เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานสาดสะท้อนลงบนพื้นคอนกรีตขัดมัน ราวกับหยดเลือดที่ถูกละเลงผ่านเลนส์กล้องวงจรปิด ท่ามกลางความโกลาหลของระบบรักษาความปลอดภัยที่ถูกเจาะจนล่มสลาย ร่างในเงาสลัวที่ก้าวผ่านประตูเหล็กนิรภัยเข้ามาไม่ได้พกพาอาวุธปืนหรือระเบิด ทว่าแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้บรรยากาศภายในห้องควบคุมอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
"ยินดีต้อนรับสู่การแสดงรอบสุดท้ายครับ... คุณสารวัตรเรนเดล และคุณแฮกเกอร์คนเก่ง"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสบายๆ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมชนิดที่ทำให้เส้นขนบนต้นคอของวินลุกชันโดยอัตโนมัติ ร่างโปร่งของแฮกเกอร์หนุ่มขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับอกแกร่งของเรนที่ก้าวเข้ามาบังเขาไว้พอดิบพอดี กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นฝนจางๆ จากตัวนายตำรวจหนุ่มช่วยดึงสติของวินให้กลับมาสู่ความเป็นจริง
เรนไม่พูดพร่ำทำเพลง นิ้วเรียวยาวปลดล็อกซองพกข้างเอวอย่างรวดเร็ว ปืนพกสั้นประจำกายถูกยกขึ้นเล็งตรงไปยังเป้าหมายเบื้องหน้าด้วยความนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยวชนิดที่ไม่มีใครกล้าท้าทาย
"ถอยไปข้างหลังวิน" เรนสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันคือคำสั่งที่เฉียบขาดและไม่อนุญาตให้โต้แย้ง
"คุณเรน... พวกมันไม่ได้มาแค่คนเดียว ระบบข้างนอกถูกบล็อกหมดแล้ว ถ้าเรายิง เสียงปืนจะดึงหน่วยกวาดล้างเข้ามา" วินกระซิบเสียงเครียด มือเรียวคว้าชายเสื้อแจ็คเก็ตของอีกฝ่ายไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกร้อนรุ่มตีรวนขึ้นในอกไม่ใช่เพราะความกลัวตาย แต่เป็นเพราะความจริงที่ว่า... เรนกำลังเอาอนาคตและหน้าที่การงานทั้งหมดมาเดิมพันเพื่อปกป้องคนผิดกฎหมายอย่างเขา
"ผมไม่สนวินัยบ้าบออะไรทั้งนั้น" เรนตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากเงมืดเบื้องหน้า น้ำเสียงของเขาต่ำลึกและเต็มไปด้วยความดุดันที่วินไม่เคยได้ยินมาก่อน "ถ้ามันอยากแตะต้องคุณ มันต้องก้าวผ่านศพผมไปก่อน"
คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่มันกลับกระแทกเข้ากลางใจของแฮกเกอร์หนุ่มจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ วินเบิกตากว้างเล็กน้อย มองแผ่นหลังกว้างที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ปลายจมูกรันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เจ้าบ้านี่... บ้าสิ้นดี รู้อยู่เต็มอกว่าการช่วยแฮกเกอร์หนีคดีหมายถึงการถูกปลดและถูกส่งเข้าคุกทหาร แต่เรนกลับเลือกที่จะยืนหยัดเคียงข้างเขาอย่างไร้ข้อกังขา
บุคคลปริศนาในเงาสลัวหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ท่าทางไม่สะทกสะท้านต่อปากกระบอกปืนที่จ่ออยู่แม้แต่น้อย ร่างนั้นก้าวออกมาใต้แสงไฟสีแดงฉาน เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองคนทั้งสองด้วยความขบขัน
"ซาบซึ้งใจเสียจริงครับ ความรักความยุติธรรมในคราบผู้พิทักษ์นี่ช่างน่าขันสิ้นดี รู้ไหมครับสารวัตร ว่าข้อหาขัดขวางเจ้าพนักงานและช่วยเหลืออาชญากรไซเบอร์ มีโทษหนักหนาสาหัสแค่ไหน?"
"ผมรู้ดีกว่าที่คุณคิด" เรนตอบกลับทันควัน น้ำเสียงเยือกเย็นจนติดจะน่ากลัว "และผมก็รู้ด้วยว่า ถ้าผมยิงคุณตรงนี้ตอนนี้ ผมจะต้องแลกด้วยอะไรบ้าง... แต่อย่าลืมสิครับ ว่ากระสุนในปืนของผมมันเร็วกว่าฝีปากของคุณเสมอ"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะหยิบจับเป็นรูปธรรมได้ เสียงสัญญาณเตือนภัยดังระรัวราวกับจังหวะกลองศึกที่เร่งเร้าให้อะดรีนาลีนในVร่ายกายสูบฉีด วินเม้มริมฝีปากแน่น สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลอย่างรวดเร็ว ทางหนีทีไล่ถูกคำนวณใหม่หมดในเสี้ยววินาที
"เรน..." วินกระซิบเรียกชื่ออีกฝ่ายเบื้องหลัง "กระจกเงาฝั่งซ้าย... แรงดันน้ำจากระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ถ้าเรายิงทำลายท่อส่งน้ำ แรงดันจะทำให้ห้องนี้มืดสนิทและระบบสแกนความร้อนจะรวน"
เรนเหลือบสายตากลับมามองวินแวบหนึ่ง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของนายตำรวจหนุ่มอย่างรู้ใจ "ฉลาดมากครับเด็กดี... จับเสื้อผมไว้ให้แน่น"
สิ้นเสียงคำสั่ง ร่างสูงใหญ่ของเรนก็พุ่งตัวออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วดุจเสือชีตาร์ กระสุนนัดแรกไม่ได้ถูกยิงใส่บุคคลปริศนาเบื้องหน้า แต่พุ่งตรงไปยังท่อส่งน้ำแรงดันสูงเหนือหัวอย่างแม่นยำราวกับจับวาง
*เปรี้ยง!*
เสียงโลหะฉีกขาดดังสนั่น ตามมาด้วยม่านน้ำมหาศาลที่พ่นทะลักออกมาปกคลุมทั่วทั้งห้องในชั่วพริบตา แสงไฟสีแดงฉานสะท้อนกับละอองน้ำจนกลายเป็นม่านหมอกสีเลือด ทัศนวิสัยภายในห้องลดลงจนแทบมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากเงาสลัวและเสียงคำรามด้วยความตกใจของศัตรู
"ตามผมมาวิน!" เรนคว้าข้อมือของวินไว้แน่น ออกแรงกระชากให้วิ่งฝ่าม่านน้ำและกระแสลมแรงออกไปยังประตูฉุกเฉินอีกด้านที่ระบบล็อกเพิ่งคลายตัวลง
ความหนաբีบของสายน้ำทำให้เสื้อผ้าของทั้งคู่เปียกปอนแนบไปกับเรือนร่าง ไอความร้อนจากร่างกายที่แนบชิดกันในยามที่ต้องวิ่งเบียดเสียดผ่านช่องแคบๆ ทำให้หัวใจของวินเต้นระรัวยิ่งกว่าเสียงสัญญาณเตือนภัย เรนใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวบางของแฮกเกอร์หนุ่มไว้แน่นเพื่อประคองไม่ให้ลื่นล้ม ขณะที่มืออีกข้างยังคงถือปืนระแวดระวังภัยรอบด้าน
ในที่สุด ทั้งคู่ก็พุ่งทะยานออกมายังลานจอดรถใต้ดินที่มืดสนิท มีเพียงรถยนต์ซีดานสีดำคันหนึ่งที่จอดรออยู่พร้อมกับเครื่องยนต์ที่ยังติดทิ้งไว้ เรนเปิดประตูผลักวินเข้าไปนั่งที่เบาะข้างคนขับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะอ้อมมาประจำที่นั่งคนขับแล้วเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปจากตึกมรณะนั้นทันทีก่อนที่กองกำลังเสริมจะมาถึง
ภายในห้องโดยสารที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงหอบหายใจรดรินของคนทั้งคู่ที่ดังแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ วินยกมือขึ้นเสยผมที่เปียกชุ่มน้ำจนลู่ลงมาแนบกรอบหน้า ดวงตากลมโตหันไปมองคนข้างกายที่กำลังตั้งสมาธิกับการขับรถ ฝ่ามือหนาที่กำพวงมาลัยแน่นยังมีรอยหยดน้ำเกาะพราว เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกน้ำจนโปร่งแสงเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแกร่งและสัดส่วนชวนมองอย่างชัดเจน
เรนหันมาสบตากับวินแวบหนึ่งเมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนใหญ่ที่ปลอดคน แววตาคมกริบที่เคยดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างประหลาด
"เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ?" เรนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ
วินชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างแรงกับความห่วงใยที่แฝงมาในแววตานั้น เขาเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนความรู้สึกวูบวาบในอก ปากยังคงทำฟอร์มเชิดใส่ตามนิสัย
"ผมไม่ใช่เด็กอนุบาลนะคุณเรน... อีกอย่าง คุณเพิ่งทำลายอนาคตตัวเองเพื่อช่วยผม รู้ตัวบ้างไหมเนี่ย"
เรนผ่อนลมหายใจเบาๆ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเลนิดๆ รถยนต์ชะลอความเร็วลงและจอดเทียบข้างทางในมุมมืดที่เงียบสงบ นายตำรวจหนุ่มหันตัวมาหาแฮกเกอร์หนุ่มเต็มตา ใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้าไปใกล้จนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนวินต้องกลั้นหายใจ
"อนาคตของผม... ผมเป็นคนเลือกเองครับวิน" เรนกระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาของแฮกเกอร์หนุ่มราวกับจะอ่านทะลุถึงหัวใจ "แต่ถ้าจะต้องเสียดايةอะไรจริงๆ ล่ะก็... ผมคงเสียดายมากกว่า ถ้าต้องปล่อยให้คนปากร้ายแถวนี้โดนจับไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่ได้บอกความจริงบางอย่าง"
วินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย "ความจริงอะไร?"
เรนไม่ตอบทันที นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่เปียกชุ่มออกจากหน้าผากของวินอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนนั้นทำให้วินตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลนไปหมด
"ความจริงที่ว่า..." เรนโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูแผ่วเบา จนวินรู้สึกได้ถึงความอุ่นร้อนของลมหายใจ "ผมตามจีบคุณมาตั้งแต่คดีแรกแล้วครับ... ตัวแสบ"
วินเบิกตากว้าง หน้าแดงซ่านขึ้นมาถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่ หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมานอกอก ทว่าก่อนที่แฮกเกอร์หนุ่มจะได้ทันอ้าปากเถียงหรือด่ากลับ หน้าจอแท็บเล็ตบนคอนโซลหน้ารถก็สว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีคำสั่ง
ภาพบนหน้าจอไม่ใช่ระบบแจ้งเตือนทั่วไป แต่มันคือภาพกล้องวงจรปิดเรียลไทม์จากบ้านพักส่วนตัวของเรนเอง! และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอนั้น ทำให้รอยยิ้มอุ่นๆ บนใบหน้าของนายตำรวจหนุ่มแข็งค้างในเสี้ยววินาที
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา•ตอนที่ 15
ทางเลือกสุดท้ายของนักเจาะ
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!