เสียงเคาะค้อนประมูลของไม้เนื้อดีดังขึ้นสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงวีไอพีอันโอ่อ่าของหอการค้าหลวง เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมขึ้นตามขมับของเหล่ามหาเศรษฐีและหัวหน้ากิลด์ชื่อดังนับสิบคนที่นั่งหน้าเคร่งเครียด บรรยากาศภายในห้องถูกกดทับด้วยแรงดันมหาศาลจากเศษเสี้ยวไอเทมระดับตำนานที่ถูกจัดแสดงไว้เบื้องหน้า บนแท่นกระจกใสวิบวับ แสงสีครามเข้มและออร่าละอองดาวกำลังลอยวนเวียนราวกับมีชีวิต มันคือ "สร้อยคอแห่งราชันย์อเวจี" ไอเทมดรอปหายากยิ่งที่พวกเขากว้านหามานานนับเดือน แต่ทว่า... ไม่มีใครกล้าเคาะราคาแข่งเพิ่มอีกเลยสักคน เมื่อตัวเลขบนจอผลึกเวทมนตร์พุ่งทะยานจนแตะเพดานสูงสุดที่เจ็ดร้อยล้านเหรียญทอง
"เจ็ดร้อยล้านเหรียญทอง ครั้งที่หนึ่ง..."
เสียงประกาศของประธานผู้ดำเนินการประมูลสั่นเครือเล็กน้อย ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง ปลายพู่กันในมือสั่นเทาขณะรอคอยเสียงขานรับจากมุมมืดของห้อง
ในมุมที่อับแสงที่สุดของห้องวีไอพี เซน (เซนนิส) นั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ใบหน้าคมคายภายใต้เงาฮู้ดสลับกับรอยยิ้มมุมปากเยือกเย็น ดวงตาสีรัตติกาลของเขาจับจ้องไปยังหน้าจอระบบที่แสดงยอดเงินในบัญชีที่เพิ่มขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด ข้างกายของชายหนุ่มคือ เอลีน่า เอ็นพีซีสาวระดับตำนานผู้สง่างามในชุดราตรีสีดำสนิทปักด้ายเวทมนตร์ระยิบระยับ เธอกำลังรินชาสมุนไพรกลิ่นหอมกรุ่นลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากของเธอกลับซ่อนความเย้ยหยันต่อเหล่าผู้นำกิลด์ผู้โอหังเบื้องล่างไว้อย่างมิดชิด
"ดูพวกเขาสิครับท่านเซน เหมือนสุนัขจนตรอกที่แม้แต่กระดูกชิ้นสุดท้ายก็ไม่มีปัญญาแย่งชิง" เอลีน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานนุ่มทว่าบาดลึก ราวกับกระซิบคำสาปแช่งท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อย
"ปล่อยให้พวกเขาดิ้นรนไปเถอะครับเอลีน่า" เซนกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นเต้นใดๆ ราวกับเงินเจ็ดร้อยล้านเหรียญทองที่ไหลเข้ากระเป๋าเมื่อครู่เป็นเพียงเศษเหรียญทองแดงที่ตกอยู่บนพื้นถนน "สิ่งที่เรากำลังจะเอาออกมาประมูลต่อต่างหาก... คือของจริงที่จะล้างบางกระดานนี้ให้ราบคาบ"
ทันทีที่เซนพูดจบ เขาก็โบกมือเบาๆ หน้าต่างระบบโฮโลแกรมโปร่งแสงสีทองอร่ามก็ดีดตัวขึ้นกลางห้องโถง พร้อมกับการปรากฏตัวของไอเทมชิ้นใหม่ที่ถูกดึงออกมาจากช่องเก็บของมิติ
พรึบ!
ม่านพลังงานสีทองเจิดจ้าสาดส่องจนทุกคนในห้องต้องยกแขนขึ้นบังแสง ไอเทมชิ้นนั้นคือ "ศิลาผนึกเทพสงครามคราม" อาวุธระดับเทพเจ้าที่ถูกลืมเลือนไปจากประวัติศาสตร์เซิร์ฟเวอร์ มันแผ่ไอสังหารสีเลือดออกมารอบทิศทางจนแก้วคริสตัลบนโต๊ะอาหารสั่นระรัวและแตกละเอียดเป็นผุยผงในพริบตา!
"นะ... นั่นมันอะไรกันวะ!"
เสียงอุทานด้วยความตกใจสุดขีดดังขึ้นจากปากของ 'กิลด์มาสเตอร์บารอน' ผู้ทรงอิทธิพลแห่งกิลด์อัคคีทมิฬ ชายร่างใหญ่ผู้เคยประกาศกร้าวว่าตนคือผู้ครองตลาดไอเทมทั้งหมดในอาณาจักรนี้ ถึงกับลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนล้มคว่ำ ดวงตาของเขาเบิกโพลงราวกับเห็นผีสาง ใบซีดเผือดไร้สีเลือด เมื่อตระหนักได้ว่าไอเทมชิ้นนี้มีพลังเหนือกว่าไอเทมที่กิลด์ของเขาตามหามาตลอดชีวิตเสียอีก
ไม่เพียงแต่บารอนเท่านั้น หัวหน้ากิลด์ยักษ์ใหญ่อีกสามกิลด์ต่างก็มีสีหน้าตื่นตระหนกไม่แพ้กัน พวกเขาต่างรู้ดีว่าการมีไอเทมระดับนี้อยู่ในครอบครองหมายถึงการผูกขาดอำนาจทั้งหมดในเกมออนไลน์แห่งนี้แต่เพียงผู้เดียว และตอนนี้... มันกำลังถูกนำมาประมูลโดยชายหนุ่มลึกลับที่พวกเขาเคยสบประมาทว่าเป็นแค่ผู้เล่นไร้ชื่อเสียงเมื่อสัปดาห์ก่อน
"ผู้ขาย... คือท่านเซนนิส จากกลุ่มอิสระครับ!" ผู้ดำเนินรายการประกาศด้วยเสียงสั่นระรัว มือของเขาเกือบทำค้อนประมูลหลุดร่วงลงพื้น
"เป็นไปไม่ได้!" บารอนตบโต๊ะเสียงดังสนั่นจนไม้เนื้อดีร้าวเป็นทางยาว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและอับอาย "ไอเทมระดับนั้น... มันควรจะเป็นของกิลด์ข้า! แกใช้เล่ห์กลอะไรขโมยมันมาฮะ ไอ้สวะเซน!"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาหันขวับมามองที่มุมมืดของเซนด้วยความหวาดกลัวและคาดเดa
เซนไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคืองแม้แต่น้อย เขายังคงจิบชาในมืออย่างใจเย็น วางถ้วยลงบนโต๊ะเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับบารอนด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
"เล่ห์กลงั้นหรือครับ?" เซนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่มันกลับดังก้องกังวานเสียดแทงเข้าไปในโสตประสาทของทุกคนในห้อง "สำหรับสุนัขที่เอาแต่วิ่งตามเศษเนื้อที่คนอื่นโยนให้ ย่อมไม่มีวันเข้าใจหรอกครับว่า 'จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร' ที่แท้จริง... เขายืนอยู่ตรงไหน"
สิ้นคำพูดนั้น เอลีน่าก็ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ปลดปล่อยแรงกดดันระดับเทพธิดาออกมาเต็มพิกัด จนพื้นหินอ่อนใต้เท้าของเหล่าหัวหน้ากิลด์แตกร้าวเป็นรอยแยกวงกว้าง แรงโน้มถ่วงมหาศาลกดทับให้ทุกคนต้องทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว แม้แต่บารอนผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังต้องหน้าซีดเผือด ล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความอับ
"ถ้าคิดจะมีปากมีเสียงกับนายท่านของฉัน..." เอลีน่ากวาดสายตามองเหยื่อผู้ไร้ทางสู้เบื้องล่างด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น พลางสะบัดมือเบาๆ จนเกิดประกายไฟสีดำสนิทล้อมรอบตัวบารอน "พวกแกก็เตรียมตัวชดใช้ด้วยไอเทมทั้งหมดในตัว... หรือไม่ก็ศพไร้ญาติในเกมนี้ได้เลยครับ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง ไม่มีใครกล้าหายใจแรง ทุกคนตระหนักแล้วว่าพวกเขากำลังเล่นอยู่กับปิศาจที่แท้จริง ผู้ซึ่งสามารถพลิกกระดานเศรษฐกิจและอำนาจทั้งหมดของโลกใบนี้ได้ด้วยปลายนิ้ว
เซนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อคลุมให้เข้าที่ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปาก ขณะที่เขากดปุ่มยืนยันการเปิดประมูลรอบใหม่ผ่านหน้าต่างระบบส่วนตัว
"เปิดราคาเริ่มต้นที่... หนึ่งพันล้านเหรียญทองครับ" เซนกล่าวเสียงเรียบ "และใครที่ไม่มีปัญญาจ่าย... ก็ไสหัวออกไปจากสายตาของผมซะ"
ทว่า ก่อนที่เสียงค้อนประมูลครั้งแรกจะทันได้เคาะลง ประตูห้องวีไอพีฝั่งตรงข้ามก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างของบุคคลปริศนาในชุดเกราะสีเงินยวดยวงสลักลายตราสัญลักษณ์ต้องห้าม ก้าวเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนติดลบ
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นการประมูลที่สนุกเสียจริงนะ ท่านเซนนิสผู้ไร้พ่าย" เสียงนั้นเอ่ยขึ้นพร้อมกับเงาของคมดาบที่พุ่งตรงมาปักลงบนโต๊ะประมูลต่อหน้าเซนพอดีเป๊ะ "แต่เกรงว่าของชิ้นนี้... คงต้องเปลี่ยนมือมาเป็นของ 'สมาคมเงามืด' ของพวกเราเสียก่อนล่ะนะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
เซียนเกมไร้พ่ายกับยัยเทพธิดาผู้กุมบัลลังก์อาถรรพ์•ตอนที่ 8
การประมูลที่พลิกโฉมหน้ากระดาน
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมไร้พ่ายกับยัยเทพธิดาผู้กุมบัลลังก์อาถรรพ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!