กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นหอมเย็นของโคโลญจน์ราคาแพงลอยอบอวลอยู่ภายในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นห้าสิบของตึกระฟ้า ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบราวดังอยู่ในห้องแช่แข็ง จินยืนกอดอกพิงแผ่นหลังเข้ากับบานกระจกใสแจ๋ว เบื้องล่างคือมหานครกรุงเทพฯ ที่เคลื่อนไหวพลุกพล่านราวกับมดปลวก แต่สายตากลับไม่ได้สนใจวิวทิวทัศน์ภายนอกเลยแม้แต่น้อย ดวงตาเรียวรีคมกราบกำลังจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่
คิน ในชุดสูทสีเทาเข้มไร้รอยยับ ปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนออกเล็กน้อยเผยให้เห็นลำคอแกร่งและผิวเนื้อนุ่นลึกที่สะท้อนกับแสงไฟสีสวลี ท่านประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและเกรี้ยวกราดในโลกธุรกิจกำลังใช้ปลายนิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ ราวกับเสือดาวที่กำลังรอเวลาตะครุบเหยื่อ
"คุณจะเอายังไงต่อ..." จินเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงของบาร์เทนเดอร์หนุ่มเจือความหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบัง "ถ้าเรียกผมมาเพื่อจะนั่งจ้องหน้ากันเฉยๆ แบบนี้ ผมขอตัวครับ ลูกค้าที่ร้านรอดูค็อกเทลสูตรพิเศษอยู่"
"สิบห้านาที..." คินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้จินต้องชะงัก "เวลาที่คุณยืนอยู่ตรงนั้น มันมีค่ามากกว่าค่าจ้างพาร์ทไทม์ของคุณทั้งเดือนเสียอีก จิน... อย่าเพิ่งรีบใจร้อนหนีหายไปไหนเลยครับ"
"ผมไม่ได้หนี แค่ไม่อยากเสียเวลากับคนไม่มีมนุษยสัมพันธ์" จินสวนกลับทันควัน รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย "เรื่องคืนนั้น... ผมถือว่าเราต่างคนต่างเมา และผมก็ไม่มีนิสัยชอบเอาเรื่องบนเตียงมาพูดพล่อยๆ ให้ใครฟังอยู่แล้ว สบายใจได้ครับท่านประธานผู้สูงส่ง คุณยังรักษาภาพลักษณ์สะอาดบริสุทธิ์ของคุณไว้ได้แน่นอน"
คินหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกจากตัวผู้บริหารหนุ่มจนอากาศรอบตัวแทบจะหนาทึบ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดร่างโปร่งของจินอย่างรวดเร็ว ชนิดที่จินไม่ทันได้ตั้งตัว แผ่นหลังของบาร์เทนเดอร์หนุ่มแนบสนิทไปกับกระจกใสเย็นเฉียบ ขณะที่คินโน้มตัวลงมาใช้แขนข้างหนึ่งยันกระจกไว้ กักขังร่างของเขาให้อยู่ในอาณัติ
กลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายตรงหน้าพุ่งปะทะจมูก จนจินต้องแอบกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวผิดจังหวะด้วยความตื่นตระหนกปนโมโห
"ปากเก่งดีนี่ครับ..." คินกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มแหบพร่าทำให้ขนอ่อนลุกชันขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ "แต่ปากดีๆ แบบนี้แหละ ที่มักจะสร้างปัญหาให้ตัวเองอยู่เรื่อย... คุณคิดว่าผมเรียกคุณมาที่นี่ เพราะกลัวภาพลักษณ์ของผมเสียหายอย่างนั้นเหรอ?"
"แล้วคุณต้องการอะไร?" จินเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย ถึงแม้ระยะห่างระหว่างใบหน้าตอนนี้จะเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนเขาสามารถมองเห็นขนตาดกหนาและนัยน์ตาสีเข้มที่สะท้อนเงาของตนเองอยู่ข้างในนั้น "ถ้าจะมาขู่หรือจะมาฟ้องร้องอะไร เชิญตามสบายเลยครับ ผมไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว"
"หึ... คนไม่มีอะไรจะเสีย มักจะน่าสนใจที่สุดเสมอ" คินแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ อย่างพินิจพิจารณา "ผมไม่ได้จะฟ้องคุณ และไม่ได้กลัวเรื่องไร้สาระพวกนั้น สิ่งที่ผมสนใจ... คือรอยแผลเป็นในใจของคุณต่างหากล่ะ จิน"
คำพูดนั้นราวกับลูกธนูที่พุ่งตรงเข้าปักกลางใจ จินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงชั่วขณะ ปมในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้อย่างมิดชิด ถูกสายตาคู่คมนี้มองทะลุปรุโปร่งได้อย่างไร?
"คุณ... พูดเรื่องบ้าอะไร" จินเสียงสะดุดไปเสี้ยววินาที แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาแข็งกร้าวเช่นเดิม "อย่ามาทำเป็นรู้ดีหน่อยเลย เราเพิ่งเจอกันแค่สองครั้ง!"
"สองครั้ง แต่ก็นานพอที่จะทำให้ผมรู้ว่า... ภายใต้เกราะป้องกันที่หนาเตอะและวาจาเชือดเฉือนของคุณ มันซ่อนความกลัวที่จะเริ่มต้นใหม่เอาไว้" คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย ทว่ายังคงความกดดันไว้อย่างเหนียวแน่น นิ้วเรียวแกร่งเอื้อมขึ้นมาสัมผัสปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของจินอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้จินสะดุ้งเฮือกและพยายามจะเบี่ยงหน้าหนี แต่ถูกมือใหญ่อีกข้างรวบเอวบางไว้แน่นจนขยับไปไหนไม่ได้
"ปล่อยนะ!" จินเริ่มดิ้นรน ขreความร้อนผ่าวแล่นริ้วไปทั่วใบหน้า ไม่ใช่เพราะความโกรธอย่างเดียว แต่มันคือความปั่นป่วนในช่องท้องที่ถูกปลุกเร้าด้วยสัมผัสจาบจ้วงนี้
"ข้อเสนอของผมง่ายมาก..." คินโน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกับแก้มเนียน "มาเป็นแฟนหลอกๆ ให้ผม... เพื่อแลกกับการที่ผมจะเคลียร์หนี้สินทั้งหมดที่คุณกำลังแบกรับอยู่ และ... เรื่องคืนนั้นจะถูกเก็บเป็นความลับตลอดกาล"
จินนิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึก สมองประมวลผลคำเสนอที่ราวกับหลุดออกมาจากนิยายน้ำเน่า แต่แววตาจริงจังและเด็ดเดี่ยวของคินบอกชัดเจนว่า... ผู้ชายคนนี้ไม่ได้พูดเล่น
"คุณบ้าไปแล้วหรือไง..." จินเค้นเสียงลอดไรฟัน หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก "คิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างรึไงวะ!"
"ไม่ได้ซื้อทุกอย่าง..." คินกระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ร้ายกาจและทรงเสน่ห์ที่สุดเท่าที่จินเคยเห็นมา "แต่ผมกำลังซื้อ 'เวลา' และ 'ความสนใจ' ของคุณต่างหาก... ว่าไงล่ะ จะรับข้อเสนอ หรือจะให้ผมพิสูจน์ให้คุณเห็นอีกรอบว่าคืนนั้นมันเร่าร้อนแค่ไหน?"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดของคนทั้งคู่ จินกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความอีโก้ของตัวเองกับข้อเสนอที่ปฏิเสธได้ยากยิ่ง ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบ ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
"คินคะ! ทำไมคุณถึงไม่รับสาย... อุ๊ย!"
เสียงแหลมสูงของหญิงสาวคนดังหยุดชะงักลงทันที พร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นท่านประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นกำลังกักขังบาร์เทนเดอร์หนุ่มหน้าตาดีไว้กับกระจกห้องทำงานในท่าทางที่ล่อแหลมสุดขีด
จินหันไปมองผู้มาใหม่ แล้วหันกลับมาสบตากับคินที่ใบหน้าเริ่มบึ้งตึงขึ้นมาทันที
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมในตอนนี้นะครับ
บันทึกลับทั่วไป: บทใหม่ของนาโนบอทมาสเตอร์ (654)•ตอนที่ 2
สัญญาฉบับตัวตึง
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกลับทั่วไป: บทใหม่ของนาโนบอทมาสเตอร์ (654) นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!