"คุณคิดว่าความเงียบมันแก้ปัญหาได้หรือไง คิน"
เสียงของจินกรีดผ่านความมืดสลัวภายในห้องนั่งเล่นเพนต์เฮาส์หรู ราวกับใบมีดโกนที่กรีดลงบนผืนผ้าใบชั้นดี ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำยับยู่ยี่จากการปะทะคารมยืนกอดอกพิงขอบกระจกใสบานยักษ์ เบื้องล่างคือมหานครกรุงเทพฯ ที่ส่องแสงระยิบระยับราวกับดวงดาวนับล้าน แต่วินาทีนี้ ไม่มีใครสนใจทิวทัศน์ราคาแพงลิบลิ่วเบื้องล่างนั้นเลยสักคน
คินยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ร่างสูงใหญ่ในสูทสีเทาเข้มที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างลวกๆ แผ่ไอความเย็นชาออกมาจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ดวงตาคมกราบกวาดมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสม The Psychological Tension ระหว่างความโกรธ ความดื้อรั้น และความปรารถนาที่ถูกกดทับไว้อย่างมิดชิด
"แล้วคุณอยากให้ผมพูดอะไรล่ะ จิน" คินสวนกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เย็นเยียบไม่แพ้กัน "พูดว่าผมหึงจนแทบคลั่งตอนที่คุณยืนหัวเราะอยู่กับไอ้บาร์เทนเดอร์หน้าอ่อนคนนั้นอย่างนั้นเหรอ? หรือต้องให้ผมกราบกรานขอร้องให้คุณเลิกทำตัวเป็นจุดสนใจของคนอื่นสักที?"
จินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง "หึง? หึ... นั่นมันคำที่คนมีเหตุผลเขาใช้กันครับท่านประธาน แต่สำหรับคุณ มันคืออาการ 'ควบคุมไม่ได้' ต่างหาก สิ่งที่คุณกลัวไม่ใช่การเสียผมไป แต่คุณกลัวที่จะควบคุมทุกอย่างในชีวิตไม่ได้มากกว่า"
คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าเป้าอย่างแม่นยำ คินขบกรามแน่นจนสันกล้ามเนื้อปูดโปน มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ความสัมพันธ์ของพวกเขากำลังเดินทางมาถึงจุดแตกหัก ความทิฐิที่ต่างฝ่ายต่างสะสมมานานนับสัปดาห์ระเบิดออกในคืนนี้อย่างไร้การควบคุม
"ถ้าคุณคิดว่าผมเป็นแค่สิ่งของชิ้นหนึ่งที่คุณจะควบคุมได้ตามอำเภอใจ..." จินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในน้ำเสียง สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความผิดหวัง "คุณคิดผิดแล้วล่ะคิน"
"งั้นเหรอ?" คินก้าวเข้าไปประชิดตัวด้วยความเร็วที่ทำให้จินผะเผงถอยหลังไปชนกับกระจกใส ความสูงและรูปร่างที่ได้เปรียบทำให้คินสามารถกักขังอีกฝ่ายให้อยู่ในอ้อมแขนได้อย่างง่ายดาย แต่ทว่า... เขากลับเว้นระยะห่างไว้เล็กน้อย เป็นระยะห่างที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย "ถ้าผมคิดจะควบคุมคุณจริง ๆ ป่านนี้คุณคงไม่มีสิทธิ์มายืนเถียงผมด้วยซ้ำ จิน"
"ก็ลองดูสิครับ!" จินเชิดหน้าขึ้นท้าทาย ไม่ยอมแพ้ต่อแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก "อยากทำอะไรก็เชิญเลย! เพราะนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป... เราไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีก"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ คำพูดที่ขาดสติพ่นออกมาจากความทิฐิของทั้งสองฝ่าย คินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มเบิกกว้างขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่มันถูกกลบด้วยความถือดีและศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่
"ดี..." คินเค้นเสียงลอดไรฟัน ถอยหลังกลับไปสามก้าวราวกับต้องการสร้างกำแพงกั้นระหว่างกันให้หนาขึ้นกว่าเดิม "ในเมื่อคุณต้องการแบบนั้น... ก็ตามใจคุณ"
จินเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด หัวใจวูบโหวงราวกับร่วงหล่นลงไปในเหวลึก แต่ความทิฐิก็ยังคงทำหน้าที่ของมันได้อย่างยอดเยี่ยม เขาไม่ยอมปริปากรั้ง ไม่แม้แต่จะส่งเสียงสะอื้น ร่างโปร่งหันหลังให้อีกฝ่ายทันทีโดยไม่ลังเล ก้าวเดินไปยังประตูห้องนอนพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หนักแน่น แม้ข้างในจะพังทลายไม่เป็นชิ้นดีแล้วก็ตาม
คินยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองแผ่นหลังบางที่เดินห่างออกไปเรื่อย ๆ มือหนายื่นออกไปในอากาศราวกับต้องการจะไขว่คว้าอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ทิ้งดิ่งลงข้างลำตัวตามเดิม ความเงียบงันภายในห้องกว้างกลับน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องใด ๆ ทั้งคู่เลือกที่จะหันหลังให้กัน ปล่อยให้ความทิฐิทำหน้าที่พิพากษาความสัมพันธ์ที่เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นาน
เสียงประตูห้องนอนปิดลงเบื้องหลัง พร้อม ๆ กับเสียงหัวใจที่แตกสลายของทั้งสองฝั่งกำแพง
จินทิ้งตัวลงนั่งพิงประตูห้องนอนอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาร้อนผ่าวแต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยด เขากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความดื้อรั้นทำให้เขาเลือกทางนี้ ทางที่ต้องเจ็บปวดที่สุด
ในขณะเดียวกัน คินที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมในห้องนั่งเล่น หลับตาลงช้า ๆ เพื่อซ่อนความเจ็บปวดร้าวลึกที่ฉายชัดในแววตา เขายอมปล่อยให้ความสัมพันธ์พังทลายลงตรงหน้า เพียงเพราะไม่กล้าพอที่จะเอ่ยคำว่า 'ขอร้อง' ออกมาคำเดียว
บรรยากาศตึงเครียดแผ่ขยายปกคลุมทั่วทั้งเพนต์เฮาส์ ราวกับเส้นด้ายที่ขึงตึงจนถึงขีดสุดและพร้อมจะขาดสะบั้นลงได้ทุกเมื่อ...
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เสียงบางอย่างก็ทำลายบรรยากาศนั้นลงอย่างกะทันหัน
*ติ๊ด... ติ๊ด... แก๊ก!*
เสียงปลดล็อกรหัสผ่านดิจิตอลหน้าประตูห้องชุดดังขึ้นอย่างชัดเจนในความเงียบสงบ คินลืมตาขึ้นด้วยความฉงน ขณะที่จินหลังพิงประตูถึงกับผุดลุกขึ้นด้วยความตกใจ เพราะในเวลานี้ ไม่ควรมีใครมีรหัสผ่านเข้าออกห้องนี้ได้นอกจากพวกเขาพียงสองคน!
ประตูห้องเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวในชุดเดรสหรูหรา ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเย้ายวนที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีก้าวเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบโต
"เซอร์ไพรส์! คิดถึงฉันไหมคะ คิน... อ้าว ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าเนี่ย?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "นาโนบอทมาสเตอร์" เสมอมานะครับ
บันทึกลับทั่วไป: บทใหม่ของนาโนบอทมาสเตอร์ (654)•ตอนที่ 20
ระยะห่างที่เพิ่มขึ้น
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับทั่วไป: บทใหม่ของนาโนบอทมาสเตอร์ (654) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!