เสียงกุญแจสำรองที่กระทบกับรูกลอนประตูหน้าห้องทำงานดังระคายหูราวกับเสียงนาฬิกาจับเวลาที่กำลังนับถอยหลังสู่หายนะ
ในพื้นที่ปิดตายที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความกดดัน องคาพยพทุกส่วนในร่างกายของผมถูกบีบอัดด้วยแรงโน้มถัดจากสถานการณ์เฉพาะหน้า ร่างสูงโปร่งของคินที่เมื่อวินาทีที่แล้วยังยืนค้ำAกุมอำนาจอยู่เหนือผม กลับสะดุ้งตัวเกร็งเล็กน้อย ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนที่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของนักบริหารมือหนึ่งจะพุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่
"หลบไป..." คินกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือผม ออกแรงกระชากเพียงนิดเดียวเพื่อดึงให้พ้นจากรัศมีสายตาของบานประตู แต่มีหรือที่คนอย่าง จิน จะยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ใครจูงจมูกเล่น
ผมบิดข้อมือหลุดจากการพันธนาการอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสวนกลับด้วยสายตาดุดันไม่แพ้กัน "ปล่อยครับท่านประธาน... ถ้าเลขาฯ คุณเปิดเข้ามาแล้วเห็นเราอยู่ในสภาพนี้ คนที่จะซวยไม่ใช่ผม แต่เป็นอนาคตบนกระดานหุ้นของคุณต่างหาก"
กริ๊ก!
เสียงสลักกลอนถูกหมุนเปิดดังชัดเจน พร้อมกับบานประตูไม้เนื้อดีที่เริ่มขยับแยกออกจากวงกบ
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น ไร้ซึ่งทางเลือกอื่น คินคว้าเอวผมแล้วดึงเข้าหาตัวด้วยแรงมหาศาล ร่างกายของเราปะทะกันอย่างจังจนผมแทบหยุดหายใจ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูเจือจางผสานกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของอีกฝ่ายลอยเข้าปะทะนาสิก ทว่าไม่มีเวลาให้มานั่งใจเต้นตึักตักกับความใกล้ชิดอันตรายนี้ เพราะคินใช้ความเร็วดุจสายฟ้าแลบผลักผมเข้าไปซ่อนตัวหลังฉากกั้นห้องทำงานลายไทยโมเดิร์น ก่อนที่เขาจะก้าวฉับๆ ไปยืนประจันหน้ากับผู้มาใหม่ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"มีอะไรครับคุณมีนา?" น้ำเสียงของคินราบเรียบ เย็นชา และทรงอำนาจจนน่าเหลือเชื่อ กลบเกลื่อนร่องรอยความลนลานเมื่อครู่ได้อย่างแนบเนียน
ผมแอบมองผ่านร่องช่องว่างของฉากกั้น หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระout ออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะกลัวถูกจับได้ว่าแอบอبيลักลอบทำอะไรเกินเลยกับเจ้านายหนุ่ม แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นวาบที่ฝ่ามือของเขาเมื่อครู่มันยังคงหลงเหลืออยู่บนผิวหนัง สร้างความปั่นป่วนในช่องท้องอย่างประหลาด
*ให้ตายสิ... นี่เรากำลังรู้สึกบ้าอะไรอยู่* ผมกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ พยายามดึงสติให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว สัญญาที่เราทำร่วมกันมันระบุไว้ชัดเจนไม่ใช่หรือครับว่านี่คือ "เกมธุรกิจ" และ "ข้อตกลงชั่วคราว" ไม่มีที่ว่างให้ความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย แล้วทำไม... แค่การที่เขาดึงผมเข้าไปกอดเพื่อหลบภัยเมื่อกี้ ถึงทำให้กำแพงในใจที่สร้างไว้มันสั่นคลอนได้ขนาดนี้
"ดิฉันแค่นำเอกสารงบดุลไตรมาสสุดท้ายมาให้ท่านประธานเซ็นด่วนค่ะ เห็นไฟในห้องยังเปิดอยู่แล้วติดต่อคุณคินไม่ได้ เลยถือวิสาสะไขเข้ามา..." เสียงของมีนากล่าวรายงานด้วยความนอบน้อม แต่ผมสัมผัสได้ถึงประกายความสงสัยบางอย่างจากน้ำเสียงของเธอ
"วางไว้ตรงนั้น เดี๋ยวผมจัดการเอง คุณออกไปได้แล้ว" คินออกคำสั่งเฉียบขาด ไร้ซึ่งช่องว่างให้โต้แย้ง
"ค่ะท่านประธาน..."
เสียงฝีค่อยๆ ถอยห่างออกไป พร้อมกับเสียงประตูปิดลงอย่างสนิท
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศภายในกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข แต่มันคือความอึดอัดที่เต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
ผมก้าวเท้าเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยและกวนประสาทตามสไตล์เดิมทันที เพื่อกลบเกลื่อนความวุ่นวายใจที่กำลังตีรวนอยู่ข้างใน
"รอดตัวไปนะท่านประธาน... เกือบทำให้ผมต้องตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งข้อหาลักลอบทำมิดีมิร้ายท่านประธานบริษัทซะแล้ว" ผมเอ่ยแซะด้วยรอยยิ้มมุมปาก พยายามสร้างระยะห่าง
แต่คินกลับไม่เล่นด้วย สายตาที่เขามองตรงมาที่ผมมันคมกริบเสียจนผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกเปลื้องผ้าด้วยการมองเห็น เขาก้าวเดินช้าๆ เข้ามาหาผมทีละก้าว... ทีละก้าว ความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนผมต้องถอยหลังโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
ตึ้ง!
มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับผนังด้านข้าง กักตัวผมให้อยู่ในอาณาเขตของเขา ดวงตาสีนิลคู่นั้นจ้องลึกลงมาในดวงตาของผมอย่างคาดคั้น
"กลัวเหรอครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม ชิดริมหูจนผมรู้สึกถึงไออุ่น "เมื่อกี้... เห็นเธอกลั้นหายใจตอนที่ฉันดึงเข้ามาซ่อนตัวนี่"
"ใครกลัวกันครับ... ผมแค่ไม่อยากเปลืองตัวกับคนนิสัยเสียอย่างคุณต่างหาก" ผมเชิดหน้าขึ้นเถียงกลับทันควัน แม้ว่าหัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุซี่โครงไปแล้วก็ตามที "อย่าลืมสิครับว่าเราตกลงกันไว้ยังไง... สัญญาของเรามีขอบเขตชัดเจน ห้ามล้ำเส้น ห้ามมีความรู้สึกส่วน ะ..."
คำพูดทุกคำถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อปลายนิ้วอุ่นของคินเอื้อมขึ้นมาแตะเบาๆ ที่ริมฝีปากของผม สัมผัสแผ่วเบานั้นทรงพลังเสียยิ่งกว่าอาวุธใดๆ ในโลก มันหยุดคำพูดจาถางถางทั้งหมดของผมลงในพริบตา
"สัญญาเหรอ..." คินทวนคำ เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย แววตาที่เคยเย็นชามาตลอด บัดนี้กลับเต็มไปด้วยระลอกคลื่นอารมณ์บางอย่างที่ผมไม่อาจคาดเดา "บางที... ฉันอาจจะเริ่มเบื่อข้อความในสัญญาบ้าๆ นั่นเต็มทีแล้วก็ได้"
ผมเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลังเมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างเราลดน้อยลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ กลิ่นกายของเขาโอบล้อมผมไว้ทุกทิศทาง เคมีอันตรายที่ดึงดูดเราเข้าหากันกำลังทำงานอย่างเต็มพิกัด จนสมองของผมขาวโพลน คิดหาคำพูดโต้แย้งไม่ ออกแม้แต่คำเดียว
ในจังหวะที่ลมหายใจของเราแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน และริมฝีปากของเขากำลังจะทาบทับลงมาเพื่อข้ามผ่านเส้นกั้นทุกอย่างที่ขีดไว้...
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงเปิดเข้ามาของผู้มาใหม่ที่ไม่ให้เวลาเราได้ตั้งตัว
"คุณคินคะ... แย่แล้วค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ผับของคุณจินแล้ว!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "นาโนบอทมาสเตอร์" เสมอมานะครับ
บันทึกลับทั่วไป: บทใหม่ของนาโนบอทมาสเตอร์ (654)•ตอนที่ 16
รอยร้าวในสัญญา
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับทั่วไป: บทใหม่ของนาโนบอทมาสเตอร์ (654) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!