กลิ่นอายความอับชื้นของห้องใต้ดินผสมผสานกับกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในความมืด มีเพียงแสงไฟสีฟ้าเรืองรองจากหน้าต่างโฮโลแกรมของระบบที่สาดสะท้อนเข้ากับกรอบแว่นสายตาของผม
*“ลาก่อนนะ กันต์... ความลับของระบบน่ะ เก็บไว้ในหลุมศพของคุณเถอะ”*
ประโยคสุดท้ายนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงกระซิบจากยมทูตที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ผม—กันตพัฒน์ นักสืบผู้เชื่อมั่นในตรรกะและความเป็นเหตุเป็นผล กำลังยืนอยู่บนเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างความเป็นความตาย ร่างกายของผมสะบักสะบอมจากแรงระเบิดเมื่อครู่ แต่สิ่งที่เจ็บปวดกว่าบาดแผลภายนอก คือร่องรอยการทรยศหักหลังที่เพิ่งถูกเปิดเผยสดๆ ร้อนๆ
เบื้องหน้าของผม เศษซากของอุปกรณ์ควบคุมระบบหลักพังทลายลง ทว่า ท่ามกลางซากปรักหักพังนั้น แสงสีแดงฉานกลับเริ่มกะพริบถี่ขึ้น พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังระรัวในหัว
[ ติ๊ง! ตรวจพบความผิดปกติระดับวิกฤต ]
[ ระบบกำลังทำการซิงโครไนซ์ความทรงจำส่วนที่ถูกปิดผนึก... ]
[ เงื่อนไขการปลดล็อก: สำเร็จสิ้นสุด "ปมปริศนาแห่งปฐมบท" ]
[ กำลังดึงข้อมูล... 10%... 40%... 80%... 100% ]
พริบตา Anomaly ในห้วงความคิดก็ระเบิดออก ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เคยเลือนรางราวกับกลุ่มควันถูกกระชากให้กระจ่างชัดเจนขึ้นในหัวสมอง ภาพของห้องทดลองลับใต้ดิน ภาพของเด็กหนุ่มผู้มีดวงตาว่างเปล่า และ... ใบหน้าของผู้บงการตัวจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเงาสลัวมาตลอดหลายปี
"ที่แท้... แกก็คือคนคนนั้นสินะครับ" ผมพึมพำกับตัวเอง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อตระหนักได้ว่า ตัวหมากทุกตัวบนกระดานนี้ ไม่เคยมีใครหลุดพ้นจากฝ่ามือของมันเลยแม้แต่คนเดียว
เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลัง ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดเช่นนี้ มีเพียงคนเดียวที่มักจะปรากฏตัวในเวลาที่คาดไม่ถึงเสมอ
"กันต์ นายบาดเจ็บหนักนะ"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบแต่มั่นคงดังขึ้น สารวัตรคิมหันต์ก้าวผ่านซากปรักหักพังเข้ามาด้วยท่าทีสุขุม แม้ดวงตาคมกริบคู่นั้นจะพยายามซ่อนความกังวลเอาไว้ภายใต้ใบหน้าไร้อารมณ์ แต่ร่องรอยความร้อนรนยามที่เขากวาดสายตามองสำรวจบาดแผลตามร่างกายของผม กลับเป็นหลักฐานชั้นดีว่าเขากลัวแค่ไหนที่จะสูญเสียผมไป
ผมหันไปสบตากับเขา แว่นตาเลื่อนหลุดจากดั้งเล็กน้อยเนื่องจากแรงกระแทก "สารวัตร... คุณมาเร็วกว่าที่ผมคาดไว้นะครับ หรือว่า... คุณรู้อยู่แล้วตั้งแต่แรกว่าแผนการนี้คืออะไรกันแน่?"
คิมหันต์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นไหววับชั่วพริบตาก่อนจะกลับมานิ่งสนิทตามเดิม เขายื่นมือหนาออกมา หมายจะช่วยประคองผมให้ลุกขึ้น แต่กลับหยุดชะงักกลางคันเมื่อปลายนิ้วของเราเกือบจะสัมผัสกัน
"โลกใบนี้ไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ, กันต์" คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก ทอดสายตามองลึกลงไปในนัยน์ตาของผม "นายคิดว่านายกำลังไขปริศนาเพื่อหาความจริง แต่บางครั้ง... ความจริงที่นายตามหา อาจเป็นกุญแจที่ปลดปล่อยบางสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมออกมาระหว่างที่เรากำลังพูดคุยกันอยู่นี้ด้วยซ้ำ"
ประโยคกำกวมนั้นทำให้สมองส่วนวิเคราะห์ของผมทำงานอย่างบ้าคลั่ง
ทันใดนั้นเอง ประตูเหล็กกล้าทางด้านหลังก็ถูกระเบิดออกเป็นจุล!
ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับร่างของอาจารย์ลินิน อาจารย์สาวลึกลับผู้กุมความลับแห่งสคูลมหาเวท เธอก้าวเดินออกมาท่ามกลางกลุ่มควัน เสื้อคลุมสีเข้มสะบัดตามแรงลม แววตาของเธอไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับกำลังแย้มยิ้ม—รอยยิ้มที่ทำให้สันหลังของผมเย็นวาบ
"สายเกินไปแล้วล่ะค่ะ, คุณนักสืบ" อาจารย์ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและทรงอำนาจ ซึ่งผิดไปจากภาพลักษณ์อาจารย์สาวผู้ใจดีโดยสิ้นเชิง "ระบบปลดล็อกความทรงจำสมบูรณ์แบบแล้ว... และร่างต้นของ 'ผู้บงการ' ที่แท้จริง ก็ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลเลย"
เธอยกมือขึ้นชี้ตรงมาที่...
[ ติ๊ง! ตื่นตระหนก! ตรวจพบการเข้าถึงสิทธิ์การควบคุมระดับ SSS จากบุคคลปริศนา ]
[ คำเตือน: บอสใหญ่แห่งโลกใบนี้ ได้ลืมตาตื่นขึ้นแล้ว ณ เบื้องหน้าคุณ ]
[ สถานะปัจจุบัน: การเชื่อมต่อถูกตัดขาด... ขอให้โชคดี, กันตพัฒน์ ]
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาอันยาวนานนี้มาด้วยกัน และโปรดติดตามบทต่อไปอย่างใจจดใจจ่อด้วยนะครับ!
สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก•ตอนที่ 32
เบาะแสชิ้นสุดท้ายสู่ตัวบอสใหญ่
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!