"คิดเหรอว่าแกจะแย่งชิงบัลลังก์นี้ไปได้ง่ายๆ... ไอ้ผู้เล่นนอกรีต!"
เสียงคำรามด้วยความเคียดแค้นของ 'บารอนโวล์ฟ' หัวหน้ากิลด์เขี้ยวพยัคฆ์ ยังคงก้องกังวานอยู่ในห้องโถงหินออบซิเดียนชั้นใต้ดินของวิหารโบราณ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายของดินปืนและเลือดที่แห้งกรัง เศษซากไอเทมระดับตำนานที่แตกละเอียดเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น สะท้อนถึงความรุนแรงของการปะทะรอบล่าสุด ทว่า เซน (เซนนิส) กลับยืนไขว่ห้างอยู่บนบัลลังก์กระดูกสีดำสนิทด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็น ดวงตาสสีนิลคู่นั้นมองลงมายังเหล่าผู้นำกิลด์ใหญ่ทั้งสามที่กำลังหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า ราวกับกำลังมองดูมดปลวกที่ดิ้นรนอยู่ในกำมือ
"พวกคุณใช้เวลาวางแผนลอบสังเกตการณ์ผมมาสามวันเต็ม ทุ่มทรัพยากรไปไม่ต่ำกว่าสิบล้านเหรียญทอง และส่งคนนับร้อยมาตายในดันเจี้ยนนี้... แต่ผลลัพธ์ที่ได้ กลับเป็นแค่การเดินมาติดกับดักที่ผมวางไว้ตั้งแต่ก้าวแรกอย่างนั้นเหรอครับ น่าผิดหวังเสียจริง"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของเซนเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของชายหนุ่มไม่ได้สร้างความโกรธแค้นให้ลดลงเลย มีแต่จะเติมเชื้อไฟให้ความโลภและความอับอายของพวกมันพุ่งถึงขีดสุด
"หุบปากซะ! เซนนิส! แกมันก็แค่ผู้เล่นลักลอบใช้บั๊กของระบบ แกไม่มีทางเอาชนะกิลด์พันธมิตรทั้งสามแห่งที่มีผู้เล่นรวมกันนับหมื่นคนได้หรอก!" 'เลดี้วิเวียน' หัวหน้ากิลด์บุปผานิตรันดร์ กัดฟันกรอดจนริมฝีปากมีเลือดซึม เธอพยายามซ่อนมือที่กำลังสั่นเทาไว้ใต้ชายผ้าคลุม แต่ไม่สามารถตบตาการวิเคราะห์อันแม่นยำดุจเครื่องจักรของเซนได้เลย
เซนค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ แรงกดดันมหาศาลจากจิตสังหารที่ถูกเก็บซ้ำไว้ภายใต้ความนิ่งงบ แผ่พุ่งออกมาราวกับคลื่นใต้น้ำจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว 'เอลีน่า' เทพธิดาแห่งบัลลังก์อาถรรพ์ผู้ยืนเคียงข้าง ก้าวออกมาหนึ่งก้าว ปีกสีดำสนิทขนาดยักษ์สยายออกเบาๆ สร้างม่านพลังเวทสีม่วงเข้มปกป้องเจ้านายของเธอไว้ ดวงตาคู่สวยของเอลีน่ามองเหล่าหัวหน้ากิลด์ด้วยความสมเพชเวทนา
"เจ้านายของข้าไม่ได้ใช้บั๊ก... แต่พวกเจ้าต่างหากที่โง่เขลา จนมองไม่เห็นแม้กระทั่งเงาของหมากที่ถูกชักใยอยู่เบื้องหลัง" เอลีน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวาน เย็นชา และทรงอำนาจ
นิ้วเรียวยาวของเซนเคาะเบาๆ ลงบนพนักพิงบัลลังก์ เสียง 'ก๊อกๆ' นั้นดังสะท้อนก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังแห่งความตาย
"คุณโวล์ฟ... คุณคิดจริงๆ หรือครับว่า การที่กิลด์โล่เหล็กและกิลด์บุปผานิตรันดร์ยกกองกำลังมาสมทบในเวลาไล่เลี่ยกัน เป็นเรื่องบังเอิญ?" เซนปรายตามองหัวหน้ากิลด์เขี้ยวพยัคฆ์ที่ชะงักไปเล็กน้อย "ผมแค่ส่งข้อความสั้นๆ ไปหาพวกเขาสองคน... บอกว่า 'กิลด์เขี้ยวพยัคฆ์กำลังจะครอบครองสมบัติชิ้นสุดท้าย และเตรียมหักหลังพวกคุณเพื่อผูกขาดตลาดไอเทมเซิร์ฟเวอร์หลัก'"
สีหน้าของบารอนโวล์ฟเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที เขาหันขวับไปมองหน้า 'กุสตาฟ' หัวหน้ากิลด์โล่เหล็กที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งตอนนี้ใบหน้าบูดบึ้งและเต็มไปด้วยความระแวง
"ไอ้... ไอ้กุสตาฟ! แกเชื่อคำพูดของมันงั้นเหรอ!" โวล์ฟคำรามลั่น
"แล้วทำไมฉันจะไม่เชื่อล่ะโวล์ฟ!" กุสตาฟสวนกลับเสียงดังลั่นห้องโถง ความอดทนที่สะสมมานานขาดผึ่ง "เอกสารลับเรื่องการแบ่งสัดส่วนดรอปไอเทมที่แกส่งให้ฉันเมื่อสัปดาห์ก่อน มันฟ้องอยู่แล้วว่าแกเตรียมกินรวบพวกเรา! แกคิดว่าฉันโง่จนดูไม่ออกหรือไงว่าแกจ้องจะเตะกิลด์ฉันออกจากแนวหน้า!"
"แกมันบ้าไปแล้ว! นั่นมันเอกสารปลอมที่ไอ้เด็กนี่ทำขึ้นมาเพื่อยุยงพวกเราต่างหาก!" โวล์ฟชี้หน้ากุสตาฟด้วยความโมโหโทโส
เซนมองดูภาพความแตกแยกที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย กลยุทธ์การเมืองในเกมไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด มันอาศัยเพียงแค่ 'ความโลภ' และ 'ความหวาดระแวง' ที่มีอยู่แล้วในใจของมนุษย์ มาเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีในการเผาทำลายพันธมิตรที่เปราะบางให้พังทลายลงด้วยมือของพวกเขาเอง ไม่จำเป็นต้องออกแรงโจมตีแม้แต่ปลายนิ้ว ปล่อยให้สุนัขกัดกันเอง ย่อมเป็นวิธีที่ง่ายและสะอาดที่สุด
"พวกคุณน่าจะใช้เวลาสมองอันน้อยนิดนั้น คิดทบทวนดูนะครับว่า... ระหว่างการร่วมมือกันฆ่าผมเพื่อแย่งชิงบัลลังก์ที่อาจจะไม่มีอยู่จริง กับการกำจัดคู่แข่งที่จ้องจะแทงข้างหลังคุณมาตลอด... อันไหนมันมีประโยชน์กับกิลด์ของคุณมากกว่ากัน" เซนเอ่ยเตือนสติด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกน
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ บรรยากาศเต็มไปด้วยจิตสังหารที่หันเหทิศทางจากเซน ไปพุ่งเป้าใส่กันเองระหว่างกิลด์ใหญ่ทั้งสาม เลดี้วิเวียนถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แววตาของเธอกวาดมองพันธมิตรเก่าด้วยความไม่ไว้วางใจ ขณะที่กุสตาฟกระชับโล่ในมือแน่นขึ้น กล้ามเนื้อตามตัวเกร็งเครียดพร้อมปะทะทุกเมื่อ
"แก... แกมันปีศาจชัดๆ เซนนิส..." โวล์ฟกัดฟันกรอด ดวงตาแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจเมื่อตระหนักได้ว่า ตนเองตกเป็นเบี้ยในกระดานของเด็กหนุ่มคนนี้มาโดยตลอด
"ขอบคุณสำหรับคำชมครับ" เซนยิ้มรับบางๆ "และเพื่อเป็นการตอบแทนความพยายามของพวกคุณ ผมจะมอบ 'โอกาสสุดท้าย' ให้... คนที่ยอมกราบลงแทบเท้าและประกาศยุบกิลด์ของตัวเองในระบบตอนนี้ ผมจะไว้ชีวิต... แต่สำหรับคนดื้อรั้น... เตรียมตัวสูญเสียทุกอย่างที่สั่งสมมาจนหมดตัวได้เลยครับ"
สิ้นคำพูดของเซน แรงกดดันมหาศาลจากเอลีน่าก็ระเบิดออกอีกครั้ง เสาแสงสีดำพุ่งทะยานจากพื้นห้องโถงขึ้นสู่เพดาน สร้างอาณาเขตผนึกกั้นทางหนีทีไล่ทั้งหมดไว้จนมุม เสียงระบบแจ้งเตือนภัยสีแดงฉานปรากฏขึ้นตรงหน้าผู้เล่นทุกคนในห้องโถง บ่งบอกถึงเวลาแห่งการตัดสินใจที่เหลืออยู่อีกเพียงไม่กี่วินาที
กุสตาฟมองหน้าโวล์ฟด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ก่อนที่เขาจะตัดสินใจทำบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง
กวาดสายตาคมกริบมองความวุ่นวายที่เกิดขึ้น เซนยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาอย่างใจเย็น ก่อนที่หน้าจออินเตอร์เฟซสีฟ้าใสจะเด้งขึ้นตรงหน้า พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนการทำธุรกรรมวงเงินมหาศาลที่ดังขึ้นในโสตประสาทของเขาเอง
[ติ๊ง! ยืนยันการทำรายการซื้อกิจการกิลด์ทั้งหมดในอาณาจักรด้วยบัตรเครดิตไร้ขีดจำกัด สำเร็จ!]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "จอมเวทไร้นาม" เสมอมานะครับ
เซียนเกมไร้พ่ายกับยัยเทพธิดาผู้กุมบัลลังก์อาถรรพ์•ตอนที่ 13
กลยุทธ์การเมืองในเกม
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมไร้พ่ายกับยัยเทพธิดาผู้กุมบัลลังก์อาถรรพ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!