เสียงเหล็กดัดบานใหญ่ที่ชั้นล่างบิดงอจนส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูง ตามด้วยแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านโครงสร้างคอนกรีตขึ้นมาถึงพื้นห้องใต้หลังคา คือหลักฐานชั้นดีว่าเราเหลือเวลาอีกไม่มากนัก
"ล็อกประตูครับวิน!"
เรนตวาดลั่น มือข้างหนึ่งกระชากสไลด์ปืนพกคู่ใจออกมาก่อนจะตบแมกกาซีนเข้าไปด้วยความรวดเร็วที่ผ่านการฝึกฝนมานับครั้งไม่ถ้วน ดวงตาคมกริบของนายตำรวจพิเศษกวาดมองไปรอบห้องเพื่อหาจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดในการตั้งรับ ในขณะที่วินยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าจอโฮโลแกรมที่กระพริบเตือนสีแดงฉาน
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังเหยียบย่ำบันไดวนขึ้นมาทีละขั้น มันไม่ใช่เสียงของตำรวจนอกราชการหรือแก๊งมาเฟียกระจอก แต่เป็นจังหวะการเคลื่อน
พลที่ถูกฝึกมาเพื่อการฆ่าโดยเฉพาะ
"พวกมันมาเร็วกว่าที่คาดไว้สามนาที... ระบบเตือนภัยไบโอเมตริกซ์ที่ผมวางไว้ชั้นล่างถูกเจาะด้วยอัลกอริทึมระดับทหาร" วินพึมพำด้วยน้ำเสียงที่ยังคงความเยือกเย็นได้อย่างน่าประหลาด แม้เหงาเม็ดหนึ่งจะไหลซึมลงตามกรอบหน้าคมคาย "ดูท่าทางคนที่เราตามหา จะเป็นคนเดียวกับคนที่ส่งพวกนี้มาต้อนรับเรานะครับ เรนเดล"
"หุบปากแล้วมาหลบหลังชั้นหนังสือ!"
เรนพุ่งตัวเข้าไปกระชากข้อมือของแฮกเกอร์หนุ่มให้พ้นจากรัศมีของประตู แรงกระชากนั้นกึ่งบังคับกึ่งปกป้อง วินเซนต์ไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้อีกฝ่ายดึงเข้าไปแนบชิดกับแผ่นหลังกว้างที่ไอร้อนจากร่างกายแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าออกมา ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่ห่างกันแค่เอื้อม เคมีอันตรายระหว่างพวกเขากลับยิ่งปะทุขึ้นอย่างเงียบเชียบ กลิ่นอายเฉพาะตัวของเรน—กลิ่นฝนจางๆ ผสมกับควันปืนและกลิ่นบุหรี่มวนโปรด—ตีวนอยู่ในความรับรู้ของวินจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ปัง!
กระสุนนัดแรกเจาะทะลุบานประตูไม้เนื้อแข็งเข้ามา ฝุ่นผงและเศษไม้กระจายฟุ้งไปทั่วอากาศ เรนไม่รอช้า ยิงสวนผ่านรูกระสุนออกไปสามนัดติด เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นจากหน้าห้อง ตามด้วยร่างของชายชุดดำคนแรกที่ล้มฟาดลงกับพื้น
"วิน! ยูเอสบีไดรฟ์ข้อมูลหลักที่คุณดึงออกมาเมื่อกี้... อยู่กับคุณใช่ไหม?" เรนกระซิบชิดใบหูของอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนวินขนลุกซู่ ปากจัดๆ ของแฮกเกอร์หนุ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า
"อยู่ครับ... แต่มันถูกเข้ารหัสสามชั้น ถ้าผมตายตอนนี้ ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งไปประจานบนเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลกโดยอัตโนมัติ"
"ใครบอกว่าผมจะปล่อยให้คุณตาย?" เรนหันมาสบตา ประกายในดวงตาคู่นั้นไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความดุดันและ... ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายในสถานการณ์แบบนี้ "ผมบอกแล้วไงว่าผมจะปกป้องคุณ... ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม"
ประโยคเรียบง่ายแต่น้ำเสียงหนักแน่นนั้นทำเอาวินถึงกับพูดไม่ออก ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกฝังไว้ใต้ซากปรักหักพังของความทรงจำที่หายไปครึ่งหนึ่งเริ่มสั่นไหว รอยร้าวในกระจกเงาแห่งอดีตที่เขาพยายามหลบ
มาตลอด กำลังถูกสายตาคู่นี้ค่อยๆ หลอมรวมเข้าหากัน
"คุณนี่มัน... บ้าชะมัด" วินแค่นหัวเราะเบาๆ ทั้งที่สถานการณ์คับขัน "ทำไมต้องทำเพื่อผมขนาดนี้ด้วยครับ เรน? เราเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานเองนะ"
"เพราะคุณทำให้ผมจำได้ว่า... ความรู้สึกของการอยากปกป้องใครสักคนด้วยชีวิตมันเป็นยังไง" เรนตอบกลับทันควัน ไร้ซึ่งความลังเล "หลังจากที่ผมสูญเสียคู่หูเก่าไปเมื่อสามปีก่อน ผมปิดตายตัวเองจากทุกอย่าง จนกระทั่งคุณก้าวเข้ามาในชีวิตผม... วิน"
นี่คือครั้งแรกที่เรนยอมเปิดปากพูดถึงปมในใจเรื่องการสูญเสียที่คอยหลอกหลอนเขามาตลอดสามปี แผลเป็นที่ไม่มีวันจางหายถูกเปิดออกต่อหน้าแฮกเกอร์หนุ่มอย่างไม่มีกั๊ก บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เสียงปืนนอกห้องเงียบลงชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบเหลือเพียงแค่พวกเขาสองคน
วินมองลึกเข้าไปในดวงตาของนายตำรวจหนุ่ม เขาเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในนั้น—เงาของคนที่เคยโดดเดี่ยวและไม่เคยเชื่อใจใคร แต่ตอนนี้กลับอยากจะฝากชีวิตไว้ที่มือคู่นี้
"เรน..." วินเอ่ยชื่อนั้นแผ่วเบา ความพยศและท่าทีปากจัดเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง "ผม... ผมขอโทษเรื่องในอดีตของคุณด้วยนะ"
"ไม่ใช่ความผิดของคุณ" เรนเลื่อนมือข้างที่ว่างขึ้นมาสัมผัสแก้มของวินอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วหยาบกร้านไล้ผ่านผิวเนียนอย่างทะนุถนอม ราวกับลืมไปเสียสนิทว่าพวกเขากำลังหลบกระสุนจากกลุ่มมือสังหาร "แต่ถ้าคุณไม่อยากให้เรื่องราวมันซ้ำรอย... เชื่อใจผม วิน ส่งมือมาให้ผม"
วินมองมือใหญ่ที่ยื่นมาตรงหน้า หัวใจของแฮกเกอร์หนุ่มเต้นรัวยิ่งกว่าเสียงปืน เขาสูดหายใจเข้าลึก and ก่อนจะวางมือลงในอุ้งมืออุ่นนั้นอย่างเต็มใจ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านผิวสัมผัสทำให้ความกลัวทั้งหมดมลายหายไป
ทว่า ในวินาทีที่นิ้วประสานกันแน่น เสียงหัวเราะเยือกเย็นก็ดังขึ้นจากทางหน้าประตูที่พังเสียหาย
"ซึ้งกันพอหรือยังครับ... คุณสารวัตรเรนเดล?"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความคุ้นเคยอย่างประหลาดทำให้เรนชักปืนกลับพร้อมหันขวับไปมอง วินเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของชายคนหนึ่งก้าวผ่านกลุ่มศพที่นอนเกลื่อนกลาดเข้ามาในห้อง แสงไฟสลัวสาดกระทบใบหน้าครึ่งซีกของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ—รอยแผลเป็นลากยาวตั้งแต่ขมับลงมาถึงกราม และดวงตาข้างหนึ่งที่ไร้แววชีวิต
เรนสะبัดหน้ามองคนตรงหน้าด้วยความตกใจขีดสุด ร่างกายชาวาบไปทั้งตัวราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อต
"เป็น... เป็นไปไม่ได้" เรนพึมพำเสียงสั่น ชื่อที่ไม่ได้ยินมาสามปีหลุดออกจากริมฝีปากที่ซีดเผือด "นาย... นายตายไปแล้วนี่ ดีน!"
วินหันขวับมองเรนสลับกับชายแปลกหน้าคนนั้น ก่อนที่สมองจะประมวลผลทันทีเมื่อเห็นโครงหน้าและรอยแผลเป็นที่คุ้นเคยจากไฟล์ลับในระบบ—คู่หูเก่าของเรนที่ควรจะเสียชีวิตในเหตุการณ์ระเบิดเมื่อสามปีก่อน
และก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ ดีนก็ยกปืนขึ้นเล็งตรงมาที่กลางอกของวิน พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก
"ยินดีต้อนรับสู่ความจริง... น้องชาย" ดีนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ของขวัญที่ฉันส่งมาเซอร์ไพรส์นาย... ถูกใจไหมล่ะ?"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปกับความลับนี้ด้วยกันนะครับ
ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา•ตอนที่ 11
คำสารภาพที่ไม่มีเสียง
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!