“เศษขยะต่อให้หลอมใหม่เป็นร้อยรอบ ก็ยังคงเป็นแค่เศษขยะวันยังค่ำ… เจ้าหนู แกคิดจริง ๆ หรือว่าวัตถุดิบชั้นต่ำอย่าง ‘เกล็ดมังกรอัสดง’ จะยกระดับดาบขึ้นสนิมเล่มนั้นให้เทียบชั้นกับ ‘ศาสตราแห่งราชัน’ ของกิลด์เราได้?”
เสียงหัวร่อเยาะเย้ยดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงตีเหล็กโบราณ กลิ่นอายความร้อนระอุจากเตาหลอมมานาผสมผสานกับกลิ่นอายความกดดันระดับสูงของไอเทมในตำนาน ทำให้บรรยากาศโดยรอบแทบจะกลายเป็นสุญญากาศที่สูบเอาออกซิเจนออกจากปอดของทุกชีวิตที่ยืนอยู่ ณ ที่นั้น
ดาริอุส รองหัวหน้ากิลด์เพลิงทมิฬ ยืนกอดอกพิงเสาศิลาแกรนิต มุมปากของเขายกย่องขึ้นด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น ดวงตาสีเพลิงจ้องมองร่างสูงโปรดักส์ของเซนที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าเตาหลอมขนาดมหึมา รอบตัวของดาริอุสมีสมาชิกชั้นแนวหน้าของกิลด์ล้อมกรอบเอาไว้กว่าสิบชีวิต สายตาทุกคู่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาและรอคอยเวลาที่จะหัวเราะเยาะความพ่ายแพ้ของชายหนุ่มผู้โง่เขลา
ทว่า เซน (เซนนิส) อดีตผู้เล่นอันดับ 1 ผู้กุมความลับของระบบและกลไกจักรวาลเกมนี้ไว้ทั้งหมด กลับไม่ได้แสดงอาการหวาดหวั่นแม้แต่น้อย
ดวงตาคมกริบใต้ร่มเงาฮู้ดสีดำสนิททอดมองลงไปยัง ‘ดาบหักจันทราทมิฬ’ ที่วางอยู่บนแท่นบูชามานา ตัวดาบในตอนนี้เต็มไปด้วยรอยร้าวและคราบสนิมแห่งกาลเวลา ทว่าภายในแกนกลางของมันกลับกักเก็บพลังงานที่ถูกกดทับไว้ ราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือดที่รอวันหลุดพ้นจากพันธนาการ
“ความไร้เดียงสาของพวกแกนี่ช่างน่าขันเสียจริง ดาริอุส” เซนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียաբเฉย เย็นชา และไร้ซึ่งความเกรงกลัว “พวกแกคิดว่าระบบเกมนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจำกัดขอบเขตของพลังงั้นหรือ? ผิดแล้ว… ระบบมันก็แค่เครื่องมือชั้นดี ที่รอให้คนที่มีสมองเหนือกว่าเข้าควบคุมต่างหาก”
“สามหาว!” สมาชิกกิลด์คนหนึ่งแผדเสียงคำรามด้วยความโกรธ พร้อมกับก้าวเท้าหมายจะพุ่งเข้ามาสั่งสอน
“หยุดซะ…” เอลีน่า เอื้อนเอ่ยเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเยือกเย็น เธอก้าวเท้าออกมาเพียงครึ่งก้าว ไอเวทสีครามประกายทองระเบิดออกรอบกายจนพื้นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม แรงกดดันระดับเทพธิดาโบราณแผ่ซ่านเข้ากดทับร่างของทุกคนในห้องโถงจนเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นโดยไม่ต้องลงมือสัมผัสด้วยซ้ำ
ดาริอุสหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬไหลโทรมกาย ความเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เมื่อเขาตระหนักได้ว่า หญิงสาวนางนี้ไม่ได้เป็นแค่นายพรานธรรมดา เธอกำลังกุมอำนาจความรุนแรงที่แท้จริงเอาไว้ในมือ
เซนไม่ได้หันกลับไปมองความตื่นตระหนกของพวกมัน เขายกมือซ้ายขึ้นเหนือแท่นบูชามานา แววตาสีดำสนิทสะท้อนภาพหน้าต่างระบบสีทองที่เด้งขึ้นมากลางอากาศด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงหึ่ง
[ระบบตรวจพบวัตถุดิบระดับพระเจ้า: ‘เกล็ดมังกรอัสดง’ (สกัดบริสุทธิ์ 100%)]
[ระบบตรวจพบไอเทมต้นกำเนิด: ‘ดาบหักจันทราทมิฬ’]
[คำเตือน: กระบวนการอัปเกรดนี้มีความเสี่ยงในการสูญเสียไอเทมถาวร 99.99% คุณต้องการดำเนินการต่อหรือไม่?]
รอยยิ้มมุมปากของเซนปรากฏขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจระดับที่เรียกว่า ‘เซียนไร้พ่าย’
“ความเสี่ยงมีไว้ให้คนโง่คำนวณ ส่วนคนเหนือโลก… เขาใช้เงินซื้อสิทธิ์ในการแหกกฎต่างหาก”
เซนกวาดนิ้วสัมผัสกลางอากาศอย่างรวดเร็วเพื่อปลดล็อกฟังก์ชันลับที่ผู้เล่นทั่วไปไม่มีสิทธิ์เข้าถึง—ช่องกระเป๋าพิเศษที่เชื่อมต่อกับคลังสมบัติส่วนตัวระดับซูเปอร์ไวเซอร์ หน้าจอระบบเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานทันที พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับสัญญาณเตือนภัยสงคราม
[ตรวจพบการใช้สิทธิ์บัตรทองคำขาวไร้ขีดจำกัด (Infinite Black Card)]
[ทำการหักแต้มเครดิตระบบ: 100,000,000 เหรียญทองคำโบราณ เพื่อซื้อ ‘น้ำยาเร่งปฏิกิริยาพระเจ้า’ และ ‘ค้อนช่างตีเหล็กแห่งปฐพี’!]
[ยืนยันการทำธุรกรรม… สำเร็จ!]
ตู้มมมม!
เสียงระเบิดของมานาบริสุทธิ์ดังสนั่นหวั่นไหวจนกำแพงปราสาทสั่นสะเทือน เตาหลอมโบราณที่เคยดับมืดไปนับพันปีกลับลุกโชนขึ้นด้วยเปลวเพลิงสีม่วงเข้มข้น ประกายไฟพวยพุ่งทะลุเพดานหินขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนจนหมู่เมฆกลายเป็นสีเพลิง
ดาริอุสและพรรคพวกที่พยายามยันกายลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก ต่างต้องเบิกตากว้างจนแทบถล่น ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานมหาศาลที่กำลังก่อตัวขึ้นจากร่างของดาบเล่มนั้น
“มะ… เป็นไปไม่ได้! นั่นมันพลังงานระดับไหนกันทำไมมันถึง… อร๊ากกก!”
ยังไม่ทันที่ดาริอุสจะเอ่ยจบประโยค คลื่นกระแทกแห่งพลังงานทำลายล้างก็ซัดสาดเข้าใส่ร่างของพวกมันจนกระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทางชนเข้ากับผนังหินจนกระอักเลือดออกมาคำโต
กลางเปลวเพลิงสีม่วงที่ลุกโชน ดาบหักจันทราทมิฬค่อย ๆ ลอยขึ้นสู่กลางอากาศ รอยสนิมและรอยร้าวทั้งหมดสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย แทนที่ด้วยลวดลายอักขระโบราณสีทองคำเปล่งประกายระยิบระยับ คมดาบแผ่รังสีสังหารที่คมกริบจนแม้แต่มิติอากาศรอบข้างก็ยังถูกเฉือนขาดเป็นรอยแยกสีดำมืด
เซนยื่นมือขวาออกไปคว้าด้ามดาบที่ลอยอยู่กลางอากาศไว้ได้อย่างมั่นคง วินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับด้ามจับ แรงสั่นสะเทือนอันทรงพลังก็สะท้อนย้อนกลับเข้าสู่ร่างของเขา ทว่าเซนกลับยืนหยัดนิ่งสนิทดุจขุนเขา ราวกับว่าดาบเล่มนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสยบอยู่ใต้เงาของเขาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น
[การอัปเกรดสำเร็จ!]
[ขอแสดงความยินดี! คุณได้รับ ‘ศาสตราแห่งจุดจบ: จันทราอัสดง (ระดับตำนานไร้ขีดจำกัด)’]
[พลังทำลายล้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น: 10 เท่าถาวร!]
เซนหันกลับมามองดาริอุสที่กำลังนอนหมอบคู้ด้วยความหวาดกลัว ร่างกายสั่นเทาไม่เป็นภาษาเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น—ดวงตาของผู้ชายที่เพิ่งเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและกฎเกณฑ์ทั้งหมดของพวกเขาให้กลายเป็นธุลีในเวลาเพียงชั่วพริบตา
“ดาริอุส… แกบอกว่าดาบเล่มนี้เป็นแค่เศษขยะใช่ไหม?” เซนก้าวเดินเข้าไปใกล้ชิดทีละก้าว เสียงฝีเท้ากระทบพื้นศิลาฟังดูคล้ายเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย “งั้นลองบอกฉันทีสิว่า… เศษขยะเล่มนี้ พอจะใช้ตัดหัวหัวหน้ากิลด์ของแกให้ขาดในดาบเดียวได้หรือเปล่า?”
สิ้นเสียงของเซน บรรยากาศภายในห้องโถงก็ตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว ทันใดนั้น เสียงเฮลิคอปเตอร์รบหุ้มเกราะล่องหนของกิลด์เพลิงทมิฬลำใหญ่ก็บินแหวกม่านเมฆลงมาจอดสนิทที่ระเบียงด้านนอก พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างปริศนาในชุดคลุมสีทองอร่ามที่ก้าวลงมาจากเครื่องด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "จอมเวทไร้นาม" เสมอมานะครับ
เซียนเกมไร้พ่ายกับยัยเทพธิดาผู้กุมบัลลังก์อาถรรพ์•ตอนที่ 15
พลังทำลายล้างสิบเท่า
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมไร้พ่ายกับยัยเทพธิดาผู้กุมบัลลังก์อาถรรพ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!