เซียนบาสหน้าตายกับยัยผู้จัดการทีมตัวแสบ•ตอนที่ 11

คำสารภาพที่ไม่เป็นทางการ

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
"นายกำลังเล่นบาสผิดกฎ... ธาม" เสียงของนพดลที่ชะงักค้างไปเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท บรรยากาศภายในห้องแต่งตัวนักกีฬายามค่ำคืนเงียบสนิทจนได้ยินเสียงระบบปรับอากาศทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัว นพดลไม่ได้พูดต่อ แต่รอยยิ้มที่มุมปากของกัปตันทีมคู่แข่งคนนั้นกลับชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำพูดใดๆ เขารู้... นพดลมองออกว่าไอ้ท่าทีนิ่งขรึมราดน้ำแข็งของธาม มันละลายลงทุกครั้งที่มีผู้จัดการทีมตัวแสบอย่างลินินเข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้ๆ แต่ก่อนที่ความตึงเครียดจะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงเปิดประตูก็ทำลายความเงียบลง กรณ์ก้าวเข้ามาพร้อมกับถุงน้ำแข็งและขวดเกลือแร่ในมือ ดวงตาคมกวาดตามองความผิดปกติระหว่างธามกับนพดลแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มกริ่มแล้วทำเป็นไขสือตามสไตล์การ์ดจ่ายตัวแสบประจำทีม "เฮ้ย นพดล นึกว่าจะกลับไปนานแล้วซะอีก หรือว่าติดใจบรรยากาศห้องแต่งตัวฝั่งเรา อยากย้ายค่ายมาซบม.เราเหรอครับ?" กรณ์แกล้งทักด้วยน้ำเสียงทะเล้น พร้อมกับเดินแทรกกลางระหว่างสองหนุ่มราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น นพดลแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ปรายตามองธามเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะตบบ่ากัปตันทีมเซียนบาสหน้าตายเบาๆ "เปล่าหรอก... แค่มาดูให้แน่ใจว่า 'จุดอ่อน' ของทีมแก มันยังแข็งแกร่งพอจะสู้กันไหวในรอบชิงหรือเปล่า โชคดีนะธาม ระวังตัวไว้ให้ดีล่ะ" ร่างสูงของนพดลเดินเลี่ยงออกไปแล้ว ทิ้งให้กลิ่นอายความกดดันลอยเคว้งอยู่ในอากาศ ธามยังคงยืนนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาไร้อารมณ์ตามเคย ดวงตาคู่คมทอดมองไปยังล็อกเกอร์ที่ว่างเปล่าของลินินที่เพิ่งเดินออกไปกับมินาเมื่อสิบนาทีที่แล้ว "มองตามจนคอมโบพอยต์จะทะลุผนึกอยู่แล้วนะเพื่อน" กรณ์โยนขวดเกลือแร่ไปให้ธามอย่างรู้ทัน เจ้าตัวรับไว้ด้วยมือเดียวโดยไม่ต้องมอง "ว่าแต่... เมื่อกี้คุยอะไรกันวะ หน้าเครียดเชียว นพดลมันกวนประสาทอะไรแกอีก?" ธามไม่ตอบ เขาเปิดฝาขวดแล้วยกดื่มอึกใหญ่ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงตามจังหวะการกลืน น้ำเย็นๆ ไม่ได้ช่วยให้ความร้อนรุ่มในอกเขาลดลงเลยแม้แต่น้อย "ไม่มีอะไร" ธามตอบสั้นๆ เสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบหลบเลี่ยงการสบตาเพื่อนสนิท "ไม่มีอะไรที่ไหนวะ หน้าแกฟ้องซะขนาดนั้น" กรณ์ยักคิ้วหลิ่วตา เดินเข้ามาใกล้แล้วใช้ศอกสะกิดแขนแกร่งของเพื่อนซี้ "บอกมาซะดีๆ เรื่องนพดล หรือเรื่อง... ยัยลินิน?" ชื่อหลังทำเอาธามชะงัก มือที่ถือขวดเกลือแร่หยุดค้างกลางอากาศ เขากวาดสายตาดุๆ ไปที่กรณ์ทันที "นายว่างมากเหรอกลุ่ม ปั่นการบ้านส่งโค้ชหรือยัง ถึงมีเวลามาจุ้นจ้านเรื่องชาวบ้าน" "โห ปากแข็งเป็นหินแกรนิตตลอดกาลนะมึง" กรณ์หัวเราะร่วน ไม่มีความเกรงกลัวรังสีอำมหิตของกัปตันทีมเลยสักนิด เขาทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งยาว เท้าคางมองหน้าธามด้วยแววตากรุ้มกริ่ม "กูเป็นเพื่อนแกมาสามปีนะธาม ทำไมกูจะไม่รู้ว่าเวลาแกหงุดหงิดเพราะเรื่องบาส กับหงุดหงิดเพราะมีคนมากวนใจ มันต่างกันลิบลับ... และพักหลังมานี่ แกหงุดหงิดเพราะยัยลินินบ่อยเกินโควตาแล้วนะเว้ย" "ฉันไม่ได้หงุดหงิด" ธามสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย "เหรอ? งั้นที่ยัยลินินโดนยัยมินาชวนไปคุยเรื่องสปอนเซอร์ที่คาเฟ่หน้ามอเมื่อกี้ แล้วแกยืนมองตาเขียวปั๊ดเหมือนอยากจะเดินไปกระชากแขนเขากลับมานี่คือ... แผ่เมตตาให้เหรอครับท่านกัปตัน?" กรณ์ยิงคำถามเข้าแสกหน้าด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ธามนิ่งงัน คำพูดของกรณ์เหมือนหมัดฮุกที่ชกเข้าที่ลิ้นปี่อย่างแม่นยำ ภาพที่ลินินกำลังยืนคุยอยู่กับมินา—เชียร์ลีดเดอร์สาวสวยที่พยายามเข้าหาเขามาตลอด—ผุดขึ้นมาในหัว แม้ลินินจะแสดงออกชัดเจนว่ารำคาญและตอกกลับมินาจนหน้าชา แต่ลึกๆ แล้ว... เขาก็ยังไม่ชอบใจอยู่ดี ไม่ชอบที่ใครหน้าไหนมาทำให้ผู้จัดการทีมตัวแสบคนนั้นต้องขมวดคิ้ว หรือทำให้เธอต้องเสียเวลาต่อปากต่อคำกับคนอื่นที่ไม่จำเป็น "เขาเป็นผู้จัดการทีม หน้าที่ของฉันคือคุมความประพฤติและตารางงานของทุกคนในทีม รวมถึงเขาด้วย" ธามอ้างเหตุผลเดิมๆ ออกมาด้วยน้ำเสียงที่พยายามราบ2เรียบที่สุด "อ๋อเหรอ... คุมความประพฤติ?" กรณ์ลากเสียงยาวอย่างหมั่นไส้ "แล้วไอ้ที่คอยเดินตามต้อยๆ เอาเสื้อคลุมไปให้ตอนฝนตก หรือคอยสั่งห้ามไม่ให้กินน้ำอัดลมตอนดึกๆ นี่คือหน้าที่ผู้จัดการทีมหรือหน้าที่ 'แฟน' วะ?" "กรณ์" ธามกดเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบหรี่ลงอันตราย "ชักจะพูดมากไปแล้วนะ" "กูพูดความจริงต่างหาก" กรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ตบไหล่เพื่อนรักเบาๆ สองสามครั้ง สีหน้าเปลี่ยนจากล้อเล่นเป็นจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย "ธาม... แกเป็นคนสมบูรณ์แบบในสายตาคนอื่น ทุกคนคาดหวังให้แกต้องชนะ ต้องนิ่ง ต้องเป็นผู้นำที่ไร้จุดด่างพร้อย แกเลยแบกทุกอย่างไว้บนหลังจนไม่กล้าแม้แต่จะรู้สึกอะไรกับใครจริงๆ สักที เพราะแกกลัวว่าถ้าแกมี 'จุดอ่อน' แกจะพังทุกอย่างที่สร้างมา" ห้องแต่งตัวตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ "แต่มึงฟังดีๆ นะ..." กรณ์สบตาธามนิ่ง น้ำเสียงจริงจังไร้รอยยิ้ม "ความรู้สึกที่แกมีต่อลินิน... มันไม่ใช่จุดอ่อน แต่มันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้แกยังเป็น 'มนุษย์' ที่มีหัวใจ ไม่ใช่หุ่นยนต์บาสเกตบอลที่วิ่งตามคำสั่งครอบครัว ถ้าแกยังมัวแต่ปากแข็ง ปฏิเสธความรู้สึกตัวเองอยู่แบบนี้ ระวังเถอะ... จะมีคนอื่นเขามองเห็นคุณค่าในตัวยัยนั่นก่อนที่แกจะกล้าพูดความจริง" พูดจบ กรณ์ก็คว้ากระเป๋าเป้ขึ้นสะพายหลัง แล้วเดินเลี่ยงออกไปจากห้อง ปล่อยให้ธามยืนอยู่ลำพังท่ามกลางความเงียบงัน คำพูดของกรณ์วนเวียนอยู่ในหัวของธามราวกับแผ่นเสียงตกร่อง *'ระวังเถอะ จะมีคนอื่นเขามองเห็นคุณค่าในตัวยัยนั่นก่อนที่แกจะกล้าพูดความจริง'* ภาพรอยยิ้มและการท้าทายของนพดลเมื่อครู่ผุดแทรกเข้ามาในความคิดทันที ธามขบกรามแน่นโดยไม่รู้ตัว มือหนากำหมัดเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน ความรู้สึกร้อนรุ่มที่อกขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนน่าหงุดหงิด เขาไม่เคยกลัวอะไร ไม่เคยหวั่นไหวกับคู่แข่งคนไหนในสนาม แต่ทำไม... แค่คิดว่าผู้หญิงปากเก่งคนนั้นอาจจะหันไปสนใจคนอื่น เขากลับรู้สึกเหมือนกำลังจะสูญเสียการควบคุมทิศทางชีวิตของตัวเองไปอย่างสิ้นเชิง ธามก้าวฉับๆ ออกจากห้องแต่งตัวด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นในอก เขาต้องเคลียร์ให้มันจบ... ไม่ใช่กับนพดล แต่กับตัวเอง และกับยัยผู้จัดการทีมตัวแสบที่ชอบเข้ามาปั่นป่วนหัวใจเขาอยู่เรื่อย แสงไฟสีส้มจากเสาไฟริมถนนส่องกระทบพื้นคอนกรีตยามค่ำคืน ธามกวาดสายตามองหาเป้าหมายทั่วบริเวณสนามบาสเกตบอลกลางแจ้งและตึกคณะ จนกระทั่งสายตาคมไปสะดุดเข้ากับร่างเล็กคุ้นเคยที่กำลังยืนกอดอกพิงเสาไฟหน้าโรงยิม ลินินกำลังสบถพึมพำกับโทรศัพท์มือถือในมือ ท่าทางฮึดฮัดขัดใจของเธอนั้นต่อให้มองจากระยะร้อยเมตรก็รู้ว่ากำลังหงุดหงิดเรื่องอะไรสักอย่าง ธามสาวเท้าเข้าไปใกล้ด้วยฝีปากที่เตรียมจะเอ่ยดุเรื่องความปลอดภัยในยามวิกาล แต่ยังไม่ทันที่เขาจะอ้าปากพูดอะไร เสียงใสๆ ของเธอก็สวนขึ้นมาก่อนราวกับรู้ว่าเขากำลังเดินมา "มองอะไรคะคุณกัปตันหน้าตาย จะมาบ่นเรื่องรายงานงบประมาณชมรมอีกรอบรึไง บอกไว้ก่อนนะว่าดึกขนาดนี้ สมองฉันปิดทำการรับฟังคำสั่งพวก- อุ๊บ!" ลินินยังพูดไม่ทันจบประโยค ร่างบางก็ต้องผงถอยหลังกรูดเมื่อธามก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้เธอต้องเอนหลังพิงกับเสาไฟโดยอัตโนมัติ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความคุกรุ่นและจริงจังอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน "ธาม... นาย เป็นบ้าอะไรเนี่ย อยู่ดีๆ ก็เดินมาประชิดตัว..." ลินินพยายามกลบเกลื่อนความประหม่าด้วยการเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ธามไม่ตอบ เขายื่นมือข้างหนึ่งไปค้ำกับเสาไฟกั้นทางหนีของเธอไว้ ดวงตาคมกริบก้มลงมองใบหน้าเนียนที่อยู่ห่างกันแค่คืบ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่ลินินใช้ลอยเข้าจมูก ยิ่งทำให้สติที่ควบคุมมาตลอดพังทลายลง "นายบอกว่าฉันเป็นบ้าเหรอ ลินิน" ธามเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นิ่งสนิทแต่น่ากลัว "ก็... ก็ใช่น่ะสิ อยู่ดีๆ ก็ทำหน้าถมึงทึงเหมือนคนกินรังแตนมา ใครเห็นก็ต้องคิดว่านายบ้าทั้งนั้นแหละ หลบไปเลยนะ ฉันจะกลับหอ" เธอยื่นมือจะผลักอกแกร่ง แต่ธามกลับคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทัน ปลายนิ้วอุ่นจัดกุมรอบข้อมือเล็กพอดิบพอดี "ยังกลับไม่ได้" ธามพูดเสียงเข้ม "ทำไมจะไม่ได้! นายมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน ปล่อยเลยนะ!" ลินินดิ้นข้อมือเบาๆ แต่มีหรือจะสู้แรงของนักกีฬาบาสเกตบอลทีมชาติอย่างเขาได้ เธอนิ้วหน้าด้วยความหมั่นไส้ "นี่! เป็นบ้าอะไรของนายเนี่ย หงุดหงิดมาจากไหนก็ไปลงกับห่วงบาสโน่น อย่ามาพาลใส่ฉัน!" ธามจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น ค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความปากเก่งของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ใกล้จนลินินต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความตึงเครียดรอบตัวเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่ชวนให้ใจสั่นสะท้าน "ฉันไม่ได้พาล" ธามพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ "แต่ที่หงุดหงิด... เป็นเพราะเธอต่างหาก ลินิน" ลินินชะงักกะทันหัน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา "นะ... นายว่าอะไรนะ?" ธามขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจของทั้งคู่ผสานเป็นหนึ่งเดียว แววตาคมกริบฉายความคลั่งรักที่เก็บกดมานานจนทะลักล้นออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป "ฉันบอกว่า... ฉันหงุดหงิดเวลาที่เห็นผู้ชายคนอื่นมองเธอ หงุดหงิดเวลาที่เธอไปยืนคุยกับคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน และหงุดหงิดที่สุด..." ธามหยุดหายใจไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของลินินหยุดหมุน "...เวลาที่เธอทำเป็นไม่รู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับเธอกันแน่" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ลินินสมองตื้อตัน คำพูดทุกคำติดอยู่ที่ลำคอ หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาที่กุมข้อมือเธอไว้ส่งผ่านความร้อนรุ่มมาถึงหัวใจจนเธอแทบละลาย ทว่า... ก่อนที่ลินินจะได้ทันตั้งสติและเอ่ยปากพูดอะไรออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นหูก็คดังแทรกขึ้นมาจากความมืดด้านหลัง "ธาม... ลินิน อยู่ตรงนี้กันนี่เอง โค้ชฝากให้ฉันมาตามพวกนาย..." ธามและลินินสะดุ้งสุดตัวผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟช็อต ธามหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด ขณะที่ลินินหน้าแดงแจ๋ ยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองที่ร้อนผ่าวด้วยความทำตัวไม่ถูก แสงไฟสลัวสาด1ส่องให้เห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ชัดเจน... นพดลยืนอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มแปลกๆ ประดับบนมุมปาก ขณะที่สายตาคมกริบมองสลับระหว่างธามกับลินินด้วยความหมายบางอย่างที่อ่านไม่ออก -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและลุ้นไปพร้อมกับเซียนบาสซึนคนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนบาสหน้าตายกับยัยผู้จัดการทีมตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%