"ถ้าคุณยังยืนทื่อเป็นเสาไฟฟ้าแบบนี้... อีกสิบปีกลอนประตูบานนี้ก็ไม่มีทางเปิดออกหรอกนะครับ กัปตันธาม"
น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดและอับชื้นของห้องเก็บอุปกรณ์กีฬา กลิ่นฝุ่นผสมกับกลิ่นหนังลูกบาสเกตบอลเก่าๆ ลอยอบอวลอยู่ในอากาศแคบๆ ที่มีพื้นที่ไม่ถึงสตรอเบอร์รี่สองตารางเมตรด้วยซ้ำ
ลินินถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางขยับตัวถอยหลังไปครึ่งก้าว จนแผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นวางลูกบาสเกตบอลด้านหลังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่ธาม—ชายหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าเป็นเซียนบาสหน้าตายและกัปตันทีมผู้ไร้พ่าย—กำลังยืนประชิดอยู่ตรงหน้า ห่างกันไม่ถึงคืบ
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเร็วมาก ระหว่างที่พวกเขาช่วยกันเคลียร์อุปกรณ์หลังซ้อมใหญ่ ธามสั่งให้เธอเข้ามาหยิบตาข่ายสำรองในห้องนี้ แต่พอลินินก้าวเข้าไป กลอนประตูเหล็กสนิมเขรอะเจ้ากรรมก็ส่งเสียง 'คลิก' ลั่นสนั่น แล้วตกลงล็อกตายคาที่ทันที ประหนึ่งรู้ว่าสถานการณ์ไหนจะช่วยเร่งปฏิกิริยาเคมีระหว่างคนสองคนให้ระเบิดเร็วขึ้น
ธามไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่ก้มมองหญิงสาวด้วยดวงตานิ่งสนิทที่ในยามปกติมักจะฉายแววเย็นชาและดุดัน แต่ในความมืดที่มีเพียงแสงไฟสลัวลอดผ่านช่องกระจกบานเล็กเหนือประตูกลับสะท้อนประกายบางอย่างที่ร้อนรุ่มจนน่ากลัว
มือหนาข้างหนึ่งของเขายกขึ้นทาบกับกรอบประตูเหล็กเหนือศีรษะของลินิน เป็นการกักตัวเธอไว้ในอาณาเขตของเขาโดยปริยาย ลมหายใจอุ่นๆ ของคนตัวสูงกว่าที่โน้มลงมาใกล้ ทำให้หัวใจของลินินเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ—แม้ปากจะเก่งแค่ไหน แต่สถานการณ์ใกล้ชิดระดับแนบชิดผิวเนื้อแบบนี้ ก็ทำเอาผู้จัดการสาวฝีปากกล้าถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ถอยไปหน่อยสิคะ... เอ๊ย! ถอยไปหน่อยสิครับ คุณเล่นยืนกดดันแบบนี้ ฉันหายใจไม่ออกนะ" ลินินเผลอหลุดคำลงท้ายแบบเดิมเกือบไม่รอด ดีที่ไหวตัวทันแล้วแก้คำพูดได้อย่างเฉียดฉิว แต่ใบหน้าร้อนผ่าวที่เห่อแดงขึ้นมาในความมืดนั้น ปิดบังธามไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ธามมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มหายากที่นานๆ ทีใครจะได้เห็น นอกจากเขาจะกำลังเยาะเย้ยคู่แข่งในสนาม ก็คงมีแต่ตอนที่เขากำลังแกล้งผู้หญิงตรงหน้านี่แหละ
"กลัวเหรอครับ?" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับทรงพลังจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ "ปากเก่งเมื่อกี้หายไปไหนหมดแล้วล่ะ ผู้จัดการทีมคนเก่ง"
"ใครกลัวกัน... ฉันแค่กลัวว่าคุณจะขาดอากาศหายใจตายเพราะยืนทื่อต่างหากล่ะ" ลินินเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ขาจะสั่นพับๆ อยู่ข้างใน "แล้วก็เลิกเอาหน้าเข้ามาใกล้ได้แล้ว มันอึดอัด!"
"อึดอัด... หรือว่าเขินครับ?"
ธามขยับเข้ามาประชิดอีกนิด จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลินินต้องเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและ... ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเก็บกดเอาไว้ภายใต้หน้ากากความเยชามาตลอด
ในห้องเก็บอุปกรณ์ที่ไร้ซึ่งเสียงรบกวนจากภายนอก มีเพียงเสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นรัวแข่งกัน ความเงียบงันไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกอึดอัดเหมือนตอนแรก แต่มันกลับขยายความรู้สึกบางอย่างให้ชัดเจนยิ่งขึ้น—ความรู้สึกที่ต่างฝ่ายต่างพยายามวิ่งหนี แต่มันกลับวิ่งไล่กวดพวกเขาจนมุมในพื้นที่แคบๆ แห่งนี้
ธามก้มมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุด แววตาของชายหนุ่มเปลี่ยนไปชั่วขณะ ความรู้สึกกดดันจากครอบครัว ความคาดหวังในสนามแข่งขัน หรือแม้แต่ภาพลักษณ์กัปตันทีมที่ต้องสมบูรณ์แบบตลอดเวลา ทุกอย่างมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงผู้หญิงคนนี้... คนเดียวที่กล้าท้าทายและมองทะลุเปลือกนอกที่เย็นชาของเขาเข้ามาได้
"ลินิน..." ธามเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่เสียงคำสั่ง หรือเสียงหยอกล้อ แต่มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงจังจนน่าใจหาย
"อะ...อะไรอีกเล่า ถ้าจะบ่นเรื่องฉันซ้อมทีมไม่ดีพอ ฉันไม่ฟังหรอกนะ" เธอกะพริบตาปริบๆ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกเมื่อเห็นระยะห่างที่ลดลงเรื่อยๆ
"เปล่าครับ..." ธามหลุบตามองริมฝีปากเธอก่อนจะเงยขึ้นสบตาอีกครั้ง "ผมไม่ได้จะพูดเรื่องบาส"
"แล้วจะพูด..."
คำพูดของลินินถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อมือหนาที่เคยทาบกรอบประตูเปลี่ยนมาประคองข้างแก้มเนียนแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วทำให้เธอตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลนไปหมด ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาหาช้าๆ ราวกับให้เวลาเธอได้ปฏิเสธ แต่ในวินาทีนั้น... ลินินกลับลืมวิธีขยับถอยหนีไปเสียสนิท
ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่เหนือริมฝีปาก ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ธามหลับตาลงครึ่งหนึ่ง เตรียมจะปิดกั้นโลกภายนอกทั้งหมดด้วยการมอบสัมผัสที่เขาเก็บงำมานานให้กับคนตรงหน้า
**ปัง! ปัง! ปัง!**
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากภายนอก พร้อมกับเสียงโวยวายคุ้นเคยที่ตะโกนแทรกเข้ามาทันที
"เฮ้ย! กัปตัน! ลินิน! พวกนายติดอยู่ข้างในนั้นเหรอวะ! หลบไปนะเว้ย เดี๋ยวฉันถีบประตูช่วยเอง!"
เสียงของกรณ์ดังลั่นทะลุกรอบประตูเข้ามา ตามด้วยแรงกระแทกมหาศาลที่ทำให้บานประตูเหล็กสั่นสะเทือนอย่างแรง ดึงสติของคนทั้งคู่ให้หลุดออกจากภวังค์สีชมพูอย่างกะทันหัน
ลินินสะดุ้งสุดตัว รีบผลอกอกธามให้ออกห่างด้วยใบหน้าที่แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู หญิงสาวหอบหายใจถี่รัว รีบยกมือขึ้นเสยผมแก้เก้อเพื่อซ่อนอาการสั่นเทาของร่างกาย ขณะที่ธาม—ชายหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบและเกลียดความวุ่นวายที่สุดในโลก—กัดกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดระคนเสียดาย เขายืดตัวตรงช้าๆ แล้วหันไปมองประตูด้วยสายตาดุดันราวกับอยากจะกินหัวคนข้างนอกที่บังaอาจมาขัดจังหวะสำคัญในชีวิตของเขา
**แอ๊ดดด—!**
ประตูเหล็กถูกถีบจนเปิดออกด้วยฝีมือของกรณ์ พร้อมกับแสงไฟสว่างจ้าจากด้านนอกที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องเก็บอุปกรณ์ จนลินินต้องหยีตาลงเล็กน้อยเพื่อปรับโฟกัส
"รอดแล้วโว้ย! ...เอ๊ะ ทำไมพวกนายหน้าแดงกันจังวะ ร้อนเหรอ หรือว่าห้องนี้มันอบเกินไป?" กรณ์กะพริบตาปริบๆ มองหน้าพระเอกนางเอกสลับกันไปมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่อ่านออกทะลุปรุโปร่ง
ธามปรายตามองเพื่อนสนิทด้วยแววตาพิฆาตที่เย็นยะเยือกเสียจนกรณ์ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทัน ก่อนที่กัปตันหนุ่มจะหันกลับมามองลินินที่ตอนนี้เดินเลี่ยงหนีออกไปทางประตูโดยไม่ยอมสบตาเขาเลยสักนิด
และก่อนที่ลินินจะก้าวพ้นขอบประตูออกไป ท่ามกลางความชุลมุนและเสียงโหล่เหล่ของกรณ์ ธามก็เอื้อมมือไปคว้าข้อมือเรียวเล็กนั้นไว้เบาๆ พร้อมกับกระซิบด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ได้ยินกันแค่สองคน
*"เรื่องของเรา... ยังไม่จบแค่นี้หรอกนะครับ"*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินปนลุ้นระทึกในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
เซียนบาสหน้าตายกับยัยผู้จัดการทีมตัวแสบ•ตอนที่ 13
ความลับในห้องเก็บบาส
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนบาสหน้าตายกับยัยผู้จัดการทีมตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!