กระบอกปืนสเตนเลสสตีลสีด้านในมือของสารวัตรใหญ่สะท้อนแสงไฟนีออนกะพริบจากป้ายร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้าม มันเป็นวัตถุเย็นเยียบที่พร้อมจะพ่นกระสุนทะลุร่างพวกเขาได้ทุกเมื่อ หากไม่ใช่เพราะเสียงถอนหายใจยาวพรืดที่หลุดออกมาจากปากของนายตำรวจระดับสูงคนนั้นเสียก่อน
"ลดปืนลงเถอะครับคุณเรนเดล... ถ้าผมอยากให้พวกคุณตายในคลับใต้ดินนั้น ผมคงไม่ขับรถตามหลังกระบะคันเก่าๆ ของพวกคุณมาจนถึงห้องเช่าสภาพใกล้พังนี่หรอก"
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบแห้งนิดๆ เอ่ยขึ้นพร้อมกับลดปากกระบอกปืนลงต่ำ ปลายนิ้วชี้ไม่ได้แตะอยู่บนไกปืนอีกต่อไป สารวัตรใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยับยู่ยี่จากการทำงานข้ามคืนกวาดสายตามองไปรอบๆ บันไดหนีไฟของตึกแถวเก่าคร่ำคร่า กลิ่นอับชื้นของคราบน้ำฝนและกลิ่นท่อระบายน้ำผสมผสานกันจนน่าสะพรึงกลัว แต่มันกลับเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในเวลานี้ สำหรับคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังถูกไล่ล่าจากทั้งองค์กรใต้ดินและกฎหมายที่ไม่บริสุทธิ์
เรนยังคงยืนบังร่างของวินเอาไว้ครึ่งหนึ่ง ปลายกระบอกปืนในมือของเขาไม่ได้สั่นแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังผู้บังคับบัญชา ทว่าความระแวงเมื่อครู่เริ่มถูกแทนที่ด้วยความสงสัยระคนเคลือบแคลง
"ท่านสารวัตรมาทำอะไรที่นี่... และที่สำคัญที่สุด ท่านรู้ได้ยังไงว่าพวกเราซ่อนตัวอยู่ที่นี่" เรนถามเสียงลอดไรฟัน ความกดอากาศรอบตัวลดต่ำลงจนแทบหายใจไม่ออก
วินที่ยืนอยู่ด้านหลังเอื้อมมือเรียวไปแตะที่ข้อศอกของเรนเบาๆ สัมผัสอุ่นจัดนั้นทำให้เรนชะงักไปเล็กน้อย วินก้าวออกมาเผชิญหน้ากับสารวัตรด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ไร้ร่องรอยความตื่นตระหนก มีเพียงประกายตาเจ้าเล่ห์ที่ฉายชัดขึ้นมาภายใต้ความมืดสลัว
"เขาไม่ได้ตามเรามาหรอกครับเรน..." วินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงติดจะเย้ยหยันเล็กน้อยตามวิสัย "ดูคราบโคลนที่ล้อรถของเขาสิครับ... ลุยโคลนมาจากเขตก่อสร้างฝั่งตะวันออก แสดงว่าสารวัตรใหญ่ของเราแอบขับรถสะกดรอยตาม ‘หนูทดลอง’ อย่างพวกเรามาตั้งแต่ตอนที่ระบบไฟในคลับเริ่มรวนแล้วต่างหาก... ผมพูดถูกไหมครับท่าน"
สารวัตรใหญ่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างนึกทึ่ง เขากวาดตามองแฮกเกอร์หนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ
"สมandลือชื่อจริงๆ ครับคุณวินเซนต์... แฮกเกอร์ที่เก่งที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา ถึงขนาดเจาะระบบความปลอดภัยระดับสิบของคลับลับได้ภายในเวลาไม่ถึงสามนาที น่าเสียดาย... ถ้าสมองเพชรแบบคุณไม่ได้มีความจำที่หายไปครึ่งหนึ่ง ป่านนี้คุณคงนั่งแท่นบริหารองค์กรใหญ่ไปแล้ว"
"เก็บคำชมเชยไร้สาระของคุณไว้ใช้ตอนสอบสวนเถอะครับ" วินแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูห้องเช่าราคาถูกที่เก่าจนสนิมกิน ผลักมันเปิดออกด้วยเสียงเอี๊ยดอาร์ดที่บาดหู "ถ้าจะเข้ามาคุย ก็เข้ามาข้างในครับ... ยืนคุยกันตรงนี้ เดี๋ยวพวกสุนัขล่าเนื้อของเสี่ยธนาจะตามกลิ่นเรามาทันเสียก่อน"
ภายในห้องเช่าขนาดกว้างไม่ถึงสามสิบตารางเมตร มีเพียงเตียงนอนเก่าๆ ฟูกยุบย้วย ตู้เสื้อผ้าไม้พาร์ทุเกลื่อน และโต๊ะทำงานตัวเล็กที่มีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กวางอยู่ แสงไฟเดียวในห้องมาจากหลอดไฟนีออนดวงเล็กที่กะพริบติดๆ ดับๆ บรรยากาศอบอวลไปด้วยฝุ่นละอองและกลิ่นอายความอับทึบ แต่มันคือ "พื้นที่ปลอดภัย" ชั่วคราวที่พวกเขาสามารถถอดหน้ากากเข้าหากันได้
สารวัตรใหญ่เดินเข้ามาเป็นคนสุดท้าย พร้อมกับใช้เท้าดันประตูให้ปิดลงอย่างเงียบเชียบ เขาล็อคกลอนสามชั้นด้วยความคุ้นเคย ราวกับว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาต้องมาหลบซ่อนตัวในสถานที่อัปยศแบบนี้
เรนเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกแข็งที่มุมห้อง ดวงตาคมกริบยังคงไม่ละไปจากผู้บังคับบัญชา วินเดินเลยไปหยิบแก้วน้ำพลาสติกเก่าๆ รินน้ำดื่มจากเหยือกบนโต๊ะยื่นให้สารวัตร ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างบนขอบเตียง ใกล้กับร่างของเรนจนไหล่ของทั้งคู่เบียดกันโดยไม่ตั้งใจ
ความตึงเครียดที่เคยคุกรุ่นก่อนหน้านี้เริ่มอ่อนยวบลง เหลือเพียงบรรยากาศอึมครึมของความลับที่ถูกเก็บงำมานาน
"เอาล่ะครับท่านสารวัตร..." วินเริ่มเปิดฉาก ทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน ปลายนิ้วเรียวเคาะเบาๆ ลงบนต้นขาตัวเองอย่างใช้ความคิด "ตอนนี้ไม่มีคนอื่นแล้ว เลิกเล่นเกมแมวไล่จับหนูแล้วพูดความจริงมาได้เสียที... ทำไมตำรวจระดับสารวัตรใหญ่ถึงต้องเอาอนาคตมาเสี่ยงกับการช่วยเหลืออาชญากรอย่างพวกเรา"
สารวัตรใหญ่ถอดถุงมือหนังออก วางมันลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เขาถอนหายใจยาวเหยียดราวกับแบกภาระหนักอึ้งไว้บนบ่ามานานหลายปี ใบหน้าเคร่งเครียดดูแก่ลงไปถนัดตาเมื่อแสงไฟสลัวสาดส่องลงมา
"เพราะผมไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วครับ..." สารวัตรเอ่ยเสียงเครือ "ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ผมพยายามกวาดล้างเครือข่ายใต้ดินของเสี่ยธนา แต่ทุกครั้งที่เข้าใกล้... สำนวนคดีจะถูกสั่งระงับ คำสั่งย้ายจะมาถึงโต๊ะทำงานของผมภายในไม่กี่ชั่วโมง... และที่แย่ไปกว่านั้น"
เขาสบตากับเรนและวินทีละคน แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความแค้นที่อัดแน่น
"ลูกสาวของผม... ถูกพวกมันลักพาตัวไปตั้งแต่วันที่ผมเริ่มเปิดโปงบัญชีลับของคลับนั้น"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที เสียงหึ่งๆ ของตู้เย็นเก่าๆ ที่มุมห้องดังชัดเจนขึ้นมาในโสตประสาท เรนชะงักไป ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงวูบหนึ่ง ความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจฉายชัดขึ้นมาในแววตาของนายตำรวจหนุ่มผู้ยึดมั่นในความยุติธรรม
"แล้วคุณคิดว่าพวกเราจะช่วยอะไรคุณได้ครับ" เรนถามเสียงนุ่มขึ้น แต่ยังคงความจริงจัง "ในเมื่อตอนนี้... แม้แต่ความทรงจำของวินเอง ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจริงหรือเท็จ"
"ความทรงจำของผมอาจจะขาดหายไปครึ่งหนึ่ง..." วินพูดแทรกขึ้น น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่าตกใจ ดวงตาสีเข้มหันไปสบตากับเรนอย่างสื่อความหมาย "แต่โค้ดเนมและรหัสผ่านที่ผมใช้เจาะระบบเมื่อคืน... มันเชื่อมโยงกับเซิร์ฟเวอร์หลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ... และเชื่อมตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเสี่ยธนา... รวมถึง... ห้องเก็บของลับของกรมตำรวจด้วยซ้ำ"
วินขยับตัวเข้ามาใกล้เรนมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว กลิ่นหอมจางๆ จากตัวของแฮกเกอร์หนุ่มโชว์แตะจมูกของเรนท่ามกลางอากาศอับชื้น เรนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงจนแทบจะสัมผัสกันได้
"คุณกำลังจะบอกว่า..." เรนกระซิบเสียงแผ่ว
"ใช่ครับ..." วินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอันตรายและเสน่ห์เหลือร้าย "กรมตำรวจเน่าเฟะยิ่งกว่าที่พวกเราคิด... และคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ไม่ใช่แค่เสี่ยธนา... แต่คือคนระดับสูงในเครื่องแบบเดียวกับที่คุณใส่อยู่ตอนนี้แหละครับ สารวัตร"
สารวัตรใหญ่พยักหน้ารับอย่างจำนนต่อหลักฐาน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานที่มีโน้ตบุ๊กเปิดหน้าต่างคำสั่งสีดำอยู่ สารวัตรหยิบแฟลชไดร์ฟสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน แล้ววางมันลงข้างๆ มือของวิน
"นี่คือแบ็คอัพข้อมูลทั้งหมดที่ผมแอบรวบรวมมาได้ตลอดสามปี... บัญชีส่วย รายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐที่รับสินบน และพิกัดที่ซ่อนตัวของลูกสาวผม..." สารวัตรใหญ่ก้มศีรษะลงเล็กน้อยท่าทางที่แสดงถึงความยอมจำนนอย่างแท้จริง "ผมมอบมันให้คุณ... คุณวินเซนต์... และคุณเรนเดล... ช่วยใช้มันกระชากหน้ากากพวกมันทีครับ"
วินมองแฟลชไดร์ฟสีดำสนิทนั้นนิ่งงัน นิ้วเรียวยาวยื่นออกไปแตะมันเบาๆ ความเย็นยะเยือกของโลหะแล่นริ้วเข้าสู่ปลายนิ้ว แต่ทว่าหัวใจของเขากลับเต้นรัวระรัวอย่างแปลกประหลาด
ในจังหวะที่บรรยากาศในห้องกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดจากข้อมูลมหาศาลที่เพิ่งถูกเปิดเผย เรนก็ยื่นมือมาทับลงบนหลังมือของวินที่กำลังจะหยิบแฟลชไดร์ฟนั้น สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือของนายตำรวจหนุ่มทำให้วินสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มหันขวับไปสบตากับเรนในระยะประชิด
ใบหน้าของเรนอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงคืบ ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนแก้วเนียน ความนุ่มนวลที่ฉายชัดในแววตาของเรนเวลานี้ทำเอาวินลืมคำพูดจาถางถางทั้งหมดไปชั่วขณะ
"ระวังตัวด้วยนะวิน..." เรนกระซิบเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาของเขา เต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีสุขุม "อย่าลืมว่านายยังมีค้างคำตอบอะไรไว้อีกหลายอย่าง... และฉันจะไม่ยอมให้นายหายไปไหนเด็ดขาดจนกว่าเราจะเคลียร์เรื่องนี้ให้จบ"
วินเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก ความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความปากแข็งเริ่มก่อตัวขึ้นจนยากจะต้านทาน เขากำลังจะเอ่ยปากตอบโต้ด้วยประโยคกวนประสาทตามเคย ทว่า...
*ปัง!*
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอก ตามด้วยเสียงล็อกประตูที่ถูกกระชากอย่างแรงจนกลอนเหล็กส่งเสียงกรีดร้องน่ากลัว!
สารวัตรใหญ่ชักปืนออกมาจากซองพกข้างเอวทันทีด้วยความตกใจ ขณะที่เรนดึงตัววินเข้ามาชิดร่างแกร่งของตนโดยสัญชาตญาณ ปลายกระบอกปืนในมือของเรนถูกยกขึ้นเล็งตรงไปที่ประตูห้องอย่างรวดเร็ว
"พวกมันตามมาเจอได้ยังไง..." สารวัตรพึมพำด้วยใบหน้าซีดเผือด
ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ ประตูไม้เก่าๆ ก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงถีบมหาศาล ฝุ่นละอองคละคลุ้งไปทั่วห้อง ท่ามกลางกลุ่มควันสีเทา ร่างสูงใหญ่ในชุดดำสนิทก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก—ใบหน้าที่วินจำได้แม่นยำยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดในความทรงจำที่หายไปครึ่งหนึ่ง!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความมืดด้วยกันนะครับ
ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา•ตอนที่ 5
ค่ำคืนในห้องเช่าราคาถูก
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!