“ถ้าคุณคิดว่าการเดินเข้ามาในร้านของผม แล้วทำหน้าเป็นยักษ์แบกปูนข้ามปีแบบนี้จะทำให้ผมกลัวล่ะก็... บอกไว้ก่อนเลยนะครับว่าคุณประเมินจินคนนี้ต่ำเกินไป”
เสียงแก้วค็อกเทลกระทบกับเคาน์เตอร์หินอ่อนดัง *เคร้ง* เบาๆ แต่มันคมกริบพอที่จะกรีดแทรกบรรยากาศอึมครึมภายในบาร์ยามค่ำคืนให้ขาดวิ่น คิน (หรือท่านประธานอสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพลที่ใครๆ ต่างพากันเกรงกลัว) หรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่ดูเหมือนจงใจสวมเพื่อข่มขวัญคนมอง แต่น่าเสียดาย... มันใช้ไม่ได้ผลกับบาร์เทนเดอร์หนุ่มผู้มีรอยยิ้มมุมปากเป็นอาวุธประจำกาย
“ผมไม่ได้มาเพื่อฟังคุณพูดจาอวดดี” คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ราบเรียบจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวมองลอดผ่านความสลัวของแสงไฟ “ผมแค่ผ่านมา... และบังเอิญเห็นว่าร้านคุณใกล้เจ๊งเต็มที เลยแวะมาดูว่าเจ้าของร้านยังปากดีได้อีกสักกี่น้ำ”
“ปากดีพอกลืนคุณเข้าไปทั้งตัวได้ก็แล้วกันครับ” จินสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด ดวงตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย เขายกมือขึ้นเช็ดแก้วในมือด้วยผ้าสะอาดช้าๆ จังหวะการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความเย้ายวนอย่างธรรมชาติที่ทำเอาคนที่ยืนจ้องอยู่ถึงกับต้องขบกรามแน่น
ผ่านไปสามวันที่พวกเขาไม่ได้คุยกันเลยแม้แต่คำเดียว... นับตั้งแต่คืนนั้นที่สนามอารมณ์ทางคำพูดระเบิดออกจนเกือบจะเผาผลาญความสัมพันธ์เปราะบางนี้จนราบเป็นหน้ากลอง ทั้งสองต่างฝ่ายต่างถือทิฐิ ปากแข็งใส่กันราวกับเด็กอมมือ แต่สุดท้ายแรงดึงดูดประหลาดก็เหวี่ยงพวกเขากลับมาเผชิญหน้ากันในจุดเดิม จุดที่ต่างฝ่ายต่างซ่อนความโหยหาไว้ภายใต้คำพูดเชือดเฉือน
คินก้าวเท้าเข้ามาประชิดเคาน์เตอร์บาร์ ร่างสูงใหญ่กดน้ำหนักลงบนข้อศอกทั้งสองข้างโน้มตัวเข้าหาจิน ระยะห่างระหว่างใบหน้าที่ลดลงอย่างรวดเร็วทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ลอยมาแตะจมูก บรรยากาศรอบตัวถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก
“ปากเก่งจังนะ... ลองพูดจาแบบนี้ใส่ผมตอนที่อยู่กันสองต่อสองในห้องสนซิครับ ว่าจะยังอวดเก่งได้อยู่อีกไหม”
จินสะดุ้งเล็กน้อยกับน้ำเสียงพร่าต่ำที่จงใจกระซิบข้างใบหู ความร้อนจากลมหายใจที่รดรินอยู่ตรงลาดไหล่ทำให้ขนลุกซ่า แต่มือเรียวยังคงนิ่งสนิท เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวโตอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มเยาะหยันถูกจุดขึ้นที่มุมปากเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก
“อุ๊ย เสียใจด้วยนะครับ พอดีผมไม่ชอบรับแขกประเภทที่เอาแต่ใจตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล... เชิญท่านประธานผู้สูงส่งไปหาที่ระบายอารมณ์กับคนอื่นเถอะครับ แถวนี้ไม่มีใครว่างมานั่งเอาใจหรอกนะ”
“จิน...” คินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกยั่วโมโหจนถึงขีดสุด มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้แน่นพอเหมาะ ไม่ให้ดึงหนีแต่ก็ไม่ถึงกับเจ็บ “เลิกพูดจายียวนสักทีจะได้ไหม ผมอุตส่าห์... เดินทางมาหาคุณถึงที่นี่”
“อุตส่าห์เหรอครับ?” จินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยฉายแววตัดพ้อแวบหนึ่งก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเยเย็นชาตามเดิม “คุณไม่ได้อุตส่าห์มาหรอกคิน คุณแค่ทนไม่ได้ที่เห็นผมใช้ชีวิตโดยไม่มีคุณคอยบงการต่างหาก... อย่าคิดเข้าข้างตัวเองนักเลยครับ”
“คุณนี่มัน...” คินขบกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด ความรู้สึกอึดอัดที่สะสมมาหลายวันอัดแน่นอยู่ในอกจนหายใจแทบไม่ออก เขาอยากจะดึงคนตรงหน้าเข้ามาจูบให้หายดื้อเสียให้เข็ด แต่ทิฐิที่ค้ำคออยู่ก็ทำให้ทำได้แค่มองด้วยสายตาที่ร้อนแรงราวกับจะแผดเผา
จินเองก็ใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของอีกฝ่ายยังคงกุมข้อมือเขาไว้ แรงสั่นสะเทือนจากฝ่ามือของคินส่งผ่านผิวเนื้อตรงไปยังชีพจรที่เต้นเร้าอย่างบ้าคลั่ง เขารู้ดีว่าตัวเองเป็นฝ่ายปากแข็งและเป็นคนผลักไสอีกฝ่ายออกไปก่อน แต่หัวใจเจ้ากรรมดันไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่ง มันกลับเรียกร้องหาความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่คุ้นเคยนั้นเสียเหลือเกิน
ทั้งคู่ยืนจ้องตากันเนิ่นนาน ท่ามกลางเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ที่คลอเคลียอยู่ในร้าน ความเงียบงันระหว่างพวกเขาเต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยาที่ซับซ้อนและเร่าร้อน เกินกว่าที่คนนอกจะเข้าใจได้
“ถ้าไม่ได้มีธุระอะไรจะดื่ม ก็เชิญกลับไปซะนะครับ” สุดท้ายจินก็เป็นฝ่ายยอมหลบสายตาก่อน น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเบากว่าเดิมเล็กน้อยราวกับพยายามรักษาฟอร์มสุดท้ายเอาไว้ “ลูกค้าคนอื่นเขามองอยู่... อย่าทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาแถวนี้เลยครับท่านประธาน”
คินไม่ได้ขยับเขยื้อน เขายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาสคมกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่เชิดขึ้นอย่างดื้อรั้น ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ อย่างจนปัญญา รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากหนา เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งและมีเพียงจินเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้เห็น
“ปากแข็งแบบนี้... ระวังจะไม่ได้พูดไปตลอดชีวิตนะครับ” คินกระซิบเสียงพร่า แววตาเปลี่ยนเป็นความคลั่งรักที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความเย็นชาอย่างแนบเนียน
จินใจกระตุกวูบ กำมือแน่นโดยอัตโนมัติ
ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะละลายลงด้วยแรงดึงดูดอันตราย เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างของใครบางคนที่ผลักประตูก้าวเข้ามาอย่างถือวิสาสะ
“อ้าว จิน! ยังไม่ปิดร้านใช่ไหมเนี่ย พอดีเลย ฉันมีเรื่องด่วนอยากคุยด้วย!”
เสียงทุ้มคุ้นหูที่เอ่ยทักทายทำเอาทั้งจินและคินชะงักกึกพร้อมกัน จินเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อหันไปมองผู้มาใหม่ ส่วนคิน... ใบหน้าหล่อเหลาที่เพิ่งจะผ่อนคลายลงกลับบึ้งตึงดาร์กสนิทขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "นาโนบอทมาสเตอร์" เสมอมานะครับ
บันทึกลับทั่วไป: บทใหม่ของนาโนบอทมาสเตอร์ (654)•ตอนที่ 24
คืนดีแบบปากไม่ตรงกับใจ
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับทั่วไป: บทใหม่ของนาโนบอทมาสเตอร์ (654) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!