เสียงคำรามของกระสุนเจาะเกราะที่ฝังทะลุวงกบประตูไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหว เศษไม้และฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วห้องทำงานมืดทึบ แต่ความโกลาหลเบื้องหลังไม่ได้มีความหมายใดอีกต่อไป ในเมื่อวินเซนต์ตัดสินใจเลือกเส้นทางที่บ้าระห่ำที่สุด—การกระโจนเข้าสู่ห้วงมิติไซเบอร์ผ่านทางเชื่อมต่อเถื่อนที่ยังไม่มีใครเคยสำรวจ
สัมผัสอุ่นร้อนจากริมฝีปากของวินที่ประทับลงบนฝ่ามือของผมยังคงทิ้งความรุ่มร้อนไว้ราวกับรอยประทับเหล็กแดง แม้ว่าสถานการณ์รอบตัวจะกำลังบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก เรนเดลขบกรามแน่น ดวงตาคมกริบกวาดมองกลุ่มชายชุดดำหกนายที่พังกรอบประตูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ แต่ก่อนที่กระสุนนัดแรกจะทันได้ปลิดชีพพวกเขา วินก็กระชากข้อมือผมให้พุ่งดิ่งลงสู่เบื้องล่างผ่านช่องระบายอากาศใต้พื้นห้องที่ถูกเปิดออกอย่างไร้เสียง
"จับมือผมให้แน่น เรน... ถ้าไม่อยากหลงทางอยู่ในสมองกลจนกู่ไม่กลับ" เสียงทุ้มต่ำของวินลอดไรฟัน ท่ามกลางเสียงฝีเท้าหนักอึ้งที่วิ่งกรูเข้ามาเหยียบย่ำพื้นห้องด้านบน
ความมืดมิดกลืนกินพวกเขาทั้งคู่ในพริบตา กลิ่นอับชื้นของโลหะและฝุ่นปูนถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกของกระแสไฟฟ้าแรงสูง วินเซนต์ไม่ปล่อยให้เวลาแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียวสูญเปล่า นิ้วเรียวยาวพรมลงบนแผงควบคุมขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ใต้ข้อมือของตัวเอง รหัสผ่านนับร้อยบรรทัดถูกป้อนด้วยความเร็วสูงราวกับปาฏิหาริย์ หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าจัดจ่านสว่างวาบขึ้นในความมืด สะท้อนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความดุดันและมุ่งมั่นของแฮกเกอร์หนุ่ม
"นายแน่ใจนะว่าวิธีนี้จะพาเราไปถึงต้นตอไวรัส ไม่ใช่พาเราไปตายในโลกดิจิทัล" เรนเอ่ยถาม น้ำเสียงแม้จะราบเรียบเยือกเย็นตามวิสัยของเจ้าหน้าที่สืบสวน แต่กลับแฝงความห่วงใยที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
วินหันมามองสบตาเขาสั้นๆ มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจในแบบที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบ "ระดับผมแล้ว ไม่เคยมีคำว่าพาไปตาย... อย่างมากก็แค่ติดอยู่ในความทรงจำของนายไปตลอดกาลเท่านั้นเอง"
"ปากดีไม่เปลี่ยน" เรนพ่นลมหายใจทางจมูก ขยับตัวเข้าไปชิดอีกฝ่ายมากขึ้นเมื่อกระแสลมดิจิทัลรอบตัวเริ่มหมุนวนด้วยความเร็วสูงจนเสื้อผ้าสะบัด
พริบตานั้น ร่างของพวกเขาก็ถูกดูดกลืนหายวับไปจากโลกแห่งความเป็นจริง สติสัมปชัญญะของเรนดิ่งวูบลงสู่ความเวิ้งว้างอันไร้ขอบเขต ก่อนที่ทัศนียภาพรอบตัวจะเปลี่ยนเป็นมหานครแห่งแสงนีออนสีแดงฉานที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ท้องฟ้าเหนือหัวไม่ใช่หมู่ดาว แต่เป็นชุดคำสั่งและโค้ดโปรแกรมมหาศาลที่วิ่งผ่านไปมาด้วยความเร็วแสง
นี่คือ "ดีพเว็บ" ชั้นลึกที่สุด—เขตแดนต้องห้ามที่ไวรัสความจำฝังรากลึกอยู่
"ยินดีต้อนรับสู่ความทรงจำที่หายไปครึ่งหนึ่งของผม, เรน" วินก้าวเข้ามาประชิดตัวเขา แขนแกร่งเอื้อมโอบเอวสอบของเจ้าหน้าที่หนุ่มไว้แน่นเพื่อพยุงไม่ให้เซไปตามแรงโน้มถัดของระบบไซเบอร์ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนเรนต้องขนลุกชัน "จากจุดนี้ไป ทุกย่างก้าวที่เราเดิน คือการเปิดเปลือยความลับที่พวกมันพยายามซ่อนไว้"
รอบตัวพวกเขา บรรยากาศเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่น่าอึดอัด ถนนเบื้องหน้าทอดยาวไร้จุดสิ้นสุด สองข้างทางเต็มไปด้วยเศษซากความทรงจำที่แตกละเอียดเป็นชิ้นๆ ภาพเหตุการณ์ในอดีตฉายวนซ้ำไปมาบนตึกระฟ้าดิจิทัลราวกับฟิล์มภาพยนตร์เก่าๆ ที่ถูกกรอเร่ง วินจูงมือเรนวิ่งฝ่ากลุ่มโค้ดสีดำที่แปลงร่างเป็นอุปสรรคคอยขัดขวาง แต่ด้วยความเชี่ยวชาญระดับเซียน วินสามารถหลบหลีกและทำลายแนวป้องกันเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย
ทว่า ยิ่งพวกเขาเข้าใกล้ใจกลางมหานครแห่งนี้มากเท่าไหร่ แรงกดดันทางอากาศก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามขมับของวิน ขณะที่เรนสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างบนหน้าจอสถานะพลังงานที่ข้อมือของอีกฝ่าย
"วิน... พลังงานของนายลดลงเร็วกว่าปกติ ครึ่งหนึ่งแล้วนะ" เรนเอ่ยทักด้วยความกังวล มือเรียวเผลอบีบกระชับมือของวินแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
"เพราะมีคนกำลังพยายามถีบเราออกจากระบบนะสิ..." วินกัดฟันกรอด ดวงตาคู่คมจ้องมองไปยังตึกทรงกลมสีดำทะมึนที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ที่นั่นคือจุดกำเนิดของไวรัสความจำ และเป็นที่ที่ความจริงทั้งหมดรอคอยอยู่ "พวกมันรู้แล้วว่าเราเข้ามา... และกำลังส่ง 'ไฟร์วอลล์มีชีวิต' มาต้อนรับเรา"
สิ้นคำพูดของวิน พื้นถนนเบื้องหน้าก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น โค้ดสีแดงฉานนับล้านเส้นรวมตัวกันกลางอากาศ ก่อนจะแปรสภาพเป็นร่างเงาสูงใหญ่ไร้หน้าตาหลายสิบตัว ถืออาวุธเรืองแสงพุ่งตรงมายังพวกเขาทั้งคู่ด้วยความเร็วสูง
"ระวัง!" เรนผลักวินหลบวิถีการโจมตีอย่างเฉียดฉิว พร้อมกับชักอาวุธพลังงานดิจิทัลที่ถูกจำลองขึ้นจากจิตใต้สำนึกออกมารับมือ สัญชาตญาณนักสืบตื่นตัวเต็มพิกัด เขายิงสวนกลับใส่ร่างเงาเหล่านั้นจนแตกกระจายกลายเป็นละอองแสง แต่พวกมันก็ยังคงผุดขึ้นมาใหม่ราวกับไม่มีวันหมดสิ้น
"ทางนี้!" วินคว้าข้อมือเรนแล้วพุ่งตัวเข้าไปในตรอกแคบๆ ระหว่างตึกระฟ้า สองร่างแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน วินดันตัวเรนชิดติดผนังกระจกใสของตึก โดยใช้แขนทั้งสองข้างกักขังเขาไว้ท่ามกลางวงล้อมของอันตราย
ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางเสียงคำรามของระบบรักษาความปลอดภัยที่ดังไล่หลังมา
"นายบ้ามากที่พาฉันเข้ามาเสี่ยงแบบนี้, วิน" เรนกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากของอีกฝ่าย ความใกล้ชิดนี้ทำเอาสติที่เคยสุขุมเยือกเย็นเริ่มสั่นคลอน
"แต่ถ้านายไม่เข้ามาด้วย... ฉันก็คงไม่มีทางจำได้ว่า 'ความรู้สึกที่อยากปกป้องใครสักคนมากกว่าชีวิตตัวเอง' มันเป็นยังไง" วินตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาคมกริบฉายประกายความคลั่งรักที่ร้อนแรงเสียจนเรนต้องหลบสายตา
ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ ประตูบานใหญ่ที่อยู่สุดตรอกก็เปิดออกเองโดยไม่มีใครแตะ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวเข้ามาพร้อมกับเงาร่างของบุคคลปริศนาที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่างจ้า
"ยินดีต้อนรับสู่ก้นบึ้งของความจริง... เจ้าหน้าที่เรนเดล และคุณวินเซนต์" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ปรากฏบนใบหน้าของคนที่พวกเขาไม่คาดคิดว่าจะได้เจอในโลกเสมือนแห่งนี้
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ประตูมิติที่แปด" นะครับ
ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา•ตอนที่ 17
การไล่ล่าในโลกเสมือน
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!