กลิ่นควันปืนฉุนกึกเจือจางด้วยละอองกระจกนิรภัยที่แตกละเอียดราวกับเกล็ดหิมะสีเงิน สะเก็ดใสคมกริบนับร้อยร่วงหล่นกราวลงบนพื้นพรมและลาดไหล่กว้างของคนที่กำลังคร่อมทับร่างเขาอยู่
"อย่าขยับ!"
เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดของคินกระซิบลอดไรฟันชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่หอบกระชั้นปะทะเข้ากับซอกคอของจินจนเส้นขนทั่วร่างลุกชัน ความใกล้ชิดระดับศูนย์องศานี้ทำให้จินสัมผัสได้ถึงแผ่นอกแกร่งที่กระเพื่อมไหวอย่างรุนแรงตามจังหวะหัวใจที่เต้นโครมคราม ทว่าในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย สัญชาตญาณการเอาตัวรอดและความปากไวของบาร์เทนเดอร์หนุ่มกลับทำงานเร็วกว่าความกลัว
"ถ้าคุณยังกดน้ำหนักลงมาอีกนิด ซี่โครงผมคงหักก่อนที่กระสุนนัดที่สองจะมาถึงนะครับ ท่านประธาน" จินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงแม้จะเจือความหอบสะท้านแต่ก็ยังคงความกวนประสาทไว้ไม่เสื่อมคลาย ดวงตากลมโตตวัดมองคนด้านบนอย่างไม่เกรงกลัว แม้ในยามที่สถานการณ์รอบตัวจะระอุเป็นไฟ
คินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคมกราบกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบด้วยความหงุดหงิดระคนโล่งอก มือหนาข้างหนึ่งยันพื้นโต๊ะไว้แน่นเพื่อแบ่งน้ำหนักไม่ให้ทับลงบนตัวอีกฝ่ายจนเกินไป ส่วนมืออีกข้างยังคงตรึงต้นคอของจินไว้ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือเพียงเสี้ยววินาที คนอวดดีคนนี้จะลุกขึ้นไปวิ่งตัดหน้ากระสุนปืนเล่น
"ปากดีแบบนี้ สมองคุณคงไม่ได้มีไว้คิดเรื่องเอาตัวรอดสินะจิน" คินกัดฟันกรอด น้ำเสียงเยียบเย็นที่มักใช้กดดันคนในห้องประชุมถูกงัดมาใช้เพื่อข่มอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก
"ถ้าสมองผมไม่ดีพอ ผมคงไม่ลากหัวท่านประธานผู้สูงส่งลงมาหมอบใต้โต๊ะทุเรศๆ นี่หรอครับ ขอบคุณสักคำก็ไม่มีแถมยังมาว่า" จินย้อนเสียงลอดไรฟัน นัยน์ตาสีเข้มฉายแววท้าทายที่ทำเอาคินอยากจะก้มลงปิดปากช่างเจรจานั่นเสียให้รู้แล้วรู้รอด
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง...
เสียงมอเตอร์ไซค์บิ๊กバイクที่เร่งเครื่องคำรามดังลั่นถนนหน้าร้าน ตามด้วยเสียงยางบดถนนและเสียงขับหนีหายไปในความมืด เป็นสัญญาณบอกชัดเจนว่ามือปืนถอนกำลังออกไปแล้ว ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ภายในร้านอีกครั้ง ทว่าความเงียบครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันชนิดใหม่—แรงกดดันที่ไม่ได้เกิดจากกระสุนปืน แต่มันมาจากระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินไป และแรงดึงดูดประหลาดที่กำลังละลายกำแพงที่ทั้งคู่สร้างขึ้นมา
คินชะงักไป ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ เมื่อครู่ ไล่เรื่อยขึ้นมาสบตากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววระแวดระวังชั่วขณะ ความนิ่งงันชั่วพริบตาทำให้จินรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างในจังหวะลมหายใจของคนตรงหน้า
"นี่... ปลอดภัยแล้ว เลิกทับผมสักที..." จินพึมพำเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อตระหนักได้ว่าอุ้งมือของคินที่จับต้นคออยู่ไม่ได้คลายออก แถมยังเลื่อนมาช้อนท้ายทอยของเขาไว้อย่างมั่นคงขึ้น
"ใครบอกว่าผมจะปล่อย" คินเอ่ยเสียงพร่า ประโยคราบเรียบที่แฝงความดุดดันและเอาแต่ใจถูกส่งตรงมาอย่างไร้การป้องกัน
ก่อนที่สมองของจินจะประมวลผลคำเตือนได้ทัน ร่างสูงของท่านประธานหนุ่มก็ทิ้งน้ำหนักลงมาพร้อมกับองศาของใบหน้าที่โน้มต่ำลงอย่างรวดเร็ว!
*พรืด!*
จังหวะนั้นเองที่ขาเก้าอี้เหล็กตัวหนึ่งซึ่งโดนแรงกระแทกจากเหตุกราดยิงเมื่อครู่เกิดล้มครืนลงมา เสียงดังลั่นทำให้จินสะดุ้งสุดตัวและเบี่ยงหน้าหลบตามสัญชาตญาณ ทว่าการขยับกะทันหันนั้นกลับทำให้ทุกอย่างผิดเพี้ยนไปหมด
ริมฝีปากหยักลึกของคินจึงไม่ได้ประทับลงบนแก้มตามที่ตั้งใจไว้ หากแต่พลาดไปประกบเข้ากับริมฝีปากนุ่มของจินเต็มๆ อย่างไม่ทันตั้งตัว!
เวลาภายในร้านราวกับหยุดเดินไปชั่วขณะ
ความนุ่มหยุ่นและสัมผัสอุ่นร้อนที่แนบชิดกันอย่างแนบแน่นทำเอาคินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ สมองที่เคยเฉียบคมและควบคุมทุกสถานการณ์ได้เสมอ กลับขาวโพลนราวกับถูกไฟช็อต ส่วนจินนั้นยิ่งกว่าถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนแทบถลน ความตกใจแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย มือทั้งสองข้างที่พยายามดันแผ่นอกแกร่งไว้เมื่อครู่หยุดชะงักค้างกลางอากาศ
ไม่มีใครขยับเขยื้อน... ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง
กลิ่นอายเฉพาะตัวของคิน—กลิ่นไม้จันทน์หอมผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ—อบอวลอยู่รอบปลายจมูกของจิน สัมผัสอุ่นซ่านที่แนบสนิทนั้นส่งกระแสความวูบวาบวิ่งพล่านไปตามเส้นประสาท ทำเอาหัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มขาวอย่างห้ามไม่อยู่
นี่คือจูบแรก... จูบที่ไม่ได้ตั้งใจ จูบที่เกิดจากความวุ่นวายและความซุ่มซ่ามในสถานการณ์บ้าๆ บอๆ นี้
คินเป็นฝ่ายได้สติก่อน ความรู้สึกวابวอมที่แล่นริ้วผ่านปลายประสาททำให้เขาขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยอย่างยากลำบาก ดวงตาคมเข้มจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อของคนที่อยู่ใต้ร่างด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—มันไม่ใช่แววตาเย็นชาหรือความหงุดหงิดอีกต่อไป แต่มันคือประกายไฟที่ลุกโชนด้วยความปรารถนาอันดิบเถื่อนและแรงหวงแหนที่เจ้าตัวก็ไม่อาจหาคำอธิบายได้
"คุณ..." จินเค้นเสียงออกมาได้เพียงคำเดียว ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ ความอับอายและสับสนตีรวนอยู่ในอกจนพูดไม่ออก มือบางรีบดันไหล่กว้างให้ออกห่างแล้วพยายามจะพลิกตัวลุกขึ้นยืน
ทว่า คินกลับไวกว่า มือหนาคว้าเอวบางของจินไว้แน่นแล้วดึงรั้งกลับมาให้อยู่ในตำแหน่งเดิมอย่างง่ายดาย ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังฉายแววตื่นตระหนก ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ใกล้ชิดจนแทบจะแตะกันอีกครั้ง
"อุบัติเหตุเมื่อครู่..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากของจิน น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความร้ายกาจและแรงดึงดูดที่ทำเอาคนฟังแทบหยุดหายใจ "ผมคิดว่า... เราควรมาเคลียร์กันให้ชัดเจนดีกว่าไหมครับ ว่าคุณตั้งใจหรือผมกันแน่ที่พลาด?"
"ไอ้... ไอ้คนฉวยโอกาส!" จินกัดฟันกรอด หน้าแดงแจ๋ด้วยความโกรธปนเขินจนแทบระเบิด มือเตรียมจะเงื้อมขึ้นไปประทับรอยนิ้วมือลงบนใบหน้าหล่อเหลานั่น
แต่ทว่า...
*กริ๊กล็อก!*
เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่พร้อมกับเสียงปลดล็อกประตูหลังร้านดังขึ้นแทรกกลางบรรยากาศที่กำลังพะว้าพะวง เงาร่างสูงใหญ่หลายเงาทอดผ่านกระจกที่แตกละเอียดเข้ามา พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจของลูกน้องคนสนิทของคินที่เพิ่งพังประตูเข้ามา
"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องแล้ว... เฮ้ย!"
ลูกน้องหนุ่มชะงักกึกอ้าปากค้างสนิท ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพนายใหญ่ของตนกำลังคร่อมทับและกุมตัวบาร์เทนเดอร์หน้าหวานไว้บนพื้นพรม ท่ามกลางซากกระจกแตกและบรรยากาศที่ชวนคิดลึกเกินบรรยาย
คินชะงักเล็กน้อย เขายังคงไม่ยอมปล่อยมือออกจากเอวของจิน แต่สายตาดุันตวัดกลับไปมองลูกน้องตัวดีที่เข้ามาขัดจังหวะเวลาสำคัญด้วยแววตาอาฆาตมาดร้ายชนิดที่เตรียมตัวเขียนใบลาออกแทบไม่ทัน
จินฉวยโอกาสทองนี้สะบัดตัวหลุดจากการพันธนาการ ลุกพรวดขึ้นยืนพร้อมกับใช้มือปัดเศษกระจกและฝุ่นตามเสื้อผ้าด้วยใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำ หัวใจเต้นแรงด้วยความสับสนและระburtอารมณ์ที่ค้างคา
คินค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนตามอย่างสง่างาม ปรับสีหน้าและแววตากลับสู่โหมดท่านประธานผู้เยือกเย็นได้อย่างรวดเร็วราวดาราเปลี่ยนหน้ากาก ทว่ามุมปากหยักกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย ขณะปรายตามองจินที่ยืนหายใจหอบกระชั้นอยู่ข้างกาย
บรรยากาศในร้านตึงเครียดขึ้นอีกครั้งเมื่อปมอันตรายเรื่องมือปืนยังไม่ถูกคลี่คลาย แถมปมในใจเรื่องสัมผัสเมื่อครู่ยังคงค้างคาอยู่กลางอากาศ ทว่าก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกไป เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคินก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
คินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว นัยน์ตาสีเข้มก็หรี่แคบลงทันที รังสีความเยียบเย็นแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
"ว่าไงนะ..." คินกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาลูกน้องถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อม "แกแน่ใจเหรอว่าไอ้คนที่สั่งเก็บเราวันนี้... คือคนคนเดียวกับตระกูลที่นายกำลังเจรจาธุรกิจด้วย?"
จินที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ ชะงักกึก หันขวับมามองหน้าคินทันที ความตกใจฉายชัดขึ้นในดวงตากลมโต เมื่อตระหนักได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้เป็นเพียงแค่การตามล่าของนักฆ่ากระจอกๆ แต่มันพัวพันกับเกมธุรกิจและการหักหลังระดับชาติที่ใหญ่เกินกว่าที่พวกเขาคาดคิดไว้หลายร้อยเท่า!
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความระอุในสมรภูมิหัวใจนี้ด้วยกันนะครับ!
บันทึกลับทั่วไป: บทใหม่ของนาโนบอทมาสเตอร์ (654)•ตอนที่ 8
จูบแรกที่ไม่ได้ตั้งใจ
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับทั่วไป: บทใหม่ของนาโนบอทมาสเตอร์ (654) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!