“ตัดวงจรสีน้ำเงินเดี๋ยวนี้ กันต์! ถ้าขืนแกลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เราทุกคนที่นี่ได้กลายเป็นละอองเวทมนตร์ไปพร้อมกับหอคอยแห่งนี้แน่!”
เสียงตะคอกของสารวัตรคิมหันต์ดังแทรกผ่านเสียงหึ่งๆ ของกระแสไฟฟ้าเวทมนตร์ที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในอากาศ ฝ่ามือหนาของสารวัตรกดลงบนไหล่ของผมแน่นจนรู้สึกถึงแรงบีบที่แฝงไปด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด สายตาคมกริบของเขามิได้มองที่ตัวระเบิด แต่จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผม ราวกับจะถ่ายทอดความเชื่อมั่นทั้งหมดที่เขามีลงมาให้
ผมสูดหายใจลึก กลิ่นโอโซนและไอความร้อนจากอักขระโบราณที่ส่องแสงสีม่วงวาบอยู่ตรงหน้าทำให้เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มแผ่นหลัง ระบบเนตรตรรกะของผมกำลังทำงานหนักจนค่าพลังเวทในร่างกายลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว
[แจ้งเตือน: ตรวจพบวงจรเวทมนตร์ระดับสูง ความเสถียรลดลงเหลือ 4% โอกาสล้มเหลวในการกู้ระเบิด 98.6%]
“ผมรู้ครับสารวัตร... แต่ถ้าตัดผิดเส้นเดียว ผลลัพธ์มันไม่ใช่แค่ระเบิด แต่มันคือการทำลายล้างมิติในรัศมีร้อยเมตรเลยนะครับ” ผมพยายามบังคับมือไม่ให้สั่นขณะหยิบปากกาเลเซอร์วิเคราะห์โครงสร้างออกมา
“เชื่อมั่นในสิ่งที่แกเห็น” คิมหันต์ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนผมรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่แผ่ซ่านมาจากร่างกายของเขา “แกไม่ใช่คนที่ทำงานด้วยดวง แกทำงานด้วยตรรกะ... และฉันก็เชื่อในตรรกะของแก ยิ่งกว่าเชื่อสัญชาตญาณตัวเองเสียอีก”
ประโยคนั้นของสารวัตรเหมือนดั่งกระแสธารเย็นฉ่ำที่ชะโลมลงบนความลนลานในใจ ผมหลับตาลงเสี้ยววินาที ข้อมูลการไหลเวียนของมานาที่เห็นผ่านเลนส์ตรรกะถูกประมวลผลซ้ำอีกครั้ง จุดตัดสีน้ำเงินที่เขาสั่งให้ตัด... แท้จริงแล้วมันคือกับดัก หากตัดตามสัญชาตญาณปกติ กระแสมานาจะย้อนกลับเข้าสู่แกนกลางทันที
“มันไม่ใช่สีน้ำเงินครับสารวัตร...” ผมลืมตาขึ้น ดวงตาสีเข้มสั่นระริกด้วยความมุ่งมั่น “มันคือเส้นสีเงินที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานอักขระต่างหาก”
ในขณะที่ผมกำลังจะลงมือ อาจารย์ลินินที่ยืนคุมเชิงอยู่ตรงทางเข้าก็ส่งเสียงทักท้วงขึ้นมา น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงด้วยความกดดันที่ทำให้อากาศรอบตัวหนักอึ้งขึ้นไปอีกหลายเท่า
“กันต์... เธอแน่ใจนะว่านั่นคือเส้นแบ่งเขต ไม่ใช่เส้นดึงพลังงานสำรองของระบบป้องกันตัว? ถ้าเธอพลาด อาจารย์คงไม่สามารถดึงวิญญาณพวกเธอออกมาจากเศษเสี้ยวของมิติที่กำลังจะแตกสลายได้ทันหรอกนะ”
อาจารย์ลินินขยับผ้าคลุมยาวที่กรอมเท้า กลิ่นสมุนไพรเวทมนตร์จางๆ ลอยมาแตะจมูก เธอไม่ได้เข้ามาขัดขวาง แต่เธอกำลังรอ... รอให้ผมตัดสินใจด้วยตัวเอง บททดสอบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของพลัง แต่เป็นเรื่องของการก้าวข้ามขีดจำกัดความกล้าหาญ
ผมไม่ตอบ แต่เลือกที่จะตอบด้วยการกระทำ ปลายปากกาเลเซอร์แตะลงบนเส้นสีเงินที่สั่นระริกอย่างแผ่วเบา เสียงเตือนของระบบดังรัวในหัวราวกับจะระเบิดออกมา
[คำเตือน: กระแสมานาเข้าสู่สภาวะวิกฤต 00:10... 00:09...]
วินาทีนั้น ความคิดทุกอย่างในหัวผมดับวูบลง เหลือเพียงภาพเส้นทางเดินของพลังงานที่ผมต้องขีดเขียนให้ถูกต้อง ผมตวัดข้อมืออย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทุกจังหวะคือความเป็นความตาย ทุกการขยับคือการเดิมพันด้วยชีวิตของคนที่ผมห่วงใย
"ศูนย์!"
เสียงกริ่งเตือนหยุดลงกะทันหัน ความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมพื้นที่หอคอยไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียง 'คลิก' เล็กๆ จะดังขึ้นตามมาด้วยแสงสีทองที่ค่อยๆ จางหายไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นควันจางๆ ที่ลอยกรุ่นอยู่กลางห้อง
สารวัตรคิมหันต์ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก เขาหย่อนตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง มือที่กอดไหล่ผมไว้เมื่อครู่เปลี่ยนมาคว้าข้อมือผมไว้แน่น ผมสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่บ่งบอกถึงความโล่งใจอย่างที่สุด เขาสบตาผม สายตาที่เคยดุดันบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเอ็นดูและหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยอย่างหาได้ยาก
“แกทำได้... เจ้าเด็กแสบ” เขาพึมพำเบาๆ ก่อนจะดึงตัวผมเข้าไปกอดแน่นโดยไม่สนสายตาของอาจารย์ลินิน
“มันยังไม่จบครับสารวัตร...” ผมกระซิบขณะกอดตอบเขา ความรู้สึกโล่งใจยังไม่ทันได้ประมวลผล เสียงระบบที่ผมคุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนภารกิจทั่วไป มันเป็นเสียงที่ทำเอาหัวใจของผมแทบหยุดเต้น
[ระบบ: ตรวจพบร่องรอยการบิดเบือนของมิติระดับ SSS... สัญญาณชีพของ 'เจ้าของ' วัตถุนี้ถูกเปิดใช้งานแล้ว]
อาจารย์ลินินที่ยืนนิ่งมาตลอดจู่ๆ ก็เบิกตากว้าง เธอคว้าไม้เท้าวิเศษขึ้นมาตั้งท่าเตรียมพร้อมทันที “กันต์! ถอยออกมา! ไอ้ระเบิดนั่นเป็นแค่จุดล่อความสนใจ... ใครบางคนกำลังฉีกกระชากมิติเข้ามาที่นี่!”
ยังไม่ทันที่ผมจะตั้งตัว แรงดันมหาศาลก็กดทับลงมาจนพื้นหอคอยสั่นสะเทือน เสียงหัวเราะที่ฟังดูคุ้นหูอย่างน่าประหลาดดังขึ้นจากความว่างเปล่าเบื้องหน้า พร้อมกับมือสีดำสนิทที่ค่อยๆ ยื่นออกมาจากรอยแยกของมิติที่ฉีกขาดออกเป็นแผลเหวอะหวะ
ร่างนั้นก้าวออกมาจากความมืดมิด... ชายผู้มีใบหน้าเหมือนกับผมไม่มีผิดเพี้ยน แต่ดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงประกายของความอำมหิตที่สะท้อนเงาของความตาย
"หาตัวตั้งนาน... นักสืบตัวน้อย"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามร่วมลุ้นระทึกไปกับเหตุการณ์พลิกผันในครั้งนี้ด้วยกันนะครับ!
สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก•ตอนที่ 29
เวลาเหลือน้อยเต็มที [แจ้งเตือน: นับถอยหลังสู่ระเบิดเวท]
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!