"ถ้าคุณยังกลอกตาใส่ผมอีกทีเดียว ผมจะถือว่าคุณกำลังเรียกร้องความสนใจในแบบที่เด็กอนุบาลเขากำทำกันนะครับ, คุณจิน"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดจางๆ ดังขึ้นเหนือหัว ท่ามกลางเสียงประกาศเรียกผู้โดยสารเที่ยวบินภายในประเทศเพื่อเดินทางไปยังจังหวัดเชียงใหม่ดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ คินขยับปีกหมวกแก๊สสีดำลงต่ำเล็กน้อยเพื่อบังสายตาจากผู้คนรอบข้าง แต่สันจมูกโด่งเป็นสันและมุมปากที่เม้มเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์นั้น กลับเด่นชัดเสียจนคนมองอดไม่ได้ที่จะหมั่นไส้
จินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่สะทกสะทราน ร่างโปร่งในชุดเสื้อฮู้ดโอเวอร์ไซส์สีเทาและกางเกงยีนส์เซอร์ๆ เอนหลังพิงเบาะที่นั่งรอขึ้นเครื่องอย่างสบายอารมณ์ มือเรียวปัดหน้าจอสมาร์ทโฟนไปมาอย่างไม่แยแส ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองท่านประธานจอมเผด็จการที่วันนี้แต่งตัวผิดหูผิดตาด้วยชุดลำลองเรียบหรู แต่บรรยากาศรอบตัวยังคงแผ่รังสีความน่ารำคาญออกมาไม่เปลี่ยน
"เรียกความสนใจเหรอครับ? ท่านประธานคิน... ประเมินคุณค่าตัวเองสูงเกินไปหน่อยหรือเปล่าครับเนี่ย ผมแค่กำลังใช้สายตาประเมินว่าทริปดูงานสามวันสองคืนนี้ ผมจะต้องทนฟังบอสจอมเนี้ยบอย่างคุณบ่นกี่รอบจนหูชาต่างหาก" จินย้อนกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาท รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบางเบา ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับกำลังจับผิดศัตรูในระยะประชิด
คินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกันแดดราคาแพงหันมามองคนปากเก่งที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาได้ทุกสถานการณ์ ตั้งแต่รับปากว่าจะเดินทางมาดูงานรีสอร์ทโปรเจกต์ใหม่ที่ภาคเหนือด้วยกัน จินก็ทำหน้าที่เป็น "หนามยอกอก" ชั้นดีที่คอยกระตุ้นต่อมความดันของเขาให้พุ่งสูงปรี๊ดได้ตลอดเวลา
"ถ้าไม่อยากหูชา คุณก็แค่หุบปากแล้วเดินตามผมมาเงียบๆ ตั้งแต่ก้าวขาขึ้นรถเมื่อเช้า คุณพูดมากกว่าเอกสารสรุปยอดขายไตรมาสล่าสุดเสียอีก"
"อ้าว ก็คนมันตื่นเต้นนี่ครับ นานๆ ทีจะได้มาเที่ยว... อ้อ ไม่ใช่สิ มาทำงานนอกสถานที่ในบรรยากาศหรูหราแบบนี้ทั้งที จะให้ผมนั่งเงียบเป็นเป่าสากเหมือนหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึกเหมือนคุณได้ยังไงล่ะครับ" จินจงใจลากเสียงยาวอย่างยั่วเย้า เขยิบตัวเข้าไปใกล้จนไหล่แทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นซิตรัสเจือกลิ่นอายไม้จันทน์จากตัวคินลอยเข้าจมูกจางๆ สร้างความปั่นป่วนในอกอย่างประหลาด แต่คนตัวโปร่งกลับซ่อนมันไว้ภายใต้ท่าทีลอยชายได้อย่างแนบเนียน
คินหันขวับมามอง ปฏิกิริยาที่ใกล้ชิดกะทันหันทำให้ลมหายใจของท่านประธานหนุ่มสะดุดไปเสี้ยววินาที กลิ่นกายสะอาดๆ ของจินที่ลอยมาปะทะนาสิกทำให้สมองส่วนเหตุผลรวนเรไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย—มันทั้งหมั่นไส้ ทั้งอยากจัดการให้หายพยศ และ... ในขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่อีกฝ่ายเข้ามาอยู่ในระยะประชิดแบบนี้
"อย่ามาทำตัวรุ่มร่ามในที่สาธารณะนะจิน" คินเตือนเสียงต่ำ ขยับถอยหลังออกไปครึ่งก้าวเพื่อรักษาพื้นที่ส่วนตัว แต่ทว่าสายตาที่มองกลับไม่ได้ดุอย่างที่ปากพูด
"รุ่มร่ามตรงไหนครับ ผมแค่นั่งหายใจในพื้นที่สาธารณะร่วมกับคุณเอง หรือว่าท่านประธานกลัวว่าตัวเองจะห้ามใจไม่ไหวจนเผลอทำอะไรผมกลางสนามบินล่ะครับ?" จินกระเซ้าต่อด้วยรอยยิ้มพราวระยับ ดวงตากลมโตมีความซุกซนแพรพราวราวกับแมวป่าที่กำลังหยอกล้อเหยื่อในกำมือ
ก่อนที่คินจะได้ตอบโต้ประโยคกวนประสาทนั้น เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารกลุ่มถัดไปก็ดังขึ้นขัดจังหวะพอดี ทั้งคู่จำต้องลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามแถวผู้โดยสารเข้าไปในอาคารผู้โดยสารอย่างจำยอม โดยไม่มีใครรู้เลยว่า ตั๋วเครื่องบินที่นั่งติดกันในชั้นธุรกิจนี้ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายที่ชวนให้หัวใจสั่นคลอนยิ่งกว่าเอกสารโปรเจกต์ไหนๆ
บรรยากาศภายในห้องโดยสารชั้นธุรกิจค่อนข้างเงียบสงบและเป็นส่วนตัว แสงไฟสีส้มวลอบอุ่นช่วยขับเน้นให้บรรยากาศดูผ่อนคลายขึ้น ทว่าความผ่อนคลายนั้นกลับใช้ไม่ได้กับคนทั้งคู่
จินทิ้งตัวลงนั่งที่เบาะริมหน้าต่างอย่างคล่องแคล่ว ปล่อยให้คินที่นั่งติดกันจัดการเก็บสัมภาระด้านบนให้เรียบร้อยเสียก่อน ท่านประธานหนุ่มทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ถอดสูทตัวนอกพาดไว้ที่พนักเก้าอี้ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกระบายความร้อน เผยให้เห็นลำคอแกร่งและผิวเนื้อเนียนที่ทำให้จินเผลอชำเลืองมองโดยไม่รู้ตัว
"มองอะไรครับ? หน้าผมมีรอยเปื้อนหรือไง" คินถามขึ้นโดยไม่หันมามอง แต่สัมผัสได้ถึงสายตาคู่สวยที่จ้องเขม็งอยู่ด้านข้าง
"เปล่าครับ แค่กำลังคิดว่า... คนที่ทำหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลาแบบคุณ เวลาเผลอๆ ก็น่ารักดีเหมือนกันนะครับ" จินพูดหน้าตาย หยิบหูฟังไร้สายขึ้นมาใส่ข้างหนึ่งเพื่อตัดบทสนทนา แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากกลับฟ้องชัดเจนว่าจงใจปั่นประสาทเล่น
คินหันขวับมาทันที ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองคนข้างกายด้วยความคาดไม่ถึง คำว่า 'น่ารัก' ไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของเขา และยิ่งมาจากปากของบาร์เทนเดอร์ปากจัดคนนี้ด้วยแล้ว มันยิ่งฟังดูเหมือนคำท้าทายมากกว่าคำชม
มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือของจินที่กำลังจะยกขึ้นจัดฮู้ดไว้แน่น แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่กุมไว้มั่นจนสะบัดไม่หลุด จินสะดุ้งเล็กน้อย หันกลับมามองด้วยความตกใจ ปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปกะทันหันทำให้ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนสัมผัสได้
"คุณจิน..." คินเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและแหบพร่ากว่าปกติ ดวงตาคมเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้นราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง "ปากเก่งแบบนี้... ถ้าผมจัดการปิดปากคุณด้วยวิธีอื่น คุณคิดว่าผมจะทำได้ไหม?"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น หัวใจของจินกระตุกวูบอย่างแรง ความรuนร่านแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง ปากที่เคยไวและโต้ตอบได้ทุกคำกลับแข็งค้าง สมองประมวลผลช้าลงไปหลายวินาทีเมื่อสบเข้ากับแววตาจริงจังที่ซ่อนความปรารถนาบางอย่างไว้ภายใต้ความเย็นชา
"มะ... หมายความว่ายังไงครับ ปล่อยมือผมนะ" จินพยายามดึงข้อมือกลับ แต่คินกลับยิ่งกระชับมือแน่นขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้จนจมูกแทบจะชนกัน ความกดดันทางจิตวิทยา (Psychological Tension) แผ่ซ่านจนอุณหภูมิในเคбиนส่วนตัวร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น
สายตาที่จ้องมองมานั้นไม่มีเค้าลางของความล้อเล่นแม้แต่น้อย มันคือความดุดัน ความเป็นเจ้าของ และแรงดึงดูดที่รุนแรงจนจินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความรู้สึกที่ควบคุมไม่ได้
ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก และระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น...
*กริ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อของคินดังขึ้นทำลายความเงียบงันลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ คินชะงัก เลื่อนสายตาออกจากริมฝีปากของจินอย่างเสียดาย ก่อนจะผละตัวกลับไปนั่งท่าเดิมด้วยใบหน้าเรียบเฉยที่ปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วราวกับพลิฝ่ามือ
จินรีบสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกสติที่หลุดลอยไปกลับคืนมา สองแก้มเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขาหันหน้าหนีไปมองวิวนอกหน้าต่างเครื่องบินที่กำลังเคลื่อนตัวบนรันเวย์ กลบเกลื่อนความตื่นตระหนกด้วยการเสמוงมองท้องฟ้าสีคราม
คินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความ ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อผู้ส่ง ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
จินเหลือบมองอาการของอีกฝ่ายด้วยความสงสัย "มีปัญหาอะไรหรือครับ? หรือว่ารีสอร์ทที่เราจะไปเกิดเรื่อง?"
คินวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะพับหน้าเบาะ หันมามองจินด้วยสายตาที่ซับซ้อนกว่าเดิม ความอ่อนโยนเมื่อครู่เลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยความระแวดระวัง
"ไม่ใช่เรื่องรีสอร์ท..." คินเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาไปยังทางเดินด้านหน้าเคบินที่พนักงานต้อนรับกำลังเข็นรถอาหารผ่าน "แต่คนที่คุณเพิ่งบอกว่าไม่อยากเจอหน้าที่สุด... เพิ่งส่งข้อความมาบอกว่า เขานั่งอยู่ไฟลท์เดียวกับเรา และกำลังเดินมาทางนี้แล้วครับ"
จินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วร่างเมื่อได้ยินประโยคถัดมา
"สวัสดีครับ คุณคิน... แล้วก็... น้องจิน ไม่เจอกันนานเลยนะ"
เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังขึ้นจากด้านหลังเบาะนั่ง ทำให้จินถึงกับตัวแข็งทื่อในทันที
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ชวนลุ้นระทึกนี้นะครับ
บันทึกลับทั่วไป: บทใหม่ของนาโนบอทมาสเตอร์ (654)•ตอนที่ 13
ทริปกระชับสัมพันธ์(ที่เกือบพัง)
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับทั่วไป: บทใหม่ของนาโนบอทมาสเตอร์ (654) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!