"ถ้าคุณถอยไปอีกก้าวเดียว กระจกบานนี้จะแตก และผมรับรองว่าเศษคมๆ ของมันจะไม่บาดแค่ผิวหนังของคุณหรอกนะครับ เรนเดล"
ปลายนิ้วเรียวยาวของวินเซนต์แตะอยู่บนกรอบกระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนภาพห้องใต้ดินสลัว แสงไฟนีออนสีฟ้าอมม่วงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์นับสิบตัวสาดกระทบโครงหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน ดวงตาคู่คมของแฮกเกอร์หนุ่มพราวระยับด้วยความท้าทาย ขณะที่แผ่นหลังของเขาถูกดันจนแทบจะแนบติดกับผิววัตถุเย็นเฉียบ โดยมีร่างสูงโปร่งของเจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษอย่างเรนยืนค้ำ Sola อยู่ในระยะประชิด ชนิดที่ว่าลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่แทบจะหลอมรวมเป็นสายเดียวกัน
เรนไม่1ขยับเขยื้อน ดวงตาสีเทาเข้มภายใต้กรอบหน้าเคร่งขรึมจ้องมองอีกฝ่ายราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม ปลายนิ้วแกร่งข้างหนึ่งวางทาบลงบนผนังกระจกด้านข้างศีรษะของวิน บล็อกทางหนีทีไล่ไว้ทุกทาง กลิ่นอายเฉพาะตัวของฝนตกและบุหรี่จางๆ ลอยวนอยู่รอบตัวเจ้าหน้าที่หนุ่ม ยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องคับแคบนี้อัดแน่นไปด้วยแรงกดดันอันตราย
"คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินไปแล้ว วิน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน มันไม่ได้เจือแววขู่
ฝ้า แต่น้ำเสียงนิ่งสนิทนั้นกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าระเบิดเวลา "ข้อมูลชุดนั้นในแฟลชไดรฟ์ มันไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาเขาเก็บไว้เล่นแก้เบื่อ และคุณก็รู้ดีว่าถ้าองค์กรนั้นตามหาคุณเจอ ชีวิตครึ่งหนึ่งที่คุณพยายามจะลืม มันจะกลับมาตามล่าคุณเร็วกว่าที่คุณคิด"
"เป็นห่วงผมเหรอครับ?" วินเอียงคอเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทปรากฏขึ้นที่มุมปาก แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมาชนกับซี่โครง ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อคำขู่ของอีกฝ่าย แต่มันเป็นความตื่นเต้นเร้าใจที่ถูกกระตุ้นด้วยความใกล้ชิดอันตรายแบบนี้ "ผมนึกว่าคุณสนใจแค่ความยุติธรรมซะอีก... เจ้าหน้าที่เรนเดลผู้เคร่งครัด"
"อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง" เรนขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะปัดผ่านกัน ระยะห่างที่ลดลงจนเหลือเพียงศูนย์ ทำให้วินต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว สายตาของเรนกวาดมองริมฝีปากที่กำลังต่อล้อต่อเถียงก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาตรงๆ "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเล่นสนุกกับคุณ ถ้าคุณไม่ยอมส่งรหัสถอดรหัสมาให้ผมตอนนี้ ผมจำเป็นต้องใช้วิธี... ที่เด็ดขาดกว่าเดิม"
"วิธีเด็ดขาดอะไรล่ะครับ จะจับผมใส่กุญแจมือ แล้วลากตัวผมไปสอบสวนในห้องเย็นๆ บนกองบัญชาการของคุณอย่างนั้นเหรอ?" วินแค่นหัวเราะในลำคอ แม้ว่าแผ่นหลังจะเริ่มรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกของกระจกที่กดทับ แต่ความร้อนผ่าวจากร่างกายของคนที่ยืนประจันหน้ากลับแผ่ซ่านเข้ามาจนผิวเนื้อแทบไหม้ "เชิญเลยสครับ ถ้าคุณคิดว่าทำไหว"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์ที่ดังฮัมเบาๆ เป็นแบ็กกราวด์ เรนยังคงจ้องมองคนตรงหน้า นัยน์ตาคู่นั้นไหววับคล้ายคลื่นใต้น้ำที่ยากจะคาดเดา ความอดทนของเจ้าหน้าที่หนุ่มดูเหมือนจะเดินทางมาถึงขีดจำกัด เมื่อมือข้างที่ว่างเลื่อนจากผนังมากดลงบนเอวบางของแฮกเกอร์หนุ่มอย่างถือวิสาสะ แรงบีบกระชับที่เอวทำให้วินสะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ
"คุณ...!"
"ผมเตือนคุณแล้วนะ วิน" เรนกระซิบชิดริมใบหู เสียงทุ้มพร่าต่ำจนชวนให้ขนลุกซู่ "ความอยากรู้อยากเห็นของคุณมันกำลังจะฆ่าตัวคุณเอง... และมันกำลังทำให้ผมหมดความอดทนด้วยเช่นกัน"
วินเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง จังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามไม่ได้เกิดจากความหวาดระแวงอีกต่อไป แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือที่แนบอยู่ตรงสะโพก และความใกล้ชิดที่เกินเลยกว่าขอบเขตของคำว่า 'ผู้ต้องสงสัย' กับ 'ผู้พักษ์กฎหมาย' ไปไกลลิบ ปากที่เคยต่อปากต่อคำกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะกดบางอย่าง
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง วินเลือกที่จะไม่ถอยหนี นิ้วเรียวที่เคยแตะอยู่บนกรอบกระจกเปลี่ยนเป้าหมาย ปลายนิ้วเย็นเฉียบเกี่ยวไล้ไปตามปกเสื้อเชิ้ตสีเข้มของเรนอย่างแผ่วเบา ก่อนจะออกแรงดึงให้อีกฝ่ายโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีก จนช่องว่างระหว่างกันแทบไม่เหลือให้ลมผ่าน
"ถ้าหมดความอดทนแล้ว..." วินกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและเย้ายวนไม่แพ้กัน ดวงตาสีเข้มประกายความท้าทายระคนเย้ายวน "คุณจะทำอะไรผมล่ะครับ... เจ้าหน้าที่คนเก่ง?"
บรรยากาศในห้องเดือดดาลขึ้นราวกับมีประกายไฟจุดติด ท่ามกลางเงาสลัวและเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน เรนจ้องมองริมฝีปากที่เอื้อNคำพูดท้าทายนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความเยือกเย็นทั้งหมดที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้กรอบระเบียบมาเนิ่นนาน
เรนขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ เป้าหมายคือริมฝีปากที่เอาแต่ใจนั่น ขณะที่วินเองก็หลับตาลงครึ่งหนึ่ง รอคอยสัมผัสที่กำลังจะมาถึงด้วยความกระชั้นชิดในอารมณ์ รสชาติของความเสี่ยงในตอนนี้ช่างหอมหวานและเย้ายวนเกินกว่าจะปฏิเสธ และพวกเขากำลังจะก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตนั้นไปพร้อมๆ กัน
ทว่า...
*กริ๊งงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือฉุกเฉินบนโต๊ะทำงานดังขึ้นแผดเสียงทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมอันตรายนั้นจนย่อยยับ เรนชะงักกึก วินลืมตาโพลงด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนแทบอยากจะคว้าปืนมายิงโทรศัพท์เครื่องนั้นให้พังคามือ
เรนถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความเสียดายอย่างเห็นได้ชัด เขายอมผละตัวออกจากร่างบางอย่างจำใจ วินรีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่แม้ใบหน้าจะยังคงขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความกรุ่นโกรธ เรนเดินไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ
เพียงแค่กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏขึ้นบนนั้น สีหน้าเคร่งขรึมของเจ้าหน้าที่หนุ่มก็เปลี่ยนเป็นความตึงเครียดทันที เขากดรับสายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด "ว่าไง... รายงานสถานการณ์มา"
วินยืนกอดอกพิงกระจกมองท่าทีนั้น หัวใจที่ยังเต้นแรงจากเหตุการณ์เมื่อครู่เริ่มกลับมาอยู่ในโหมดระแวดระวัง เรนหันกลับมาสบตากับเขาอีกครั้ง แต่วันนี้แววตานั้นไม่มีความขี้เล่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความจริงจังขั้นสุดที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความร้อนรุ่มเป็นความเยือกเย็นยะเยือกในพริบตา
"เราไม่มีเวลามาเล่นเกมกันแล้ว วิน" เรนวางสายลงก่อนจะหันมาพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน "คนที่คุณตามหา... และคนที่ตามหาคุณอยู่ตอนนี้... เพิ่งจะระเบิดประตูตึกเข้ามาที่ชั้นล่างแล้วครับ"
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญและฟินจิกหมอนไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา•ตอนที่ 10
รสชาติของความเสี่ยง
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!