แสงสีฟ้าจากหน้าจอมอนิเตอร์สะท้อนเข้ากับนัยน์ตาคมกริบของเรนเดล มันไม่ใช่แสงที่ทำให้รู้สึกอุ่นใจ แต่มันคือแสงแห่งความจริงที่กำลังกัดกินความไว้เนื้อเชื่อใจที่เขามีต่อวินเซนต์จนเหี้ยนเตียน
ภาพในกล้องวงจรปิดมุมแคบจากห้องนั่งเล่นในบ้านพักส่วนตัวของเขากำลังเล่นวนซ้ำ วินเซนต์—คนที่เขาทั้งรักทั้งหวงแหน—กำลังยืนอยู่หน้าตู้เซฟฝังผนัง มือเรียวบางนั่นบรรจงกดรหัสผ่านด้วยความชำนาญราวกับว่ามันเป็นรหัสผ่านของตัวเอง ไม่ใช่ของเจ้าหน้าที่สืบสวนคดีพิเศษที่พยายามปกป้องเขาจากโลกมืด
"วิน..." เรนกระซิบกับความว่างเปล่า เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นไหวเล็กน้อย เขาไม่กล้ากดหยุดภาพนั้น เพราะกลัวว่าหากกดหยุด ความจริงที่ซ่อนอยู่หลังภาพที่เคลื่อนไหวอาจจะเลวร้ายกว่าสิ่งที่ตาเห็น
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นจากทางเดินด้านหลัง เรนรีบปิดหน้าจอลงด้วยความเร็วสูงจนเกือบจะเรียกว่าตื่นตระหนก เขาหมุนเก้าอี้กลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียง
วินเซนต์ยืนพิงกรอบประตูในชุดเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งที่ทำให้เขายิ่งดูเปราะบาง นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่สวยนั้นฉายแววหยั่งเชิงเหมือนทุกครั้งที่เขาตั้งใจจะปั่นประสาทอีกฝ่าย
"ทำหน้าเหมือนเห็นผีเลยนะครับ คุณตำรวจ" วินเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงยียวนพลางเดินเข้ามาใกล้ "หรือว่าความลับที่ผมซ่อนไว้มันเริ่มส่งกลิ่นจนคุณทนไม่ได้แล้ว?"
เรนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงที่เหนือกว่าทำให้เขาดูข่มขวัญในยามปกติ แต่ในวันนี้ บรรยากาศรอบตัวเขากลับเย็นเยียบจนวินเซนต์ชะงักฝีเท้า
"ถ้าคุณมีอะไรจะบอกผม ก็พูดมาตรงๆ ดีกว่าเล่นเกมซ่อนหาแบบนี้" เรนก้าวประชิดตัว บีบคั้นด้วยสายตาที่ซับซ้อน มันมีความโกรธ ความผิดหวัง และความปรารถนาที่ยังคงตกค้างอยู่ลึกๆ "ผมให้เกียรติคุณมากพอที่จะไม่รื้อค้นอะไรในชีวิตคุณ แต่นี่คือบ้านของผม วิน"
วินเซนต์หัวเราะหึในลำคอ แววตาที่เคยขี้เล่นเปลี่ยนเป็นว่างเปล่าจนน่าใจหาย เขาสาวเท้าเดินอ้อมไปทางโต๊ะทำงานของเรนก่อนจะหยุดลงตรงตำแหน่งหน้าจอนั้น
"ความจริงมันก็เหมือนรอยร้าวบนกระจกเงาครับเรน ยิ่งคุณพยายามจ้องมองหามันมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งขยายตัวกว้างขึ้นจนสุดท้าย... คุณก็จะมองไม่เห็นเงาตัวเองในนั้นอีกต่อไป" วินนิ้วเรียวแตะที่หน้าจอที่ดับสนิท "มีคนส่งอะไรมาให้คุณดูงั้นเหรอ? ข้อมูลของผม? รูปภาพผม? หรือว่าวีดีโอประจานความโง่เขลาของคุณที่เอาหัวใจไปฝากไว้กับอาชญากร?"
"อย่าเรียกตัวเองแบบนั้น" เรนสวนกลับทันควัน มือแกร่งคว้าข้อมือของคนตัวเล็กกว่าไว้แน่น ความร้อนจากฝ่ามือของเขาส่งผ่านไปถึงผิวหนังของวิน แต่มันไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย
"ทำไมล่ะครับ? หรือว่ายอมรับความจริงไม่ได้ว่าคนที่คุณกอดทุกคืน คือคนที่กำลังเจาะระบบชีวิตคุณอยู่?" วินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้าของเรน กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคยทำให้หัวใจของคนเป็นตำรวจกระตุกวูบ "บอกสิเรน... ถ้าผมไม่ใช่คนคนนั้นที่คุณคิด คุณจะทำยังไง? จะยิงผมทิ้ง? หรือจะขังผมไว้ในกรงทองที่ปลอดภัยที่สุดในโลกของคุณ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสาน เรนบีบข้อมือของวินแน่นขึ้นอีกนิด แต่มันไม่ใช่แรงบีบเพื่อทำร้าย หากแต่เป็นการรั้งเอาไว้ไม่ให้คนตรงหน้าหายไปในความมืดที่เขาสร้างขึ้นเอง
"ผมไม่รู้ว่าใครส่งไฟล์พวกนั้นมา แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น" เรนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนรัก "ประเด็นคือคุณจะบอกผมไหม ว่าคุณเข้าไปในเซฟของผมทำไม ในตอนที่ผมไม่อยู่"
วินเซนต์นิ่งงันไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มมุมปากที่เคยดูร้ายกาจดูเลือนหายไป สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือแววตาที่สั่นไหวอย่างปิดไม่มิด มือที่ถูกจับไว้อยู่เริ่มสั่นเทาเล็กน้อย เขาเม้มปากแน่นก่อนจะโน้มตัวไปกระซิบข้างหูของคนตัวโตกว่า
"ถ้าผมบอกว่า... ผมเข้าไปเพื่อเอา 'หลักฐาน' ของคุณออกมาทำลาย ก่อนที่หน่วยเหนือจะเอาเรื่องคุณจนหัวซุกหัวซุน คุณจะยังเชื่อผมอยู่ไหม?"
เรนชะงักไป คำพูดของวินราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความเชื่อใจของเขา หากวินพูดจริง นั่นหมายความว่าเขาไม่เคยคิดจะทรยศ แต่กำลังปกป้องเขาอยู่ แต่ถ้ามันคือคำโกหก... มันคือกับดักที่แยบยลที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา
ก่อนที่เรนจะได้ทันโต้ตอบ เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนของวินเซนต์ก็ดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนทั่วไป แต่มันคือเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดของแฮกเกอร์
วินเบิกตากว้าง ดวงตาฉายแววตื่นตระหนกที่เรนไม่เคยเห็นมาก่อน เขาผละออกจากเรนทันทีแล้วคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดู ใบหน้าของวินเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดในเสี้ยววินาที
"สายเกินไปแล้ว" วินพึมพำเสียงสั่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเรนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว "พวกเขาไม่ได้ส่งไฟล์มาให้คุณเพื่อปั่นหัวเราหรอกนะเรน... พวกเขาใช้ไฟล์นั่นเป็นตัวล่อ เพื่อระบุตำแหน่งที่ตั้งของบ้านหลังนี้"
เสียงกระจกหน้าต่างบานใหญ่ในห้องนั่งเล่นแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับแสงเลเซอร์สีแดงหลายจุดที่พุ่งตรงเข้ามาภายในห้อง แสงเหล่านั้นกวาดผ่านหน้าอกของเรนและวินเซนต์ไปมาอย่างรวดเร็ว
เรนพุ่งตัวเข้ากระชากวินเซนต์ให้ล้มลงหลบหลังโต๊ะทำงานในวินาทีที่เสียงปืนเก็บเสียงดัง 'ฟึ่บ' ติดต่อกันหลายครั้ง ท่ามกลางความโกลาหล วินเซนต์หันมามองเรนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
"ผมบอกคุณแล้วใช่ไหม... ว่ารอยร้าวมันจะขยายตัวจนทำลายทุกอย่าง" วินพูดพลางคว้าปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวของเรนออกมา "ตอนนี้ ถึงเวลาเลือกแล้วครับ ว่าคุณจะยอมเป็นตำรวจที่ยึดมั่นในกฎหมาย หรือจะเป็นคนรักที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษาชีวิตผมไว้"
ประตูห้องทำงานถูกพังเข้ามาจากภายนอกพร้อมร่างของชายชุดดำหลายนายที่ประทับปืนยาวเล็งมาที่พวกเขาทั้งคู่ ท่ามกลางความตึงเครียดถึงขีดสุด วินเซนต์ดึงมือเรนขึ้นมาแล้วกดจูบลงบนฝ่ามือของเขาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะขยับปากพูดโดยไม่มีเสียงว่า *'วิ่ง'*
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวนี้ไปกับผมนะครับ "ประตูมิติที่แปด"
ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา•ตอนที่ 16
รอยร้าวที่ขยายตัว
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!