ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา•ตอนที่ 3

กฎของการอยู่รอด

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์บล็อกสูบคู่ขนาดเจ็ดร้อยซีซีดังสะท้อนก้องไปทั่วอุโมงค์ระบายน้ำร้างใต้เขตปกครองพิเศษ กลิ่นอับชื้นของโคลนและคราบน้ำมันเครื่องผสมปนเปไปกับกลิ่นโอโซนจางๆ จากระบบสแกนชีวมิติที่กำลังรวนเรอยู่เบื้องหลัง เรนกระชับวงแขนที่โอบรอบเอวสอบของวินแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ แรงเหวี่ยงจากการหักหลบสิ่งกีดขวางกะทันหันทำให้แผ่นหลังของเขาแนบชิดกับอกแกร่งของอีกฝ่ายอย่างไร้ช่องว่าง ความร้อนจากร่างกายที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าหนาชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ—และเขาก็ไม่แน่ใจว่ามันเป็นเพราะความเร็วนรกแตกของมอเตอร์ไซค์คันนี้ หรือเป็นเพราะสัมผัสแนบชิดที่จงใจยั่วยuกันแน่ "จับผมให้แน่นๆ วิน... อย่าปล่อยมือเด็ดขาด" ประโยคคำสั่งที่ทิ้งไว้จากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท วินเซนต์กัดฟันกรอด นัยน์ตาคมกริบภายใต้หมวกกันน็อกเต็มไปด้วยประกายความดุดัน มือข้างหนึ่งควบคุมแฮนด์รถด้วยความเชี่ยวชาญระดับนักแข่งสนามเถื่อน ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมมาทาบทับมือของเรนที่กอดเอวเขาอยู่ ย้ำน้ำหนักลงไปให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่พิเศษคนเก่งจะไม่หลุดมือไถลไปกับพื้นคอนกรีตเปียกชื้น "ถ้าคุณยังบ่นมาก ผมจะปล่อยมือข้างที่กอดผมแล้วไปขับมือเดียวแทนนะ เรนเดล" วินตะโกนแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ น้ำเสียงติดกวนประสาทตามสไตล์แฮกเกอร์ปากกล้าที่ต่อให้สถานการณ์จะคอขาดบาดตายแค่ไหนก็ไม่เคยลดดีกรความยโสลงได้เลย "ปากดีให้มันตลอดเถอะคุณแฮกเกอร์" เรนสวนกลับทันควัน ใบหน้าคมคายซบลงกับลาดไหล่กว้างโดยไม่รู้ตัวเพื่อหลบลมปะทะ "ถ้าเราโดนหน่วยสกัดกั้นของเขตปกครองพิเศษเป่าสมองกระจายตรงนี้ ผมจะลากคุณไปลงนรกด้วยคนแรกเลยฐานะโทษฐานขับรถได้น่ากลัวชะมัด" "ยินดีครับ ถ้ามีคุณลงไปเป็นเพื่อน ผมว่านรกขุมนั้นคงไม่น่าเบื่อเกินไปนักหรอก" วินแค่นหัวเราะในลำคอ แต่หัวใจข้างในกลับเต้นโครมครามอย่างควบคุมไม่อยู่ เคมีอันตรายระหว่างพวกเขาทั้งสองคนพุ่งทะยานจนขีดสุด ท่ามกลางกระสุนปืนเลเซอร์ที่เริ่มเฉียดผ่านหัวพวกเขาไปไม่ถึงคืบ เมื่อระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติของเขตปกครองพิเศษตรวจพบการหลบหนีและเปิดฉากยิงไล่หลังมาติดๆ แสงไฟสีแดงกะพริบวับวาบสาดส่องไปทั่วอุโมงค์มืดทึบ เงาร่างของโดรนลาดตระเวนรุ่นล่าสุดนับสพพุ่งตามหลังมาด้วยความเร็วสูง เรนเหลือบมองกระจกมองข้างที่สั่นไหว ก่อนจะตัดสินใจควักปืนพกประจำกายออกมาจากซองใต้เสื้อแจ็กเก็ต เล็งไปยังจุดเซนเซอร์ของโดรนตัวนำทางด้านหลังอย่างแม่นยำ ปัง! เสียงปืนก้องกังวานสะท้อนไปทั่วอุโมงค์แคบๆ กระสุนนัดเดียวเจาะทะลุแกนกลางของโดรนจนเกิดประกายไฟสпарคระเบิดกลางอากาศ ร่างโลหะร่วงหล่นลงมากีดขวางเส้นทางของโดรนตัวอื่นๆ ที่ตามมาจนเกิดการชนกันสนั่นหวั่นไหว ซื้อเวลาให้พวกเขาทั้งคู่พุ่งทะยานผ่านทางออกฉุกเฉินออกสู่เขตนอกกฎหมายได้อย่างหวุดหวิด มอเตอร์ไซค์พุ่งทะยานขึ้นสู่พื้นผิวถนนลาดยางเก่าคร่ำครึท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาปรอยๆ วินเบรกกะทันหันจนล้อหลังสะบัดเป็นวงโค้งสวยงามก่อนจะจอดสนิทหลบอยู่ใต้สะพานลอยร้าง ไอร้อนระอุพวยพุ่งขึ้นมาจากเครื่องยนต์ที่ทำงานหนักหน่วง ทั้งสองคนนิ่งเงียบไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นและหยาดฝนที่กระทบกับพื้นคอนกรีต เรนค่อยๆ คลายมือออกจากเอวของวิน แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับรั้งข้อมือเขาไว้ ไม่ยอมให้ถอยห่างออกไปไหน วินถอดหมวกกันน็อกออก สะบัดกลุ่มผมสีเข้มที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อย ดวงตาคมกริบจดจ้องมองใบหน้าของเรนที่เปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำค้างและละอองฝน แววตาของแฮกเกอร์หนุ่มเปลี่ยนจากความระแวดระวังกลายเป็นความลึกล้ำบางอย่างที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวราวกับสูงขึ้นอย่างกะทันหัน "ปลอดภัยแล้วนะ... เจ้าหน้าที่พิเศษ" วินกระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มของอีกฝ่ายเพราะระยะห่างที่ใกล้ชิดกันจนเกินความจำเป็น "ปล่อยได้แล้ว วิน" เรนพยายามทำเสียงให้ราบเรียบที่สุด แม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก "เราหนีพ้นก็จริง แต่ตอนนี้เราอยู่ในเขตแดนของพวกค้าข้อมูลเถื่อน มันอันตรายยิ่งกว่าในเขตปกครองพิเศษเสียอีก" "ผมรู้..." วินขยับเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม ปลายจมูกเกือบจะชนกันหากเรนไม่เบี่ยงหน้าหนีเล็กน้อย "แต่ก่อนที่เราจะไปเคลียร์เรื่องดงกระสุนเมื่อกี้ ผมมีเรื่องหนึ่งที่ค้างคาใจมาตั้งแต่เราติดอยู่ในห้องเซิร์ฟเวอร์แล้ว... เรนเดล" เรนชะงัก นัยน์ตาคู่สวยมองสบตากับอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง "เรื่องอะไรของคุณอีก?" "ความทรงจำครึ่งหนึ่งที่หายไปของผม..." วินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจัง ไร้ซึ่งร่องรอยของความกวนประสาทเมื่อครู่ "ทำไมฐานข้อมูลลับของเขตปกครองพิเศษถึงมีใบหน้าของคุณซ้อนทับอยู่ในไฟล์ที่ถูกเข้ารหัสไว้ล่ะ? และที่สำคัญที่สุด..." นิ้วเรียวแกร่งของวินเชยคางของเรนให้เงยขึ้นมารับสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและแรงดึงดูดอันตราย "...ทำไมคุณถึงดูเหมือนรู้อะไรเกี่ยวกับผมมากกว่าที่ปากบอก... หん?" เรนเบิกตากว้างเล็กน้อย ร่องรอยความตกใจฉายชัดขึ้นในแววตาชั่วพริบ ก่อนที่ริมฝีปากบางจะเม้มเข้าหากันแน่นราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความลับที่ต้องปกปิดกับความจริงที่จวนเจาะจะรั่วไหล ทว่า... ก่อนที่เรนจะได้อ้าปากเอ่ยคำตอบใดๆ ออกมา เสียงฝีเท้าฝ่าสายฝนจำนวนมากก็ดังขึ้นรอบทิศทาง พร้อมกับลำแสงไฟฉายหลายดวงที่สาดส่องเข้ามาตรงจุดที่พวกเขายอดรถอยู่ "เจอตัวแล้ว! ทางนี้!" เสียงตะโกนก้องมาจากความมืดเบื้องหน้า วินและเรนผละออกจากกันตามสัญชาตญาณ แฮกเกอร์หนุ่มคว้าแฮนด์รถเตรียมสตาร์ทเครื่องอีกครั้งด้วยความหัวเสีย ขณะที่เรนดึงสไลด์ปืนขึ้นลำกล้องเตรียมพร้อมรับมือกับการปะทะระลอกใหม่ที่กำลังคืบคลานเข้ามาประชิดตัว และในวินาทีที่เงาร่างของบุคคลปริศนาก้าวพ้นความมืดออกมาภายใต้แสงไฟสลัว เรนก็ต้องชะงักค้าง ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน—เมื่อคนๆ นั้นไม่ใช่หน่วยล่าสังหารของเขตปกครองพิเศษอย่างที่คิด ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความระทึกขวัญนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%