“ถ้าคิดจะเห่า ก็จงเห่าให้ดังกว่านี้หน่อย อย่าดีแต่พ่นลมออกจากปากให้เสียเวลาคนทำมาหากินเลยครับ”
เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยของผมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าครอบงำลานกลางเมืองหลวงอาร์คาน่า ลมหายใจของผู้คนนับร้อยรอบบริเวณแทบจะหยุดชะงัก สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่ร่างสูงใหญ่ของ ‘กริฟฟิน’ หัวหน้ากิลด์ราชันย์ทมิฬ ผู้ที่เพิ่งจะปักดาบยักษ์ลงบนพื้นหินจนรอยแตกกระจาย
กริฟฟินแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกหยามต่อหน้าธารกำนัล “ปากดีนักนะไอ้สวะเซน! วันนี้แหละที่ชื่อของแกจะถูกลบออกจากบันทึกผู้เล่นระดับท็อป เตรียมตัวเน่าตายอยู่ในจุดเกิดไปซะ!”
เอลีน่าที่ยืนอยู่เคียงข้างผม เธอขยับกายเล็กน้อย ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของเทพธิดาสะบัดไหวตามแรงลม เธอไม่ได้แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตาของเธอขณะจ้องมองกริฟฟินนั้นเต็มไปด้วยความเวทนา ราวกับกำลังมองดูมดปลวกที่กำลังเดินเข้าหาเปลวไฟ
“เซนคะ... ไม่สิ เซนครับ” เธอหันมามองผม รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้า “คนพวกนี้คงไม่รู้จักคำว่า ‘เกียรติยศ’ ที่แท้จริงหรอกครับ ให้ฉันจัดการปิดบัญชีให้ไหมครับ?”
“ไม่ต้องหรอกครับเอลีน่า” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะขยับถุงมือหนัง “ปล่อยให้ผม ‘ต้อนรับ’ พวกที่คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของโลกหน่อยดีกว่า”
กริฟฟินไม่รอช้า มันพุ่งตัวเข้าหาผมด้วยความเร็วสูง ดาบยักษ์ในมืออาบไปด้วยออร่าสีดำทมิฬ นี่คือสกิล ‘คลื่นทำลายล้าง’ ที่ว่ากันว่าสามารถผ่าเกราะป้องกันระดับสูงได้ในครั้งเดียว เสียงโห่ร้องเชียร์จากพวกพ้องของมันดังระงม บ้างก็หัวเราะเยาะ บ้างก็รอดูจังหวะที่ผมจะกลายเป็นเพียงเศษซากข้อมูล
วินาทีที่ดาบยักษ์กำลังจะฟาดลงมาถึงกะโหลกศีรษะ โลกทั้งใบของผมดูเหมือนจะหมุนช้าลง...
หนึ่งวินาที... ผมวิเคราะห์จุดอ่อนของวงสวิง
ศูนย์จุดห้าวินาที... ผมขยับกายเพียงเล็กน้อย
ศูนย์จุดหนึ่งวินาที... ผมดีดนิ้ว
*เปาะ*
เสียงดีดนิ้วสั้นๆ ที่แทรกผ่านเสียงลมหายใจของฝูงชน ก่อนที่ทุกอย่างจะหยุดนิ่ง กริฟฟินค้างอยู่ท่ามกลางอากาศ ดาบยักษ์ของมันห่างจากหัวไหล่ผมเพียงไม่กี่เซนติเมตร แต่ทว่า... ร่างกายของมันกลับถูกตรึงไว้ด้วยวงเวทสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าตอนไหนไม่มีใครทราบได้
“ความเร็วไม่ใช่ทุกอย่างครับ” ผมก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างใจเย็น “จังหวะการลงดาบที่ขาดสมดุล ช่องโหว่ตรงรักแร้ขวา และแรงเหวี่ยงที่พึ่งพาแต่พละกำลัง... คุณแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มแล้วครับ”
ผมชักมีดสั้นเล่มโปรดออกมา ไม่ใช่เพื่อฟัน แต่เพื่อแตะไปที่ตำแหน่ง ‘จุดบอดของระบบ’ บนชุดเกราะของมันเบาๆ เพียงแค่แรงสั่นสะเทือนผ่านใบมีด วงเวทกักขังก็ระเบิดออก กลายเป็นแรงกระแทกมหาศาลที่ซัดร่างของหัวหน้ากิลด์ชื่อดังกระเด็นไปไกลกว่าห้าสิบเมตรจนชนเข้ากับกำแพงเมือง
ตึง!
ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย ผู้คนทั้งลานเมืองนิ่งอึ้ง เอลีน่าเดินเข้ามาใกล้ผมแล้วเอื้อมมือมาจัดปกเสื้อให้เรียบร้อย “จบเร็วกว่าที่คิดอีกนะครับเนี่ย น่าเบื่อจังเลยครับ”
ผมมองไปที่กริฟฟินที่พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นด้วยสภาพสะบักสะบอม ชุดเกราะระดับตำนานแตกละเอียดจนไม่เหลือชิ้นดี ผมย่อตัวลงมองมันด้วยแววตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง “ครั้งหน้าที่อยากจะท้าสู้ ช่วยเตรียมฝีมือมาให้สมกับชื่อกิลด์หน่อยนะครับ เพราะถ้ายังอ่อนหัดแบบนี้... ครั้งหน้าผมจะไม่ใจดีแค่ผลักให้ล้มหรอกนะครับ”
ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตะลึงกับภาพตรงหน้า เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัวของผม มันไม่ใช่เสียงของเกมธรรมดา แต่มันคือสัญญาณจาก ‘ระบบลับ’ ที่ผมถือครองอยู่
หน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งแสงสีแดงฉานเด้งขึ้นตรงหน้า...
[ภารกิจลับ: ปริศนาแห่งบัลลังก์อาถรรพ์ - ปลดล็อกขั้นตอนที่ 2]
[ผู้ที่ถูกขัดขวางการท้าดวลได้ส่งสัญญาณลับถึง 'ผู้คุมกฎตัวจริง' ที่ซ่อนอยู่ในเมืองนี้]
[คำเตือน: ยอดฝีมือระดับสูงกว่ากริฟฟิน 10 เท่า กำลังเคลื่อนที่เข้ามาในพิกัด 500 เมตร และดูเหมือนว่า... พวกเขาไม่ได้มาเพื่อเจรจา]
เอลีน่าชะงักไปเล็กน้อย สายตาของเธอหันไปทางประตูทิศเหนือที่กำลังถูกปิดกั้นด้วยม่านพลังสีดำสนิท “เซนครับ... ดูเหมือนว่า ‘เจ้าของบ้าน’ จะไม่ปลื้มกับการที่เรามาอาละวาดในถิ่นของเขานะครับ”
ผมกระตุกยิ้มที่มุมปาก ในเมื่อความบันเทิงมันพุ่งเข้ามาหาถึงที่ ผมก็ไม่จำเป็นต้องปฏิเสธ...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ และหวังว่าทุกท่านจะเตรียมตัวรับมือกับความบ้าคลั่งในตอนต่อไปนะครับ!
เซียนเกมไร้พ่ายกับยัยเทพธิดาผู้กุมบัลลังก์อาถรรพ์•ตอนที่ 9
ท้าดวลกลางลานเมือง
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมไร้พ่ายกับยัยเทพธิดาผู้กุมบัลลังก์อาถรรพ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!