ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา•ตอนที่ 13

จูบในควันปืน

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นควันปืนจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นอายโลหะและคราบเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในความมืดทึบของโกดังร้าง ปลายกระบอกปืนสเตนเลสสตีลเย็นเฉียบถูกกดแนบเข้ากับผิวเนื้อบริเวณลาดไหล่ของผมอย่างจงใจ แรงกดนั้นไม่ได้หนักหน่วงถึงขั้นกระดูกแหลกสลาย แต่มันมากพอที่จะทำให้รู้สึกถึงความอันตรายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง "เล่นสนุกกันพอหรือยังครับ... สารวัตรเรนเดล" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยขึ้น พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของชายแปลกหน้าที่ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่—วินเซนต์ แฮกเกอร์หนุ่มปากร้ายที่ควรจะนั่งแคะคีย์บอร์ดอยู่หลังจอคอมพิวเตอร์ในเซฟเฮาส์ระยะปลอดภัย กลับมายืนอยู่ตรงนี้ ในเขตปะทะที่กระสุนอาจจะปลิดชีพใครก็ได้ภายในเสี้ยววินาที เรนเดลไม่ได้สะทกสะท้านต่อปลายกระบอกปืนที่จ่ออยู่ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงเล็กน้อย เขายังคงรักษาสีหน้าสุขุมเยือกเย็นไว้ได้ แม้ว่าแผ่นหลังจะแนบชิดอยู่กับอกของอีกฝ่ายจนรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วกว่าปกติ "นายไม่ควรมาที่นี่, วิน" เรนเดลเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดระคนกังวลที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ "ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของพวกแฮกเกอร์สมองนิ่ม" "สมองนิ่มเหรอครับ?" วินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่สั่นสะท้อนอยู่ข้างใบหูของเจ้าหน้าที่พิเศษ "คนที่กำลังจะพลาดท่าโดนส่องกะบาลจนมันสมองกระจายติดผนังเมื่อกี้... ดูเหมือนจะไม่ใช่ผมนะสารวัตร" พูดจบ นิ้วเรียวยาวที่ไม่ได้ถือปืนก็เอื้อมไปแตะรอยแผลแตกบริเวณโหนกแก้มของเรนเดลอย่างถือวิสาสะ แรงกดเพียงเบามือทำให้เรนเดลต้องสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างขัดใจ แต่กลับไม่มีท่าทีจะปัดป้อง รอยแผลนั้นเกิดจากการต่อสู้ระยะประชิดเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ตอนที่เรนเดลต้องแลกหมัดกับมือสังกรรับจ้างเพื่อแย่งชิงแฟลชไดรฟ์ข้อมูลลับ ความเจ็บปวดจากการกระทบกระทั่งเริ่มส่งผลเมื่ออะดรีนาลีนในกระแสเลือดเริ่มลดระดับลง เรนเดลขมวดคิ้วมุ่นเมื่อปลายนิ้วอุ่นของวินลากผ่านมุมปากที่มีคราบเลือดซึม "เจ็บไหมครับ?" น้ำเสียงของวินเปลี่ยนโทนไปเล็กน้อย ความกวนประสาทเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความจริงจังที่คาดไม่ถึง ดวงตาสสีเข้มคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าของเรนเดลอย่างละเอียด ราวกับกำลังประเมินความเสียหายของงานศิลปะชิ้นเอกที่เกือบจะถูกทำลาย "ถอยไป, วิน" เรนเดลสั่งเสียงต่ำ พร้อมกับเอี้ยวตัวเพื่อจะหันมาเผชิญหน้า แต่ดูเหมือนว่าระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งคู่จะถูกลดทอนลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง วินก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของสารวัตรหนุ่มชนเข้ากับชั้นวางสินค้าเหล็กขึ้นสนิม เสียงโลหะลั่นเอี๊ยดอาร์ดดังขึ้นเบาๆ กลางความเงียบ วินไม่ได้ถอยหนี ตรงกันข้าม เขากลับยกแขนอีกข้างขึ้นค้ำกับชั้นวางของ กักขังร่างสูงโปร่งของเจ้าหน้าที่พิเศษไว้ในวงแขนอย่างเบ็ดเสร็จ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นเขม่าควันปืนและกลิ่นกายเฉพาะตัวของวินตีรวนอยู่ในโสตประสาทของเรนเดล สร้างความปั่นป่วนที่ไม่อาจหาคำอธิบายได้ในคู่มือสอบสวนคดีพิเศษ "ผมไม่ชอบเห็นคุณเจ็บตัวเลยนะ... รู้ตัวบ้างไหม" วินกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนเรนเดลต้องขบกรามแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีตื้นขึ้นมาในอก "มันคื่องานของฉัน" เรนเดลตอบเสียงแข็ง พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสที่อันตรายต่อหัวใจดวงนี้ แต่ปลายนิ้วของวินกลับไล้ขึ้นมาจับปลายคางของเขาบังคับให้หันกลับมาสบตา ในระยะประชิดเพียงคืบ แสงไฟสลัวจากหลอดไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ เหนือหัวสาดส่องลงมาตกกระทบดวงตาสองคู่ที่กำลังซัดทอดอารมณ์ใส่กัน เรนเดลมองเห็นความห่วงใยที่ถูกกลบเกลื่อนไว้ภายใต้ท่าทีหยียวนกวนประสาท และวินเองก็มองเห็นความดื้อรั้นที่ดื้อดึงจนน่าจับมาตีให้เข็ดของสารวัตรหนุ่ม "งานบ้าอะไรที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดถ้าผมไม่โผล่มาตัดสัญญาณรบกวนให้?" วินเค้นเสียงถาม ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกันอยู่รอมร่อ "ความยุติธรรมบ้าบออะไรนั่น มันสำคัญกว่าชีวิตของคุณเองหรือไง" "ถ้านายเข้าใจความหมายของหน้าที่ นายก็คงไม่ถามคำถามนี้หรอก, วิน" เรนเดลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของแฮกเกอร์หนุ่ม "นายเป็นแค่แฮกเกอร์... ไม่ควรเอาตัวเข้ามาเสี่ยงในพื้นที่อันตรายแบบนี้เลย นายมีปมเรื่องความทรงจำที่หายไป นายควรจะไปตามหาอดีตของตัวเอง ไม่ใช่มาวิ่งตามก้นตำรวจแบบฉัน" คำพูดนั้นราวกับมีดที่กรีดลงบนความรู้สึก บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนเย็นเยียบ วินนิ่งงันไปชั่วขณะ รอยยิ้มเยาะหยันเลือนหายไปจากมุมปาก แววตาของแฮกเกอร์หนุ่มไหววับด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้นมานาน แต่วินไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนต่อคำพูดเชือดเฉือนได้ง่ายๆ รอยยิ้มมุมปากถูกยกขึ้นอีกครั้ง แต่มันกลับดูขมขื่นและอันตรายยิ่งกว่าเดิม "นั่นสินะครับ..." วินแค่นยิ้ม "ผมมันก็แค่พวกเห็นแก่ตัวที่จำเรื่องอดีตไม่ได้ แต่แปลกจัง... ทั้งที่จำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง แต่ทำไมเรื่องของคุณ... ผมถึงไม่อยากลืมมันเลยล่ะ" คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การป้องกันทำให้เรนเดลชะงัก หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติมาตลอดสะดุดกึก ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ ไดอะล็อกคมคายที่เคยใช้โต้เถียงกันหายวับไปกับอากาศ เรนเดลอ้าปากจะเอ่ยปฏิเสธหรือหาคำพูดมากลบเกลื่อน แต่ยังไม่ทันที่คำพูดใดจะหลุดจากริมฝีปาก วินก็เป็นฝ่ายปิดกั้นมันด้วยการกระทำที่ไม่มีใครคาดคิด ริมฝีปากอุ่นร้อนทาบทับลงมาปิดริมฝีปากของเรนเดลอย่างรวดเร็วและหนักแน่น มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวานนุ่มนวล แต่เป็นรสสัมผัสที่เจือปนด้วยความร้อนรุ่ม ความเจ็บปวดจากการต่อสู้ และความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้กำแพงความเย็นชามานาน เรนเดลเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อไปชั่ววินาทีเมื่อสัมผัสวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย กลิ่นควันปืนและคราบเลือดรอบตัวราวกับเลือนหายไป เหลือเพียงรสชาติฝาดเฝื่อนของเลือดจางๆ จากแผลที่มุมปากของเรนเดลที่ถูกความนุ่มนวลและความดุดันของวินผสมผสานเข้าด้วยกัน สัญชาตญาณเตือนให้ผลักไส แต่อีกด้านหนึ่งของจิตใจกลับโหยหาความอบอุ่นนี้อย่างน่าประหลาด เรนเดลหลับตาลงอย่างจำนนต่อความรู้สึก ก่อนจะยกมือขึ้นโอบรอบลำคอของวิน ดึงรั้งให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ชิดยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด ความคลั่งรักเริ่มก่อตัวและแผ่ขยายผ่านความเจ็บปวดจากการต่อสู้ ท่ามกลางกระสุนและควันปืนที่ยังไม่จางหาย ทว่า... ในวินาทีที่จังหวะลมหายใจของทั้งคู่เริ่มประสานเป็นหนึ่งเดียว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากทาง ทางเข้าโกดัง พร้อมกับเสียงตะโกนสั่งการที่เด่นชัดผ่านความเงียบ "กระจายกำลังค้นหา! สารวัตรเรนเดลน่าจะอยู่แถวนี้!" วินผละริมฝีปากออกอย่างไม่เต็มใจนัก ปลายจมูกยังคงคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนของเรนเดล แฮกเกอร์หนุ่มหอบหายใจเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มคมกริบมองสบตาคนที่ยังคงมีสีหน้าตื่นตะลึงด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อ"ดูเหมือนแขกไม่速之客ของเราจะมาเร็วกว่าที่คิดนะครับ..." วินกระซิบชิดริมฝีปาก "แต่เรื่องของเรา... ยังไม่จบแค่นี้แน่ สารวัตร" พูดจบ วินก็ดีดตัวถอยหลังหายลับไปในเงาความมืดของซอกมุมโกดังอย่างรวดเร็วดั่งภูตผี ทิ้งให้เรนเดลยืนหายใจหอบอยู่ลำพังท่ามกลางแสงไฟสลัว และในจังหวะที่เรนเดลกำลังจะยกมือขึ้นแตะริมฝีปากที่ยังคงร้อนผ่าวของตนเองนั้น แสงไฟฉายสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาตรงหน้า พร้อมกับร่างของลูกน้องคนสนิทที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยความตกใจ "สารวัตรครับ! คุณ... คุณบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ? แล้วเมื่อกี้... เสียงอะไรน่ะครับ" ลูกน้องหนุ่มเอ่ยถามด้วยความร้อนรน พร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบโกดังที่ว่างเปล่า เรนเดลหันกลับไปมองความมืดที่ว่างเปล่าตรงจุดที่วินเพิ่งหายตัวไป รอยยิ้มบางเบาที่หาได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นที่มุมปากของเจ้าหน้าที่พิเศษผู้เคร่งขรึม... ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะหันกลับมาสบตากับลูกน้อง พร้อมกับคำพูดที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "ไม่มีอะไร... แค่แมวขโมยตัวเดียวน่ะ" เรนเดลตอบเสียงเรียบ พรางซ่อนรอยแผลและร่องรอยความรู้สึกที่ยังค้างคาไว้ในใจ "ไปกันเถอะ... เรามีงานต้องสะสางต่อ" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%