“ถ้านายเลือกยี่ห้อนี้มาใช้แข่งจริง ๆ ฉันจะลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการแล้วไปสมัครเป็นเชียร์ลีดเดอร์แทนซะให้เข็ด”
เสียงใส ๆ แต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกนของลินินดังขึ้น ท่ามกลางดงอุปกรณ์กีฬาราคาแพงระยับในร้านค้าปลีกชื่อดังประจำย่านมหาวิทยาลัย นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าสำลีหยิบสนับเข่ารุ่นโหลที่วางอยู่บนชั้นลดราคาขึ้นมาหมุนดูด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะปรายตามองผู้ชายตัวสูงที่ยืนกอดอกทำหน้าตายอยู่ข้าง ๆ
ธาม ธีรภัทร กัปตันทีมบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและไร้อารมณ์ ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบกวาดมองอุปกรณ์บาสเกตบอลเกรดพรีเมียมตรงหน้าด้วยความสุขุม ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่แม้แต่จะหันมามองคนตัวเล็กที่กำลังยืนเท้าสะเอวรอหาเรื่อง
“ถ้าเธอไปเป็นลีดเดอร์ ทีมเราคงขาดคนคอยบ่นจนหูชา และฉันก็คงไม่มีสมาธิซ้อมเพราะต้องคอยห้ามไม่ให้เธอไปตบกับเด็กบริหารที่ยืนริมสนาม... เลือกอันที่มันซัพพอร์ตข้อต่อดี ๆ เถอะลินิน งบสมาคมไม่ได้ถังแตกขนาดต้องมาประหยัดกับเรื่องความปลอดภัยของฉัน”
“นี่นายว่าฉันปากจัดเหรอ!” ลินินแทบจะโยนสนับเข่าอันนั้นใส่หน้าหล่อ ๆ ของอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด ถ้าติดว่านี่ไม่ใช่ที่สาธารณะและเขากำลังทำตัวน่ารำคาญในโหมด ‘ห่วงความปลอดภัยแต่ปากเสีย’ ล่ะก็นะ
นี่คือภารกิจบังคับที่กรณ์และสมาชิกในทีมยัดเยียดให้พวกเขาทำร่วมกัน—มาเลือกซื้ออุปกรณ์กีฬาสำรองสำหรับทัวร์นาเมนต์ระดับภูมิภาคที่กำลังจะมาถึงในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า แต่จากแผนเดิมที่ควรจะเป็นการเดินเลือกซื้อแบบรวดเร็ว มันกลับกลายเป็นสงครามประสาทขนาดย่อมที่กินเวลาไปร่วมสองชั่วโมงเต็ม และดูเหมือนว่าสงครามนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่าย ๆ
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองมีความอึมครึมแบบแปลก ๆ เจือปนด้วยความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็น ทุกครั้งที่ลินินเอื้อมหยิบของบนชั้นสูง ๆ ธามมักจะก้าวเข้ามาซ้อนหลังโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง แผ่นอกกว้างและกลิ่นกายสะอาด ๆ เจือกลิ่นสปอร์ตโคלองจ์จาง ๆ มักจะทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดทุกที แม้เจ้าตัวจะตีสีหน้าเรียบเฉยกลบเกลื่อนความหวั่นไหวได้แนบเนียนแค่ไหนก็ตาม
“อย่ามาทำเป็นเนียนยืนบังแสงนะธาม ถอยไปเลย ฉันจะเลือกกริpพันด้ามจับไม้บาส… เอ้ย! เทปพันด้ามจับบาส!” ลินินสะดุดคำพูดตัวเองเมื่อหันขวับไปแล้วเกือบจะชนเข้ากับปลายจมูกโด่งเป็นสันของอีกฝ่ายที่ก้มลงมามองพอดี ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นประกายระยับในนัยน์ตาคู่คมที่มักจะไร้อารมณ์เสมอ
ธามไม่ถอยหนี เขากลับโน้มตัวลงมาอีกนิดจนลินินต้องเอนหลังพิงชั้นวางสินค้าโดยอัตโนมัติ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มร้ายกาจที่นาน ๆ ครั้งเธอถึงจะได้เห็น
“เมื่อกี้เธอเกือบจะพูดว่า ‘ไม้บาส’ แล้วนะลินิน… นี่เธอสมองกลับเพราะใกล้ชิดกับกัปตันหล่อ ๆ อย่างฉันเกินไปหรือเปล่า”
“หลงตัวเองที่สุด!” ลินินใช้มือดันแผงอกแข็งแกร่งให้ออกห่างจากตัว ใบเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ “ถอยไปเลยนะ อากาศในร้านมันร้อน หรือนายอยากให้ฉันเอาลูกบาสอัดหน้าสักทีถึงจะยอมถอย”
“ถ้าทำแบบนั้น เธอคงต้องรับผิดชอบด้วยการเลี้ยงข้าวฉันไปตลอดชีวิตนะ… สนใจเปลี่ยนสถานะจากผู้จัดการมาเป็นคนเลี้ยงข้าวตลอดชีพไหมล่ะ”
คำพูดหน้าตายแต่แฝงความนัยคมกริบทำเอาลินินถึงกับใบ้กิน สมองประมวลผลไม่ทันกับจุกหยอกเย้าที่จู่ ๆ ก็พุ่งเข้ามาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ผู้ชายคนนี้ช่วงหลังมานี่ชักจะอันตรายเกินไปแล้ว ยิ่งใกล้ชิด กำแพงความเย็นชาที่เขาสร้างไว้ก็ยิ่งพังทลายลงทีละน้อย เผยให้เห็นตัวตนข้างในที่ทั้งเจ้าเล่ห์และเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด
ก่อนที่ลินินจะได้หาข้ออجزมาตอกกลับ เสียงคำรามต่ำ ๆ ของท้องฟ้าด้านนอกก็ดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงเม็ดฝนขนาดใหญ่ที่เทกระหน่ำลงมาใส่กระจกหน้าร้านค้าอย่างรุนแรง ชั่วพริบตาเดียว ท้องฟ้าสีครามเมื่อครู่ก็ถูกย้อมด้วยม่านฝนสีเทาทึบจนมองแทบไม่เห็นถนนฝั่งตรงข้าม
เสียงพนักงานในร้านประกาศผ่านไมโครโฟนแจ้งเตือนลูกค้าเรื่องพายุฝนฤดูร้อนที่เข้ามาอย่างกะทันหัน ทำให้บรรยากาศภายในร้านเริ่มชุลมุนเล็กน้อย ลูกค้าต่างพากันถอยร่นไปหลบอยู่บริเวณทางเข้าเพื่อรอให้ฝนซา
ลินินเดินมาหยุดยืนอยู่ที่กระจกหน้าร้าน มองสายฝนที่ตกลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่าย ๆ ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ร่มพับคันเล็กในกระเป๋าของเธอคงช่วยอะไรไม่ได้หากต้องเดินฝ่าพายุนี้ไปที่สถานีรถไฟฟ้า
“ซวยจริง ๆ…” เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ “แล้วแบบนี้จะกลับยังไงเนี่ย พรุ่งนี้มีเรียนเช้าด้วย”
เงาสูงใหญ่ทาบทับลงมาด้านข้าง ธามก้าวมายืนเคียงข้างเธอ สายตานิ่งสงบมองออกไปเบื้องนอกก่อนจะเหลือบมองคนตัวเล็กที่กำลังกัดริมฝีปากตัวเองด้วยความกลัดกลุ้ม มือหนายื่นร่มคันใหญ่ออกไปแตะกระจกเบา ๆ ก่อนจะหันมาสบตา
“รถฉันจอดอยู่ในลานจอดใต้ดิน เดินไปอีกนิดก็ถึงแล้ว… วันนี้คงต้องติดรถฉันกลับไปก่อน”
“ไม่เอาอ่ะ ฉันไม่อยากนั่งรถนาย เดี๋ยวนายก็หาเรื่องบ่นฉันเรื่องการจัดการงบประมาณอีก” ลินินปฏิเสธเสียงแข็ง แม้ในใจจะแอบคิดว่านั่นคือทางเลือกที่ดีที่สุดก็ตาม
“ตามใจ ถ้าเธออยากยืนรอจนกว่าร้านจะปิดแล้วค่อยเดินลุยน้ำท่วมกลับหอพัก ฉันก็ไม่ขัดหรอกนะ” ธามพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไหล่กว้างไหวเบา ๆ อย่างไม่ยี่ห-รา ก่อนจะหมุนตัวทำท่าจะเดินกลับเข้าไปในโซนอุปกรณ์บาสเกตบอล
“นี่! นายใจดำเกินไปแล้วนะธาม!” ลินินรีบควاมชายเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวของเขาไว้โดยสัญชาตญาณ แรงดึงทำให้ธามชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับมามองด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงฝนที่ซัดสาดกระทบหลังคาด้านนอก ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ลินินเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงคมกริบที่สะท้อนภาพเงาของเธออยู่ข้างใน หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าเสียงฝนตกเสียอีก ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามเก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเกรี้ยวกราดกำลังจะทะลักออกมา
ธามมองมือเรียวที่กำชายเสื้อของเขาแน่น สายตาของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความเยชาที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความลึกซึ้งบางอย่างที่ทำให้คนมองรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า
“เป็นห่วงฉันเหรอ… ถึงได้ไม่อยากให้ฉันเดินไปคนเดียว” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบเบา ๆ ใกล้ใบหู ลมหายใจอุ่น ๆ ปัดผ่านเส้นผมที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยของเธอ
“ใคร… ใครเป็นห่วงนายกัน อย่าหลงตัวเองน่าธาม!” ลินินรีบปล่อยมือออกจากเสื้อเขาโดยเร็ว ถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อสร้างระยะห่าง แต่ทว่าพื้นที่ด้านหลังกลับชนเข้ากับเสาเหล็กของชั้นวางสินค้าเสียแล้ว
ธามไม่ปล่อยโอกาสให้เธอหนี เขาขยับตัวเข้ามาปิดกั้นทางหนีทุกทาง มือข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับเสาเหล็กเหนือศีรษะของลินิน กักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์แบบ แววตาคมกริบจดจ้องริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า
“ปากแข็งจริง ๆ นะ…” ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จนลินินต้องหลับตาปี๋ด้วยความตื่นตระหนก หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก กลิ่นอายความเป็นผู้ชายของเขาโอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง
“ธาม… นายจะทำอะไร ที่นี่มันที่สาธารณะนะ!” เสียงของเธอสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้
“แล้วถ้าไม่ใช่ที่สาธารณะ… เธอจะยอมให้ฉันทำมากกว่านี้ไหมล่ะ”
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของธามดังขึ้นทำลายความเงียบและบรรยากาศอันตึงเครียดลงอย่างกะทันหัน ธามขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความขัดใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วผละตัวออกห่างจากลินินช้า ๆ เพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
ลินินรีบสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา ใบหน้าของเธอน่าจะแดงก่ำยิ่งกว่ามะเขือเทศสุกเสียอีก เธอหันหน้าหนีไปมองทางอื่นเพื่อซ่อนความเขินอาย
ธามก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ แววตาคมกริบที่เคยมีความอบอุ่นเจืออยู่เมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและจริงจังขึ้นมาในเสี้ยววินาที นิ้วเรียวกดอ่านข้อความบนหน้าจอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองลินินด้วยสายตาที่ทำให้คนมองรู้สึกใจหายวาบ
“มีอะไรเหรอ หรือว่ารถนายติดอยู่ในลานจอดรถ?” ลินินถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนไป
ธามเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า นัยน์ตาคู่คมมองตรงมาที่เธอด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา
“ไม่ใช่เรื่องรถ… แต่เป็นเรื่องของกรณ์” ธามเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงทันที “มันเพิ่งโทรมาบอกว่า… มินาตามไปที่หอพักของฉัน แล้วตอนนี้… เธอเจอสมุดบันทึกกลยุทธ์ลับของการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศแล้ว”
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความฟินปนลุ้นระทึกนี้ด้วยกันนะครับ
เซียนบาสหน้าตายกับยัยผู้จัดการทีมตัวแสบ•ตอนที่ 9
เดทแรกที่ไม่ได้ตั้งใจ
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนบาสหน้าตายกับยัยผู้จัดการทีมตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!