เสียงกรีดร้องของดาบพลังงานระดับยูนิกพังทลายลงพร้อมกับเศษซากข้อมูลที่โปรยปรายราวกับหิมะสีคราม ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงใต้ดินของวิหารรกร้างทันทีที่คมมีดโปร่งแสงของเซนปักลงบนใจกลางคอร์ของหัวหน้าผู้พิทักษ์จักรกล
ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทไม่ได้หอบหายใจแม้แต่น้อย เขายืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน สายตาคู่คมกริบกวาดมองข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานที่เด้งขึ้นมากลางอากาศอย่างไร้ความรู้สึก
[ภารกิจลับระดับ SSS: "พันธสัญญาแห่งเทพผู้ถูกลืม" สำเร็จลุล่วง]
[ผู้เล่น "เซนนิส" ปลดล็อกสถานะ: ผู้ครอบครองเศษเสี้ยวบัลลังก์อาถรรพ์]
"น่าผิดหวัง..." เสียงทุ้มต่ำหลุดจากริมฝีปากของเซนอย่างแผ่วเบา ขณะที่เขาสลัดคราบละอองข้อมูลออกจากปลายดาบ ระบบป้องกันที่ขึ้นชื่อว่าไร้เทียมทานของดันเจี้ยนระดับสูง กลับถูกเขาชำแหละจนแหลกละเอียดภายในเวลาไม่ถึงสามนาทีด้วยซ้ำ นี่คือผลลัพธ์ของการคำนวณทุกตัวแปรในระบบเกมอย่างแม่นยำดุจเครื่องจักร
เบื้องหลังของเขา ร่างของหญิงสาวในชุดอาภรณ์โบราณสีขาวบริสุทธิ์กำลังคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ปีกสีนิลที่สยายออกครึ่งหนึ่งสะท้อนแสงเรืองรองจากผลึกเวท เอลีน่า... เอ็นพีซีระดับตำนานที่ถูกผนึกไว้ในเงามืดมานานนับพันปี ดวงตาสีเพลิงของเธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ระหว่างความตื่นตะลึงระคนความหวาดหวั่น มนุษย์ผู้ชายคนนี้เป็นใครกันแน่? เขาไม่ได้ใช้พลังเวทมนตร์อลังการ หรืออาวุธเทพเจ้า แต่เขากลับใช้ "ตรรกะ" และ "ช่องโหว่" ที่แม้แต่พระเจ้าก็มองไม่เห็น ในการบงการระบบทั้งหมดให้อยู่ใต้ฝ่าเท้า
"ท่าน..." เสียงหวานกังวานเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน "ท่านทำลายเกราะอาคมของวิหารนี้ด้วยวิธีใดกัน? นั่นคือค่ายกลที่แม้แต่ราชาแห่งทวีปยังต้องสิ้นชื่อ..."
เซนปรายตามองเธอนิดหน่อย รอยยิ้มเยาะหยันบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก "คำถามโง่ๆ เงื่อนไขการทำงานของค่ายกลนั้นมีจุดบอดที่ตัวอักษรตัวที่สามร้อยสิบสองในตำราผนึก ถ้าเธออ่านหนังสือมากพอและใช้สมองคิดวิเคราะห์มากกว่าเอาแต่พึ่งพาพลังเทพ เธอคงไม่ถูกขังไว้ในที่โสโครกแบบนี้หรอกนะ เอลีน่า"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและเย่อหยิ่งอย่างถึงที่สุด ทำให้ใบหน้าเนียนใสของเทพธิดาผู้สูงศักดิ์ร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่ง นางไม่เคยถูกใครต่อว่าด้วยถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามเช่นนี้มาก่อนในชีวิต แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... นางโต้เถียงไม่ออกเลยสักคำ เพราะทุกสิ่งที่เขาพูดคือความจริงอันโหดร้าย
เอลีน่ากัดริมฝีปากแน่นอย่างลังเล ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม เธอมองลึกลงไปในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น ดวงตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่กลืนกินทุกสิ่ง แต่กลับเต็มไปด้วยอำนาจที่แท้จริง
"ข้าคือเอลีน่า ผู้พิทักษ์แห่งบัลลังก์อาถรรพ์..." น้ำเสียงของเธอกลับมามั่นคงและทรงพลังอีกครั้ง แม้ร่องรอยความอ่อนล้าจะยังปรากฏให้เห็น "ในเมื่อท่านปลดปล่อยข้า และทำลายพันธนาการที่ผูกมัดข้าไว้ตามกฎของพันธสัญญา... ข้าขอประกาศณ ปัจจุบันนี้ ข้าจะติดตามท่าน ก้าวเดินไปบนเส้นทางที่ท่านเป็นผู้ชี้นำ ในฐานะพันธมิตรคนแรกของท่าน"
เซนหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาไม่ได้แสดงความดีใจหรือตื่นเต้นออกมาเลยแม้แต่น้อย สำหรับเขา การได้เอ็นพีซีระดับพระเจ้ามาเป็นผู้ช่วยไม่ใช่เรื่องเกินคาดคิด มันเป็นผลลัพธ์ที่เขาคำนวณไว้แล้วตั้งแต่ก้าวแรกที่ก้าวเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์นี้
"พันธมิตร?" เซนทวนคำด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "เธอแน่ใจนะว่าเข้าใจความหมายของคำนั้น? ฉันไม่ได้ต้องการคนคอยถ่วงแข้งถ่วงขา หรือคอยร้องขอความช่วยเหลือในเวลาคับขัน ถ้าคิดจะเดินตามหลังฉัน สิ่งที่เธอต้องทำมีเพียงอย่างเดียว... คือทำตามคำสั่งอย่างไร้เงื่อนไข เข้าใจไหม?"
เอลีน่ายืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจ รอยยิ้มบางเบาแต่ทรงเสน่ห์ปรากฏบนใบหน้า นางคือเทพธิดาที่ผู้คนนับล้านกราบไหว้ แต่วันนี้ นางเลือกที่จะมอบความภักดีทั้งหมดให้แก่ชายหนุ่มผู้ไร้นามคนนี้
"ข้าเข้าใจดียิ่งกว่าใคร... นายเหนือหัวของข้า"
ทันทีที่สิ้นคำพูดของเอลีน่า เสียงแจ้งเตือนระบบระดับโลกก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์ ราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน หน้าจอของผู้เล่นนับสิบล้านคนทั่วโลกต่างปรากฏข้อความสีทองเรืองรองขึ้นพร้อมกันอย่างไร้การเตือนล่วงหน้า
[ประกาศจากระบบหลัก: ผู้เล่น "เซนนิส" ได้ทำพันธสัญญากับเอ็นพีซีระดับสูงสุด "เอลีน่า"]
[เงื่อนไขการปลดล็อกทวีปแห่งความมืดเริ่มทำงานในอีก 3... 2... 1...]
ในขณะที่ทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์กำลังโกลาหลและคลุ้มคลั่งด้วยความตื่นตะลึง เซนกลับแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็น เขากดปิดหน้าต่างแจ้งเตือนอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะหยิบการ์ดสีดำทมิฬใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าไอเทม
การ์ดสิทธิพิเศษระดับผู้พัฒนาเกม... สิ่งที่พวกกิลด์ใหญ่อันดับต้นๆ ของโลกต่างพยายามตามหามาตลอดหลายปี
"ไปกันเถอะ เอลีน่า" เซนหันไปมองหญิงสาวข้างกายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานอันไร้ขอบเขต "เกมนี้... ถึงเวลาเริ่มต้นความสนุกอย่างแท้จริงเสียที"
ทว่า ก่อนที่ทั้งสองคนจะก้าวเท้าออกจากประตูวิหาร เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดเบื้องนอก พร้อมกับแสงไฟจากคบเพลิงที่สาดส่องเข้ามาจนแสบตา
ป้ายกิลด์รูปมังกรเพลิงสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า... คือสัญลักษณ์ของ "ดรากอนแฟง" กิลด์อันดับหนึ่งของเซิร์ฟเวอร์ที่ประกาศิตกร้าวว่าจะกวาดล้างผู้เล่นทุกคนที่ขวางทางพวกเขา
"เจอตัวแล้วไอ้สวะเซนนิส แกคิดเหรอว่าจะแย่งชิงสมบัติชิ้นนี้ไปจากพวกเราได้ง่ายๆ!" เสียงตะคอกด้วยความโกรธเกรี้ยวของหัวหน้ากิลด์ดังขึ้นท่ามกลางความมืด พร้อมกับอาวุธเวทนับร้อยชิ้นที่เล็งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
เซียนเกมไร้พ่ายกับยัยเทพธิดาผู้กุมบัลลังก์อาถรรพ์•ตอนที่ 3
พบพานเทพธิดาที่ถูกลืม
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมไร้พ่ายกับยัยเทพธิดาผู้กุมบัลลังก์อาถรรพ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!