเข้ากับแผงอกกว้างของเรนพอดิบพอดี ความร้อนจากร่างกายของอีกฝ่ายแผ่ซ่านทะลุผ่านเสื้อแจ็คเก็ตหนา แม้ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่แค่เอื้อม แต่เรนกลับไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกออกมาแม้แต่น้อย มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมมาคว้าข้อมือของวินไว้แน่น ออกแรงดึงให้มาอยู่ด้านหลังเบาๆ เป็นการปกป้องโดยสัญชาตญาณที่ทำเอาหัวใจของแฮกเกอร์หนุ่มกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ "ถอยไปเรน หมอนั่นมันอันตรายกว่าที่นายคิด" วินกระซิบเสียงลอดไรฟัน สายตายังคงจดจ้องร่างของคาร์ลไม่วางตา "คนที่ควรระวังตัวตอนนี้รุกรานพื้นที่ของเราเกินไปแล้วนะครับ" เรนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น มืออีกข้างเอื้อมไปปลดล็อกซองพกปืนพกสั้นข้างเอวอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ "และผมไม่ชอบให้ใครมาเล่นละครปาินาโอะบนความพินาศของทีมผม" คาร์ลหัวاร์ในลำคอเบาๆ สายตาคมกริบกวาดมองคนทั้งสองด้วยความขบขัน "โอ้ ความรักความสามัคคีในองค์กรนี่มันช่างน่าซาบซึ้งเสียจริง เรนเดล... นายคิดจริงๆ หรือว่าคนที่ยืนอยู่ข้างหลังนายตอนนี้ เป็นคนเดียวกับที่นายรู้จัก?" คำพูดนั้นทำเอาบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ วินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสบตากับเรนที่ก้มลงมองเขาพอดี นัยน์ตาสีเข้มของเรนฉายแววคำถาม แต่มันไม่มีความหวาดระแวงแม้แต่น้อย มีเพียงความเชื่อใจอันหนักแน่นที่ส่งผ่านความเงียบงัน "อย่าไปฟังมัน เรน มันแค่ต้องการปั่นหัวเรา" วินเอ่ยเสียงกร้าว พยายามกลบเกลื่อนความไหววูบในอก "ผมฟังผลงาน ไม่ใช่คำพูดครับวิน" เรนกระซิบตอบข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นชิดใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดต้นคอ เรียกความร้อนผ่าวให้แล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้าของคนปากเก่งอย่างช่วยไม่ได้ "แต่ถ้ามันกล้าแตะต้องตัวนาย ผมจะอัดมันให้จำชื่อตัวเองไม่ได้เลยคราวนี้" ให้ตายเถอะ... ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ หมอนี่ยังมีอารมณ์มาหยอดคำหวานใส่เขาได้อีกหรือไง! วินเม้มปากแน่น ซ่อนรอยยิ้มที่เกือบจะหลุดออกมาจากมุมปากได้อย่างหวุดหวิด "เก่งมาก หนุ่มๆ จีบกันเข้าไป" คาร์ลตบมือช้าๆ เสียงก้องกังวานในโกดังร้าง "แต่ก็น่าเสียดายนะเรน ที่นายไว้ใจคนผิด... คนที่ป้อนข้อมูลลับระดับชาติให้ฝ่ายตรงข้ามเมื่อสามวันก่อน ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล แต่เป็น 'คนสนิท' ที่ยืนอยู่ข้างกายนายตอนนี้ต่างหาก" เพล้ง! ราวกับมีกระจกเงาบานใหญ่แตกละเอียดอยู่ในอก วินเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าอดีตหัวหน้าหน่วยด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ระเบิดออกจนควบคุมไม่อยู่ "แกพูดบ้าอะไรวะคาร์ล! อยากใส่ร้ายใครก็หาหลักฐานที่ดีกว่านี้หน่อยสิ!" วินก้าวพรวดออกไปข้างหน้าหมายจะพุ่งเข้าใส่ แต่เรนกลับคว้าฮู้ดด้านหลังของเขาไว้มั่น รั้งตัวให้ถอยกลับมาอยู่ในเซฟโซน "ใจเย็นๆ ครับวิน" เรนเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าเฉียบขาด สายตาคมกริบหันไปจ้องหน้าคาร์ลเขม็ง "ถ้าจะมีใครสักคนในทีมที่เป็นหนอนบ่อนไส้... คนคนนั้นก็ต้องมีสิทธิ์เข้าถึงระบบแม่ข่ายระดับเจ็ด ซึ่งวินไม่มีสิทธิ์นั้นแต่แรก" คาร์ลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏบนมุมปาก "งั้นเหรอ? แล้วถ้าฉันบอกว่า มีคนแอบใช้บัญชีลับของวินในการโอนถ่ายข้อมูลล่ะ? บัญชีที่ถูกฝังไว้ลึกในฮาร์ดไดรฟ์สำรองที่นายเก็บไว้กับตัวตลอดเวลา... วินเซนต์" วินชะงักค้าง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ฮาร์ดไดรฟ์สำรองตัวนั้นเขาเก็บไว้ในเซฟห้องพักส่วนตัว และมีเพียงคนเดียวเท่านั้น... คนเดียวจริงๆ ที่รู้รหัสผ่านและรอยต่อของระบบเข้ารหัสลับนั้น สายตาของวินค่อยๆ เคลื่อนกลับมามองหน้าเรนโดยอัตโนมัติ ความหวาดระแวงชั่ววูบแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่วินรีบสบัดมันทิ้งทันที เรนไม่มีเหตุผลที่จะทำแบบนั้น ไม่มีทาง... "อย่ามองผมแบบนั้นสิครับวิน" เรนกระซิบแผ่วเบa ราวกับอ่านความคิดของเขาออก มือหนาเอื้อมมาจับมือของวินที่กำลังสั่นเทาขึ้นมาบีบไว้แน่น ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือของอีกฝ่ายช่วยดึงสตินายแฮกเกอร์หนุ่มให้กลับคืนมา "ผมเชื่อใจนาย และนายก็ต้องเชื่อใจผม" "โอ้โห ภาพบาดตาบาดใจจริงๆ" คาร์ลหัวเราะเยาะ "แต่ความเชื่อใจมันกินไม่ได้หรอกนะเรน นายคิดว่าทำไมฉันถึงรู้เรื่องนี้ดีล่ะ? ก็เพราะว่า... ในทีมของนายตอนนี้ มีคนคอยคาบข่าวมาบอกฉันทุกฝีก้าวไงล่ะ" สิ้นคำพูดของคาร์ล ไฟฉายแรงสูงจากหน่วยพิเศษรอบด้านก็สาดส่องไปยังมุมอับอีกด้านหนึ่งของโกดัง ร่างของใครคนหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาหลบวูบไม่กล้าสบตาใคร และเสื้อแจ็คเก็ตที่สวมอยู่ก็คือเครื่องแบบของเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคในทีมเรนเอง "นี오..." วินครางชื่อนั้นออกมาด้วยความตกตะลึง เด็กหนุ่มรุ่นน้องที่เขาคอยช่วยเหลือและสอนงานมาตลอดหลายปี คือคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม นีโอสั่นเทา ก้มหน้ามองพื้น "ผม... ผมขอโทษครับพี่วิน ผมไม่มีทางเลือก แม่ผมป่วยหนัก พวกเขาบอกว่าจะหายารักษาให้..." "แกขายวิญญาณให้พวกมันเพราะเงินเนี่ยนะ!" วินพุ่งตัวออกไปอย่างเหลืออด แต่คราวนี้เรนไม่ได้รั้งเขาไว้ ร่างสูงก้าวแซงหน้าออกไปก่อนจะหยุดยืนเผชิญหน้ากับคาร์ลและหนอนบ่อนไส้ด้วยรัศมีคุกคามที่น่ากลัวจนแทบหยุดหายใจ "การขายเพื่อนร่วมทีมเพื่อแลกกับความอยู่รอด... เป็นความผิดที่ให้อภัยไม่ได้ในกฎของหน่วยเรา" เรนเอ่ยทีละคำ น้ำเสียงเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก "และคนที่กล้าล้ำเส้นเข้ามาในเขตอำนาจของผม ก็ต้องเตรียมตัวรับผลลัพธ์ที่จะตามมาด้วยเหมือนกัน" คาร์ลหุบยิ้ม สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวของเรน "จัดการพวกมัน!" คำสั่งเด็ดขาดดังขึ้นพร้อมกับเสียงขึ้นลำกล้องปืนนับสิบคอกระทบกันก้องโกดัง วินชักปืนพกขนาดพกพาออกจากเอวอย่างคล่องแคล่ว แผ่นหลังแนบชิดติดกับเรนอย่างไร้ช่องว่าง เคมีอันตรายระหว่างแฮกเกอร์ตัวแสบกับหัวหน้าหน่วยสืบสวนผู้เยือกเย็นหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางวงล้อมของศัตรู "นับสามนะเรน" วินกระซิบเบาๆ ริมฝีปากยกยิ้มร้ายกาจที่ไร้ความกลัวใดๆ "ไม่ต้องนับหรอกครับวิน..." เรนเหลือบมองคนข้างกายด้วยหางตา พร้อมกับกระชับปืนในมือแน่น "จบงานนี้ นายต้องเคลียร์เรื่องที่แอบไปนอนห้องผมเมื่อคืนก่อนด้วยนะ" วินเกือบสำลักกระสุนปืนตัวเองกลางอากาศ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "นี่มันเวลามาทวงหนี้เรอะไอ้บ้า!" ในเสี้ยววินาทีที่กระสุนนัดแรกพุ่งแหวกอากาศเข้ามาหาตัว เรนก็เอื้อมมือมาคว้าเอวบางของวินแล้วดึงหลบเข้าหาตัวพร้อมกับลั่นไกสวนกลับไปอย่างแม่นยำ ทว่า... ก่อนที่ควันปืนจะจางหาย เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงไซренаของรถตำรวจนอกเครื่องแบบนับสิบคันก็ดังกระหน่ำก้องมาจากด้านนอก ไม่ใช่แค่หน่วยพิเศษของคาร์ลที่ล้อมพวกเขาไว้... แต่ดูเหมือนว่า "ใครอีกคน" กำลังปิดล้อมพวกมันทั้งหมดไว้อีกชั้นหนึ่งแล้ว เรนชะงัก ปลอกกระสุนในมือร่วงกระทบพื้นขณะที่ดวงตาสคมกริบมองไปยังประตูทางเข้าโกดังที่ถูกพังทลายลงด้วยรถหุ้มเกราะปริศนา และร่างของบุคคลที่ก้าวลงมาจากรถคันนั้น... ก็ทำให้แม้แต่คาร์ลยังต้องหน้าถอดสี ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ประตูมิติที่แปด" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%