กลิ่นอายของอิตาليันโซดาผสมกลิ่นมินต์จางๆ ลอยคละคลุ้งตัดกับบรรยากาศตึงเครียดในห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริหาร คินหรี่ตามองร่างโปร่งของบาร์เทนเดอร์หนุ่มที่ยังคงยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์บาร์จำลองด้วยท่าทางสบายจนน่าหมั่นไส้ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองผู้มาใหม่ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ก่อนจะวกกลับมาจดจ้องใบหน้าเรียบเฉยของจินด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
"คุณจิน คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบสนทนาแต่ทรงอำนาจจนคนฟังรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาล
จินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่สะทกสะท้าน รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบางเบา แฝงความกวนประสาทไว้เต็มเปี่ยม "ทราบดีครับท่านประธาน... ผมกำลังทำหน้าที่ต้อนรับแขกตามมาตรฐานของโรงแรมหรู แต่ดูเหมือนว่าแขกคนสำคัญของคุณจะพก ‘กฎเหล็ก’ ส่วนตัวมาเยอะเกินกว่าที่บาร์เล็กๆ ของผมจะรับไหว"
คำพูดสวนกลับแบบไม่ไว้หน้าทำเอาผู้ถือหุ้นวัยกลางคนถึงกับหน้าเสีย ส่วนคินสันกรามกระตุกวูบ ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ผู้ชายคนนี้ไม่เคยรู้จักคำว่าเกรงกลัวอำนาจเลยสักนิด ตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้ามาเหยียบอาณาจักรของเขา จินทำตัวเป็นหนามยอกอกที่เขาอยากจะถอนทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด แต่แปลก... ยิ่งดื้อ ยิ่งเถียง ยิ่งท้าทาย สายตากลับละออกจากใบเนียนกวนๆ นั่นไม่ได้เลย
"กฎเหล็ก 3 ข้อที่ผมส่งให้คุณอ่านบนโต๊ะทำงานเมื่อเช้า คงไม่ได้มีไว้ประดับห้องสินะครับ" คินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวเข้ามาประชิดตัวบาร์เทนเดอร์หนุ่มช้าๆ กดดันด้วยส่วนสูงและรัศมีอำนาจที่แผ่ออกมา
จินไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เขากลับเชิดหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ แม้หัวใจจะเต้นแรงผิดจังหวะกับระยะห่างที่ใกล้จนเกินงาม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความร้อนผ่าวจากตัวของท่านประธานทำเอาสติกระเจิงไปชั่วขณะ แต่ปากไวๆ ก็ยังทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม
"อ๋อ... ไอ้กระดาษแผ่นนั้นที่เขียนว่า ห้ามมองหน้าท่านประธานเกินสามวินาที ห้ามส่งยิ้มพร่ำเพรื่อ และห้ามขัดคำสั่งเด็ดขาดน่ะเหรอครับ?" จินหัวเราะในลำคอ ดวงตาสองคู่ประสานกันแนบแน่น "ขอโทษทีนะท่านประธาน พอดีผมไม่ใช่พนักงานออฟฟิศที่ต้องก้มหัวรับคำสั่งไร้สาระพวกนั้น ผมเป็นบาร์เทนเดอร์ และกฎเดียวที่ผมยึดถือ คือการทำให้ลูกค้ามีความสุข... ไม่ใช่การปรนนิบัติอีโก้บวมเป่งของใครบางคน"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันตาเห็น เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวระทึกในอก คินขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของจินไว้โดยอัตโนมัติด้วยความโมโหที่ถูกหักหน้าต่อหน้าบุคคลอื่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักหน่วงพอที่จะส่งสัญญาณเตือนว่าอีกฝ่ายกำลังล้ำเส้นความอดทนของเขาแล้ว
"คุณคิดว่าผมล้อเล่นงั้นเหรอ จิน" เสียงกระซิบต่ำลอดไรฟัน ร้อนผ่าวรดอยู่ข้างใบหูขาวสะอาด ระยะห่างที่ลดลงเหลือเพียงคืบเดียวทำให้จินต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความซึนและอาการหวงของแบบผิดที่ผิดทางกำลังแสดงออกผ่านดวงตาคู่นั้นอย่างชัดเจน แม้เจ้าตัวจะพยายามตีหน้ายักษ์กลบเกลื่อนก็ตาม
จินพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่ยิ่งดิ้นก็เหมือนยิ่งเป็นการมัดตัวเองให้เข้าไปใกล้แผงอกกว้างมากขึ้น กลิ่นอายความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของที่คินแผ่ออกมาทำให้เขารู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัวอย่างน่าประหลาด ปากที่เคยเก่งกาจเริ่มเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อปลายนิ้วอุ่นของอีกฝ่ายไล้เบาๆ ที่ข้อแขนอย่างถือวิสาสะ
"ปล่อยมือครับท่านประธาน เดี๋ยวผู้ถือหุ้นของคุณจะเข้าใจผิดคิดว่าเรากำลังจะไปจดทะเบียนสมรสกันมากกว่าคุยเรื่องงาน" จินยังคงกัดฟันสวนกลับด้วยประโยคจิกกัด แม้ใบหูเริ่มขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอายที่ปกปิดไม่มิด
คินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้น สายตาคมก้มมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุด แวบหนึ่งมีความรู้สึกอยากจะปิดปากช่างเจรจานี่ด้วยวิธีรุนแรงสักครั้งให้หายหมั่นไส้ แต่ก่อนที่สงครามประสาทระหว่างท่านประธานจอมเผด็จการกับบาร์เทนเดอร์ตัวตึงจะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
ทั้งสองคนผละออกจากกันราวกับโดนไฟดูด จินรีบถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ขณะที่คินสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึกกลับคืนมาในเสี้ยววินาที
ประตูกลางห้องเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของเลขานุการส่วนตัว ใบหน้าของเธอดูตื่นตระหนกเล็กน้อย มือเรียวยื่นแท็บเล็ตหน้าจอแสดงข่าวสารด่วนให้ท่านประธานดูทันทีโดยไม่รอให้ใครอนุญาต
"ท่านประธานคะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ มีแขกไม่ได้รับเชิญคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาที่ชั้นนี้ และระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดกำลังถูกแฮกจากภายนอกค่ะ!"
คินขมวดคิ้วมุ่น ละสายตาจากจินหันไปมองหน้าจอแท็บเล็ตทันที ทว่าก่อนที่เขาจะได้ออกคำสั่งใดๆ ไฟในห้องทำงานทั้งหมดก็ดับพรึบลงพร้อมกัน เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงก่ำที่สาดส่องลงมาอาบไล้ใบหน้าของทุกคนในห้อง บรรยากาศเปลี่ยนเป็นความมืดมนและอันตรายในพริบตาเดียว
ในความมืดสลัวนั้น ประตูลิฟท์ส่วนตัวที่เชื่อมต่อตรงจากชั้นใต้ดินเกิดส่งเสียง "ติ๊ง" ดังสนั่น ประตูเหล็กค่อยๆ เลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่แม้แต่มองไม่ชัดเจน ก็ยังทำให้สันหลังของทุกคนเยือกเย็นลงได้อย่างน่าประหลาด
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "นาโนบอทมาสเตอร์" นะครับ
บันทึกลับทั่วไป: บทใหม่ของนาโนบอทมาสเตอร์ (654)•ตอนที่ 3
กฎเหล็ก 3 ข้อ
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับทั่วไป: บทใหม่ของนาโนบอทมาสเตอร์ (654) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!