"ไสหัวไปซะ ขยะชั้นต่ำ! ประตูมหานครโอเรียนท์แห่งนี้ไม่ใช่ที่สำหรับพวกไร้ค่าระดับต่ำกว่าร้อยจะมาเดินเกะกะลูกตา!"
เสียงตะคอกแหบพร่าด้วยความเย่อหยิ่งดังสะท้านไปทั่วบริเวณซุ้มประตูหินแกรนต์สีดำทมิฬ บารอนด์ หัวหน้ากิลด์ย่อย 'โล่เพลิงทมิฬ' และผู้เล่นระดับท็อปเท็นของเซิร์ฟเวอร์ตะวันออก กำลังใช้ด้ามหอกเวทมนตร์ระดับตำนานกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น เพื่อขับไล่ผู้เล่นหน้าใหม่และกลุ่มคนยากจนที่ไม่มีเงินจ่ายค่าผ่านทางเข้าเมือง
บรรยากาศหน้าประตูเมืองอัดแน่นไปด้วยความกดดันและความหวาดกลัว ผู้เล่นนับร้อยชีวิตต่างก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าปริปากเถียงสักคำ เพราะในเกมออนไลน์แห่งนี้ อำนาจและเลเวลคือพระเจ้า และบารอนด์ก็คือผู้กุมกฎเหล็ก ณ ดินแดนรอยต่อแห่งนี้
ทว่า... ท่ามกลางฝูงชนที่กำลังหมอบราบคาบแก้ว มีร่างสองร่างกำลังก้าวเดินสวนกระแสความหวาดกลัวเข้ามาอย่างไม่รีเวลาร้อน
เซน (เซนนิส) ก้าวเดินด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอดุจเข็มนาฬิกา ชุดคลุมสีดำสนิทไร้รอยขีดข่วนสะท้อนแสงไฟเวทมนตร์จากคบเพลิงเหนือประตูเมือง บนไหล่ซ้ายของเขาคือ เอลีน่า เอ็นพีซีระดับตำนานผู้มีเรือนผมสีเงินยวดยวงและดวงตาสีอัมพันที่ฉายแววเย้ยหยันโลกหล้า เธอกำลังกางร่มสีดำสนิทบังแดดให้ชายหนุ่ม ราวกับพวกเขากำลังเดินเล่นอยู่ในสวนหลังบ้าน ไม่ใช่สนามรบที่เต็มไปด้วยผู้เล่นกระหายเลือด
"เฮ้ย! หูหนวกหรือไงวะ ไอ้สวะเสื้อคลุมดำ!"
บารอนด์หันขวับมามองด้วยความฉุนเฉียวเมื่อเห็นว่ามีคนกล้าเดินฝ่าเขตหวงห้ามที่เขากำหนดขึ้นเองโดยพละการ สันหอกในมือชี้ตรงมาที่ปลายจมูกของเซน ใบหน้าของชายร่างใหญ่บิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "อยากลองดีกับกิลด์โล่เพลิงทมิฬใช่ไหม? อยากรู้จังว่าศพของแกจะต้องใช้เวลากี่วันถึงจะย่อยสลายหมดหน้าประตูเมืองนี้!"
เซนหยุดเดินช้าๆ เขาไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัว หรือแม้แต่จะกะพริบตา ดวงตาคู่คมกริบใต้ฮู้ดสีดำชำเลืองมองปลายหอกที่จ่ออยู่ตรงหน้า ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับบารอนด์ด้วยความว่างเปล่า เย็นชา และไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ดุจมองก้อนกรวดข้างทาง
"หอกระดับตำนาน 'เฟลมสไตรค์' ราคาประเมินในตลาดมืดตอนนี้คงราวๆ สามแสนเหรียญทองสินะครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ น้ำเสียงสุภาพแต่น่าขนลุก "น่าเสียดาย... ที่มันกำลังจะกลายเป็นเศษเหล็กไร้ค่าในอีกสามวินาทีข้างหน้า"
"แก! ปากดีนักนะไอ้สวะ!" บารอนด์คำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน พลังเวทธาตุไฟระเบิดออกจากร่างจนเกิดคลื่นความร้อนแผดเผาพื้นหินรอบด้านแตกละเอียด "ตายซะเถอะ!"
ตู้ม!
หอกเวทมนตร์พุ่งทะยานเข้าใส่ร่างของเซนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงแหวกอากาศแหลมคม ผู้เล่นรอบข้างต่างพากันหลับตาปี๋ด้วยความหวาดกลัว บ้างก็แอบหัวเราะเยาะความโง่เขลาของผู้ชายชุดดำคนนั้น
แต่ทว่า... ไม่มีเสียงเนื้อฉีกขาด ไม่มีเลือดสาดกระเซ็น
นิ้วเรียวยาวของเซนเพียงแค่ยกขึ้นมาแตะที่ปลายหอกเบาๆ ด้วยปลายนิ้วเดียว!
*กริ๊ก.*
เสียงกลไกบางอย่างดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทรงพลังดุจเสียงอสุนีบาตฟาดลงกลางใจคนทั้งสนาม แรงกระแทกมหาศาลจากหอกระดับตำนานหยุดชะงักลงทันที ราวกับพุ่งชนกำแพงเหล็กที่หนาแน่นที่สุดในจักรวาล บารอนด์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนลูกเกือบหลุดจากเบ้า เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายท่วมใบหน้าเมื่อเขาพบว่า... แขนทั้งข้างของตนเองชาหนึบ และพลังเวททั้งหมดในร่างถูกแช่แข็งด้วยพลังงานปริศนาที่มองไม่เห็น!
"เป็นไปได้ยังไง... เลเวลของแกมันแค่..." บารอนด์พยายามดึงหอกกลับ แต่ไม่ว่าจะออกแรงมากแค่ไหน มันก็ยังคงนิ่งสนิทราวกับงอกติดอยู่กับนิ้วของเซน
"เลเวลมันเป็นแค่ตัวเลขหลอกลวงสำหรับพวกโง่เขลาครับ" เซนกล่าวด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ไร้ความปราณี "และพวกที่ชอบรังแกคนอ่อนแอก็สมควรได้รับการอบรมสั่งสอนเสียใหม่... ว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่เกินกว่าที่กบในกะลาอย่างพวกคุณจะจินตนาการถึง"
สิ้นคำพูดของเซน เอลีน่าที่ยืนอยู่เคียงข้างก็สะบัดมือเบาๆ
เปรี้ยงงงง!
คลื่นพลังเวทสีดำสนิทระเบิดออกรัศมีร้อยเมตร แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาบนร่างของบารอนด์และลูกน้องนับสิบชีวิตจนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นหิน เสียงกระดูกลั่นดังกรอบแกรบพร้อมกับข้อความระบบสีแดงฉานที่เด้งเตือนขึ้นรัวๆ หน้าจอของผู้เล่นทุกคนในโซนนั้น
*[คำเตือนระบบ: ผู้เล่น 'บารอนด์' ทำผิดกฎเขตปลอดภัยพิเศษ และถูกริบทรัพย์สินทั้งหมด]*
*[คำเตือนระบบ: สกิลและยุทโธปกรณ์ระดับตำนานของกิลด์ 'โล่เพลิงทมิฬ' ถูกระงับการใช้งานถาวร]*
"อ๊ากกกก!" บารอนด์กรีดร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดทรมาน เมื่อไอเทมสวมใส่ทั้งหมดบนร่างของเขากลายเป็นแสงสีเทาและสลายหายไปต่อหน้าต่อตา เลเวลของเขาดิ่งฮวบจากท็อปเท็นลงสู่เลเวล 0 ในพริบตาเดียว! กลายเป็นผู้เล่นไร้ค่าที่แม้แต่เด็กใหม่ก็สามารถเหยียบย่ำได้
ความเงียบงันเข้าปกคลุมหน้าประตูเมืองโอเรียนท์อย่างสมบูรณ์แบบ ผู้เล่นนับร้อยชีวิตอ้าปากค้าง ตาค้าง แข็งทื่อเป็นหิน ไม่มีใครกล้าหายใจแรงด้วยซ้ำ ทุกสายตาที่มองมาที่เซนในตอนนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจ ราวกับเขามัจจุราชที่จำแลงกายมา
เซนปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้อของตนเองเบาๆ อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปมองป้ายประกาศราคาค่าผ่านประตูเมืองที่ขูดรีดประชาชน แล้วหยิบบัตรสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยคู่ก็ดังขึ้นจากด้านในประตูเมือง พร้อมกับการปรากฏตัวของกองกำลังทหารหลวงระดับบอสที่สวมเกราะทองคำอร่าม พวกเขาทั้งหมดวิ่งกรูออกมาคุกเข่าคำนับเซนจนหน้าผากแนบพื้น
"กราบ... กราบ องค์ชายเซนนิส ผู้ถือครองสิทธิ์ขาดสูงสุดแห่งดินแดนพันธสัญญา!" แม่ทัพใหญ่แห่งเมืองโอเรียนท์กล่าวเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว
เซนมองหน้าแม่ทัพหลวงด้วยแววตาเรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คนทั้งเมืองต้องช็อกจนแทบหยุดหายใจ
"ช่วยจัดการขยะพวกนี้ให้พ้นสายตาผมทีนะครับ... อ้อ แล้วก็ ช่วยรูดบัตรใบนี้จ่ายค่าผ่านทางให้ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ด้วย"
*ติ๊ง!*
เสียงรูดบัตรเครดิตดำไร้ขีดจำกัดผ่านระบบกลางดังขึ้นกังวานท่ามกลางความเงียบงัน พร้อมกับข้อความอนุมัติวงเงินมหาศาลที่สว่างวาบขึ้นบนท้องฟ้า...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
เซียนเกมไร้พ่ายกับยัยเทพธิดาผู้กุมบัลลังก์อาถรรพ์•ตอนที่ 4
ตบหน้าพวกโอหังที่หน้าประตูเมือง
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมไร้พ่ายกับยัยเทพธิดาผู้กุมบัลลังก์อาถรรพ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!