"ถ้าคิดว่าจะจบลงง่ายๆ แค่การพังระบบไฟของชั้นใต้ดิน คุณก็ประเมินผมต่ำไปหน่อยแล้วล่ะครับ... เจ้าหน้าที่เรนเดล"
เสียงทุ้มต่ำที่ก้องกังวานผ่านลำโพงไร้สายในโลกเสมือน ไม่ได้ทำให้เรนสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีเข้มใต้กรอบแว่นโลหะกวาดมองไปรอบห้องโถงสีขาวโพลนที่บัดนี้ถูกย้อมด้วยแสงสีแดงฉานจากระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกดดันชนิดที่หากคนใจไม่แข็งพอคงทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นตั้งแต่วินาทีแรก
วินเซนต์สบถเบาๆ ในลำคอ นิ้วเรียวยาวพรมลงบนคีย์บอร์ดโฮโลแกรมด้วยความเร็วสูงจนเกิดภาพติดตา รหัสโค้ดนับร้อยบรรทัดไหลทะลักผ่านหน้าจอเสมือนราวกับสายน้ำตก พลางเหลือบมองร่างสูงของเรนที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องขวาอย่างระแวดระวัง
"ระวังตัวด้วยครับเรน มันไม่ได้มาคนเดียว ระบบป้องกันขั้นที่สามกำลังถูกแฮกจากภายนอก... ให้ตายสิ เจ้าบ้านี่ซ่อนโค้ดแบ็คดอร์ไว้ลึกกว่าที่ผมประเมินไว้เสียอีก" วินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย แต่แววตากลับเปล่งประกายความท้าทายอย่างปิดไม่มิด
เรนปรายตามองแฮกเกอร์หนุ่มปากเก่งที่ต่อให้สถานการณ์คับขันแค่ไหนก็ยังไม่วายปากดี มุมปากหนาหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่มีเพียงวินเท่านั้นที่จะสังเกตเห็น
"ห่วงตัวเองก่อนเถอะครับคุณวินเซนต์ ถ้าไม่อยากโดนยิงหัวหลุดในโลกเสมือนจนสมองกลับไปโคม่าในโลกจริง ก็หุบปากแล้วโฟกัสที่การถอดรหัสซะ" เรนตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มือซ้ายกลับขยับปืนพกพลังงานในซองข้างลำตัวอย่างเตรียมพร้อม สัญชาตญาณนักสืบเตือนภัยเข้มข้นว่าบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้าในจอภาพจำลองนั้น... อันตรายกว่าที่คิด
เงาร่างของชายปริศนาบนจอภาพขยับตัวเข้าใกล้กล้องวงจรปิดมากขึ้น แสงไฟสีแดงสาดส่องกระทบโครงหน้าคมคายและรอยแผลเป็นจางๆ บริเวณมุมปาก รอยยิ้มเยียบเย็นนั้นทำเอาวินชะงักกึก นิ้วที่กำลังพิมพ์โค้ดหยุดชะงักไปชั่ววินาที ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วไขสันหลัง
ภาพเบื้องหน้า... ซ้อนทับกับเศษเสี้ยวความทรงจำที่ขาดหายไปเมื่อห้าปีก่อนอย่างไม่น่าเชื่อ
*ตู้ม!*
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวในโลกแห่งความเป็นจริงสะเทือนเข้ามาถึงระบบประสาทสัมผัสเสมือน แรงกระแทกทำให้พื้นห้องสั่นสะเทือน วินเซนต์เซถลาเกือบจะล้มลงไปกระแทกพื้น หากไม่มีท่อนแขนแข็งแกร่งของเรนคว้าเอวบางเอาไว้แล้วดึงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว
กลิ่นอายเฉพาะตัวของเรนผสมผสานกับความตึงเครียดของสถานการณ์ลอยอบอวลอยู่รอบตัว วินเงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่ายในระยะประชิด หัวใจเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะแรงระเบิด... แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นร้อนจากมือของเรนที่ยังคงโอบกระชับเอวเขาไว้แน่น
"บอกแล้วว่าให้ระวังตัว" เรนกระซิบเสียงต่ำชิดริมใบหู ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณต้นคอทำเอาวินรู้สึกวูบวาบแปลกๆ จนต้องรีบผลักอกอีกฝ่ายเบาๆ แม้ใบจะขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกกลบเกลื่อนด้วยความฉุนเฉียวก็ตาม
"ผมดูแลตัวเองได้น่า... ขอบคุณครับ" วินพึมพำเสียงเบา หันหน้าหนีเพื่อหลบสายตาคมกริบที่มองทะลุปรุโปร่ง
ทว่า ในวินาทีที่หันกลับมามองหน้าจอหลักอีกครั้ง ลมหายใจของวินก็แทบจะหยุดชะงัก ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่ถูกปิดตายไว้ด้วยม่านหมอกแห่งความทรงจำเมื่อห้าปีก่อน พลันหลั่งไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก
*ภาพของโกดังร้างริมท่าเรือที่เพลิงกำลังลุกท่วม เสียงกรีดร้องของความตาย และกลิ่นควันไฟคละคลุ้ง*
ในคืนนั้น... วันที่วินเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดในกองเพลิงและคมกระสุนขององค์กรลับ วินจำได้แม่นว่าตัวเองติดอยู่ใต้ซากคานเหล็กที่พังถล่มลงมา สติสัมปชับzะกำลังเลือนราง ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม ท่ามกลางเปลวไฟสีส้มฉานที่แผดเผาผิวเนื้อ มีเงาร่างหนึ่งพุ่งฝ่าความร้อนระอุเข้ามา
เงาร่างของใครบางคน... ที่ใช้มือเปล่าแบกรับคานเหล็กหนักอึ้งนั้นไว้ด้วยเรี่ยวแรงมหาศาล เลือดสดๆ ไหลหยดลงบนพื้นปูนเคียงข้างใบเขา หยาดเหงื่อและคราบเขม่าควันไม่อาจปิดบังดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและห่วงใยคู่นั้นได้
มือคู่นั้น... มือที่เอื้อมเข้ามาดึงร่างสะินขึ้นจากขุมนรก และทิ้งรอยแผลเป็นจางๆ ไว้ที่ข้อมือซ้ายของเรน
*เรนเดล...*
วินเบิกตากว้าง หันขวับไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย ไล่สายตามองไปยังข้อมือซ้ายของเจ้าหน้าที่พิเศษหนุ่มที่มักจะมีนาฬิกาข้อมือราคาแพงสวมทับไว้เสมอ แต่ในยามที่แขนเสื้อเลิกขึ้นเล็กน้อยจากการต่อสู้ เผยให้เห็นรอยแผลเป็นสีขาวเนียนยาวพาดผ่านข้อมือนั้นอย่างชัดเจน
หัวใจของแฮกเกอร์หนุ่มกระตุกวูบ ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นมาเนิ่นนานกระจ่างชัดขึ้นในเสี้ยววินาที
"คุณ..." วinเปล่งเสียงออกมาได้แค่นั้น ลำคอตีบตันจนพูดไม่ออก สมองประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่เพิ่งค้นพบ เรนไม่ใช่แค่คู่หูชั่วคราวในภารกิจนี้... แต่เป็นคนคนนั้น คนที่ช่วยชีวิตเขาไว้จากกองเพลิงเมื่อห้าปีก่อน คนที่ทำให้เขายังมีลมหายใจมานั่งเถียงอยู่ตรงนี้
เรนสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตานิ่งงบของวิน ร่างสูงขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ มือใหญ่เอื้อมไปแตะไหล่บางเบาๆ "คุณวิน เป็นอะไรไปครับ สีหน้าไม่ค่อยดีเลย บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า"
น้ำเสียงนั้น... น้ำเสียงทุ้มต่ำที่อ่อนโยนกว่าทุกครั้ง ยิ่งตอกย้ำภาพความทรงจำในอดีตให้เด่นชัดขึ้นไปอีก วินเม้มริมฝีปากแน่น นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอก ทั้งตกใจ ซาบซึ้ง และความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูดได้
"คุณ... รู้มาตลอดเลยใช่ไหมครับ" วินเอ่ยถามเสียงสั่นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของอีกฝ่าย ค้นหาคำตอบที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสุขุมเยือกเย็นนั้น
เรนชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมปลาบไหววูบเป็นประกายบางอย่าง ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะคลี่ยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไม่ได้เย็นชาเหมือนเคย แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเวทนาในคราวเดียวกัน
"เพิ่งรู้ตอนนี้... หรือเพิ่งจำได้กันแน่ล่ะครับ คนเก่ง" เรนตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับเอื้อมมือไปเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากของวินอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนนั้นทำเอาวินแทบละลาย
ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้เอื้อนเอ่ยอะไรไปมากกว่านั้น หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าก็ดับวูบลงพร้อมกัน เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงเปลี่ยนเป็นสีเหลืองกระพริบถี่ๆ และก่อนที่สติในโลกเสมือนจะตัดขาด เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินเบื้องหลัง พร้อมกับเสียงปลดล็อกกระสุนปืนที่เตรียมพร้อมลั่นไก
เรนดึงตัววินมาหลบหลังแผ่นบล็อกเกอร์โลหะทันที นัยน์ตาสีเข้มฉายแววดุดันขึ้นมาอีกครั้ง มือขวาชักปืนออกมาขึ้นลำกล้องพร้อมยิง
"ดูเหมือนแขกไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่คิด..." เรนกระซิบเสียงต่ำแนบชิดใบหูของวิน ลลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านแก้ม "อยู่ข้างหลังผม... อย่าห่างตัวเด็ดขาด เข้าใจไหมครับ"
วินมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้เมื่อห้าปีก่อน และกำลังปกป้องเขาอีกครั้งในตอนนี้ ความรู้สึกบางอย่างพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ปากที่เคยเก่งกาจกลับปิดสนิท หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
แต่แล้ว ก่อนที่เรนจะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับกลุ่มมือปืนที่กำลังพังประตูเข้ามา มือเรียวของวินก็เอื้อมไปคว้าชายเสื้อสูทของเรนไว้แน่น รั้งให้อีกฝ่ายหันกลับมาสบตา
"เรน... ถ้าเราพลาดท่าตายกันตรงนี้ ผมบอกอะไรให้เอาบุญก่อนนะ..." วinเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าแต่จริงจังที่สุดในชีวิต
เรนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอฟังคำพูดของคนดื้อรั้น
"ผม..."
*แกร๊ก!*
บานประตูเหล็กหนาน้ำหนักนับตันถูกระเบิดเปิดออกด้วยแรงดันสูง ควันสีขาวพวยพุ่งบังทัศนียภาพเบื้องหน้าจนมองไม่เห็นสิ่งใด ท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบ เงาร่างของบุคคลที่พวกเขาไม่อageคาดฝันว่าจะได้เห็นในระยะประชิดเช่นนี้ ก้าวเท้าพ้นกลุ่มควันเข้ามา พร้อมกับกระบอกปืนเก็บเสียงที่เล็งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปในโลกอันลึกลับนี้ด้วยกันนะครับ
ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา•ตอนที่ 18
ภาพหลอนที่กลายเป็นจริง
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!