เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นเป็นรอบที่สี่ในรอบสhสิบนาที จนคนนั่งฝั่งตรงข้ามถึงกับต้องวางช้อนส้อมลงบนจานกระเบื้องราคาแพงด้วยความรำคาญ
“ถ้าคุณยังถอนหายใจใส่ผมอีกสักครั้งเดียว จิน... ผมจะถือว่าคุณกำลังเบื่อหน้าผม และเราคงต้องจบเดทบ้าๆ นี่ลงตรงนี้”
คินเอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายภายใต้ชุดสูททาร์ซิโดเข้ารูปยังคงความเย่อหยิ่งและเย็นชาตามแบบฉบับท่านประธานจอมเผด็จการ ทว่าดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับไหววูบเล็กน้อยยามกวาดตามองบรรยากาศรอบตัว—ภัตตาคารหรูบนชั้นดาดฟ้าที่ถูกเหมาปิดเป็นส่วนตัว เพื่อดินเนอร์ใต้แสงเทียนที่เขาลงทุนวางแผนมานานนับสัปดาห์
จินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นพร้อมกับแววตาท้าทายที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบ บาร์เทนเดอร์หนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นท่อนแขนเรียวสวย ขยับตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์
“โอ๊ะ! รู้ตัวด้วยเหรอครับท่านประธาน นึกว่ามัวแต่เอาสมองส่วนหน้าไปคิดเรื่องคำนวณกำไรขาดทุนหุ้นบริษัทซะอีก... ถึงได้เลือกสถานที่ที่ลมแรงจนผมทรงนี้พังไม่เป็นท่าแถมยังสั่งอาหารที่ผมแพ้มาจัดเต็มโต๊ะแบบนี้” จินกลั้วหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับอย่างคนเหนือกว่า “โรแมนติกมากครับ เดทแรกในฝันเลยล่ะ”
คินขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันเชิดขึ้นเล็กน้อยด้วยความฮฮดฮัด “ผมไม่ได้สั่งกุ้งให้คุณ ผมสั่งล็อบสเตอร์ ซึ่งมันคนละสายพันธุ์ และอีกอย่าง... ผมแค่ต้องการให้คุณได้กินของดีๆ ทำไมต้องทำหน้าเหมือนผมกำลังกรอกยาพิษใส่ปากคุณด้วย”
“ก็เพราะว่าคนฉลาดเขาไม่พาคนที่เพิ่งบอกว่าแพ้อาหารทะเลมานั่งกินริมทะเลตอนลมพายุเข้าหรอกนะครับคุณคิน” จินย้อนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่ที่ตั้งใจกวนประสาทให้คนตรงข้ามสติแตกเล่น “หรือว่านี่คือแผนฆาตกรรมอำพรางรูปแบบใหม่? อยากกำจัดผมทิ้งเพราะกลัวผมเอาความลับเรื่องที่คุณแอบไปร้องไห้ในห้องน้ำงานเลี้ยงปีก่อนไปแฉเหรอครับ?”
“จิน!” คินกระแทกเสียงต่ำ ดวงตาดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ด้วยความอับอาย ปากหนาเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง มือใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “เรื่องนั้นผมบอกแล้วไงว่าผมแค่ฝุ่นเข้าตา! เลิกพูดเรื่องไร้สาระแล้วกินเงียบๆ ไปซะ”
“อุ๊ย หน้าแดงใหญ่แล้วนะครับท่านประธาน เขินเหรอ หรือว่าโกรธจนเส้นเลือดในสมองจะแตก?” จินโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แกล้งทำเป็นกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงยียวน ทว่ากลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของอีกฝ่ายกลับลอยมาแตะจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างในอกจนเขาต้องผละถอยหลังเว้นระยะห่างแทบไม่ทัน
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบลงชั่วขณะ ความตึงเครียดแบบ Psychological Tension เข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสองอย่างรวดเร็ว คินจ้องมองคนตรงข้ามด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ความเงียบงันที่น่าอึดอัดนี้ไม่ได้เกิดจากความเกลียดชัง แต่เป็นแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงรั้งพวกเขายิ่งกว่าแรงโน้มถ่วง
คินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติกลับมา เขายกแก้วไวน์ขึ้นจิบกลบเกลื่อนความประหม่า ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะด้วยท่าทีที่พยายามอย่างยิ่งยวดจะรักษามาดสุขุม
“ผมไม่ได้เขิน...” คินเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของจินราวกับต้องการจะกลืนกินอีกฝ่ายเข้าไปทั้งตัว “ผมแค่วางแผนมาทั้งหมดนี่... เพื่อให้เราได้ใช้เวลาร่วมกันโดยไม่มีใครมารบกวน แต่ดูสิ่งที่คุณทำสิ จิน คุณเอาแต่หาเรื่องกวนประสาทผมตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินขึ้นมาบนดาดฟ้า”
“อ้าว กลายเป็นความผิดผมซะงั้น?” จินเลิกคิ้ว ยิ้มเยาะด้วยความหมั่นไส้ “ก็คุณเล่นทำตัวน่าหมั่นไส้ก่อนนี่ครับ ทำเป็นขรึม ทำเป็นสั่งโน่นสั่งนี่เหมือนผมเป็นลูกน้องในบริษัทของคุณ ทั้งที่วันนี้เรามาในฐานะ... เอ่อ... อะไรนะ? คนที่กำลังศึกษาดูใจกันเหรอครับ?”
คำว่า ‘ศึกษาดูใจ’ หลุดออกจากปากของจินด้วยน้ำเสียงติดตลก แต่มันกลับทำให้คินชะงักไป ดวงตาสีเข้มฉายประกายจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่งจนบาร์เทนเดอร์หนุ่มเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ถ้าคุณรู้ตัวว่าเรากำลังอยู่ในสถานะไหน... คุณก็ควรจะให้เกียรติความพยายามของผมมากกว่านี้” คินพูดเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคู่นั้นพุ่งตรงมาที่จินราวกับลูกศรที่ถูกเหนี่ยวจนสุดแรง “คุณคิดว่าคนอย่างผม... เคยต้องมานั่งวางแผนจีบใครก่อนเหรอ? คุณเป็นคนแรก จิน... และผมเกลียดความรู้สึกที่ตัวเองต้องมานั่งลุ้นว่าคุณจะชอบมันไหมชะมัด”
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การป้องกันตัว ทำให้จินนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ความซึนเดระที่พกมาเต็มร้อยของท่านประธานหนุ่มกำลังทำลายเกราะป้องกันของเขาจนราบคาบ ปากที่เคยไวและชอบหาเรื่องกลับปิดสนิทอย่างไร้สาเหตุ
จินเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคู่นั้น ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้วเพื่อซ่อนพิรุธ
“พ... พูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย อยู่ๆ ก็มาหยอด...” จินพึมพำเสียงเบา หูทั้งสองข้างขึ้นสีแดงจัดอย่างเห็นได้ชัด “ใครใช้ให้คุณมาสารภาพอะไรแบบนี้เล่า มันไม่อินหรอกนะท่านประธาน”
คินมุมปากกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความพึงพอใจฉายชัดในแววตาเมื่อเห็นคนปากแข็งเริ่มเสียอาการ ในที่สุดเขาก็หาจุดอ่อนของเจ้าแมวพยศตัวนี้เจอเสียที คินขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวอ้อมโต๊ะอาหารมาหยุดอยู่ตรงหน้าของจินที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้
เงาร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาบังแสงไฟจากเทียนไขจนหมดสิ้น จินเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตื่นตระหนก เมื่อจู่ๆ ระยะห่างระหว่างพวกเขาก็ถูกร่นจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง
“งั้นถ้าไม่ชอบคำพูด... ลองพิสูจน์ด้วยการกระทำดูไหมล่ะครับ?” คินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วเนียนจนจินรู้สึกสะท้านไปทั้งร่าง ปลายนิ้วเรียวของท่านประธานยื่นออกไปเกลี่ยเส้นผมที่ปลิวมาปรกหน้าผากของอีกฝ่ายแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยทำเอาสมองของจินขาวโพลนไปชั่วขณะ
“ด... เดี๋ยว คุณจะทำอะไร...” จินเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย มือบางยกขึ้นดันอกเสื้อของอีกฝ่ายไว้ตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่คินกลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเขาไว้ด้วยมือเดียวตรึงไว้เหนือพนักเก้าอี้อย่างง่ายดาย
ดวงตาสคมกริบก้มลงมองริมฝีปากที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุดเมื่อครู่ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนกปนความปรารถนาลึกๆ ที่เจ้าตัวก็ไม่อาจปฏิเสธได้
“ผมแค่อยากรู้ว่า...” คินกระซิบชิดริมฝีปาก เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้มานาน “ปากเก่งๆ ของคุณเนี่ย... จะยังพูดจาถางถางผมได้อีกไหม ถ้าผม...”
คำพูดยังไม่ทันหลุดออกจากปากจนจบประโยค และใบหน้าที่โน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูเหล็กดาดฟ้าก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่ไว้หน้าอินทร์พรหมที่ไหน!
“คุณคินครับ! แผนงานโครงการใหม่ที่ปารีสมีปัญหาใหญ่แล้วครับ ทางโน้นติดต่อด่วน—”
เสียงตะโกนของเลขาส่วนตัวที่วิ่งหน้าตาตื่นพรวดพราดเข้ามาหยุดชะงักกึกทันที เมื่อเห็นภาพท่านประธานหนุ่มสุดเนี๊ยบกำลังตรึงร่างของบาร์เทนเดอร์หนุ่มหน้าหวานไว้กับเก้าอี้ในระยะประชิดชนิดที่เรียกว่าแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน
คินชะงักกึก เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอีกรอบด้วยความหัวเสียสุดขีด เขากัดฟันกรอด หันขวับไปถลึงตาใส่เลขาหนุ่มที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่ตรงประตูราวกับอยากจะฆ่าคนให้ตายคามือ
ส่วนจิน... อาศัยจังหวะชุลมุนที่คินผ่อนแรงรั้งข้อมือ กระชากแขนตัวเองกลับทันที พร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างนึกสนุก ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด
“ดูท่าทางเดทแรกของคุณ... จะงานเข้าแล้วนะครับท่านประธาน” จินยิ้มหวานหยดย้อยให้คนที่กำลังโมโหจนหน้าดำคร่ำเครียด ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วกระซิบข้างหูคินเบาๆ “ไว้เคลียร์งานเสร็จ... ค่อยมาต่อเรื่องที่เราค้างคาไว้ก็แล้วกันนะครับ”
สิ้นคำพูดนั้น จินก็หันหลังเดินเลี่ยงผ่านหน้าเลขาหนุ่มออกไปจากดาดฟ้าทันที ทิ้งให้คินยืนค้างเติ่งอยู่กลางกองเพลิงโทสะในอก โดยมีสายตาหวาดๆ ของเลขาฯ มองตามด้วยความหวาดผวา
*ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "นาโนบอทมาสเตอร์" เสมอมานะครับ*
บันทึกลับทั่วไป: บทใหม่ของนาโนบอทมาสเตอร์ (654)•ตอนที่ 25
เดทแรกของประธานจอมซึน
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับทั่วไป: บทใหม่ของนาโนบอทมาสเตอร์ (654) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!