สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก•ตอนที่ 11

คำชมที่ทำเอาใจเต้น

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
กลิ่นฉุนบางเบาของสมุนไพรต้มเคี่ยวและผงถ่านกัมมันต์ยังคงลอยอวลอยู่ในห้องใต้ดินของสถาบันวิจัยเวทมนตร์ กันต์ (กันตพัฒน์) ขยับกรอบแว่นสายตาขึ้นเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวยาวชุ่มเหงื่อกำลังคีบแผ่นกระดาษปา피รุสเก่าแก่ขึ้นมาส่องเทียบกับร่องรอยคราบสารเคมีบนโต๊ะไม้สักทอง เบื้องหน้าของเขามีหน้าต่างอินเทอร์เฟซโปร่งแสงสีฟ้าครามของ "ระบบวิเคราะห์อัจฉริยะ" ลอยนิ่ง แสดงผลอัตราส่วนผสมของตัวยาพิษที่เพิ่งถูกถอดรหัสออกมาอย่างแม่นยำ "โครงสร้างโมเลกุลของสารละลายนี้ซับซ้อนกว่าที่คาดไว้สามเท่า... หากไม่ได้ตำราพิษวิทยาโบราณที่อาจารย์ลินินทิ้งไว้ให้ เกรงว่าเราคงติดอยู่ที่ขั้นตอนการสกัดเรซินสีครามนี้ไปอีกหลายวันแน่ๆ ครับ" กันต์พึมพำกับตัวเองเบื้องหน้าโต๊ะทำงาน ขณะที่ในใจประเมินค่าความยากของคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในเขตเวทมนตร์ชั้นในไปด้วย ระบบในหัวส่งเสียงติ๊งเบาๆ พร้อมกับหน้าต่างเลเวลอัปที่กะพริบเตือนว่าค่าทักษะการสังเกตการณ์ของเขาเพิ่งทะยานผ่านขีดจำกัดระดับ 45 ไปหมาดๆ ทว่า ในจังหวะที่เขากำลังจะหยิบปากกาขนนกขึ้นมาจดบันทึกขั้นตอนสุดท้าย เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่นุ่มนวลก็ดังขึ้นที่กรอบประตูไม้โอ๊กที่เปิดแง้มไว้ สารวัตรคิมหันต์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดเครื่องแบบเต็มยศ สันกรามคมคายถูกอาบไล้ด้วยแสงไฟสีส้มอมเหลืองจากตะเกียงเวทมนตร์ ดวงตาคมกริบสีนิลกวาดมองสภาพห้องที่เต็มไปด้วยตำรากระจัดกระจายและอุปกรณ์ทดลอง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างโปร่งของนักสืบหนุ่มที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำงานอย่างสุดชีวิต "ดึกมากแล้วนะ... คุณกันต์" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ม2ีความอบอุ่นเจือจางซ่อนอยู่ภายใน คิมหันต์ไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ทันที แต่เลือกที่จะยืนพิงกรอบประตู กอดอกมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาที่สתิกร, ลึกซึ้ง และอ่อนโยนกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา สายตาคู่นั้นไม่ได้มองสำรวจหลักฐานหรือคดีความบนโต๊ะ แต่มันกำลังโฟกัสอยู่ที่ร่องรอยความเหนื่อยล้าบนใบหน้าของกันต์อย่างเงียบเชียบ กันต์ชะงักมือที่กำลังถือหลอดแก้วทดลอง เขาหันกลับไปสบตากับสารวัตรหนุ่มโดยไม่ทันตั้งตัว หัวใจเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างเขากับอีกฝ่ายนั้นใกล้กว่าที่คิด "อ๊ะ... สารวัตรคิมหันต์เองเหรอครับ ผมมัวแต่เพลินกับการวิเคราะห์สารพิษในจุดเกิดเหตุเมื่อช่วงหัวค่ำ เลยลืมดูเวลาไปเลยครับ" กันต์ส่งยิ้มแห้งๆ ให้ พร้อมกับขยับแว่นแก้เก้อ "ทางฝั่งกองปราบปรามสรุปผลการสอบปากคำพยานคนที่สามเรียบร้อยแล้วหรือครับ?" คิมหันต์ไม่ตอบคำถามเรื่องคดีทันที ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละก้าวอย่างมั่น1ม กลิ่นอายบุรุษเพศผสมผสานกับกลิ่นอายฝนจางๆ จากข้างนอกโชยเข้าแตะจมูกของกันต์ ทำให้บรรยากาศในห้องใต้ดินที่เคยอึมครึมกลับรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด สารวัตรหนุ่มหยุดยืนอยู่ด้านข้างโต๊ะ ห่างจากเก้าอี้ที่กันต์นั่งเพียงแค่เอื้อมมือ มือหนายื่นแก้วเซรามิกบรรจุน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งและมะนาวมาวางไว้ข้างๆ หลอดแก้วทดลองอย่างเบามือ "เรื่องสอบปากคำ... เอาไว้คุยกันพรุ่งนี้เช้าเถอะครับ ตอนนี้คุณควรพักสายตาได้แล้ว" คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงกว่าปกติหลายส่วน ดวงตาคมกริบเลื่อนลงมองผลงานบนโต๊ะของกันต์ บนแผ่นกระดาษปา피รุสมีลายมือระเบียบเรียบร้อย บันทึกขั้นตอนการสกัดสารพิษ การแยกประเภทธาตุ และสมการตรรกะที่ถูกคำนวณอย่างประณีตด้วยความรอบคอบขั้นสุดยอด ไม่มีช่องโหว่แม้แต่น้อย คิมหันต์กวาดสายตาอ่านบันทึกเหล่านั้นครู่หนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งถึงจะได้เห็นจากสารวัตรหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคร่งขรึมและเด็ดขาดในหน้าที่ "ผมเคยคิดมาตลอดนะ... ว่านักสืบเก่งๆ ในเมืองนี้คงมีแค่พวกที่มีประสบการณ์ทำงานมาค่อนชีวิต" คิมหันต์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มลึกก้องกังวานในความเงียบของห้องใต้ดิน เขาก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับสายตาเดียวกันกับกันต์ที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาส่อแววฉงนของนักสืบหนุ่ม "แต่พอได้มาเห็นวิธีที่คุณแกะรอย ค่อยๆ แกะปมทีละเปลาะด้วยความใจเย็นและตรรกะที่เฉียบคมแบบนี้... ผมถึงได้รู้ว่าตัวเองคิดผิดถนัด" กันต์กะพริบตาปริบๆ ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาที่พวงแก้มโดยไม่ทราบสาเหตุ "เอ่อ... สารวัตรหมายถึง..." "ผมกำลังชมคุณอยู่นะครับ... กันต์" คิมหันต์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนกันต์ได้กลิ่นหอมจางๆ ของโคโลญจน์บุรุษที่คุ้นเคย สารวัตรหนุ่มส่งยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความชื่นชมและประกายระยิบระยับในแววตาที่ยากจะหาได้จากยามปกติ "ฝีมือการวิเคราะห์ของคุณในวันนี้... มันยอดเยี่ยมอย่างไร้ที่ติจริงๆ คุณทำให้ผมทึ่ง... และก็... ทำให้ผมละสายตาไปไม่ได้เลยสักวินาทีเดียว" คำชมที่เอ่ยออกมาอย่างตรงไปตรงมาและจริงใจ ทำเอาสมองอันชาญฉลาดของนักสืบผู้ใช้ตรรกะประมวลผลแทบไม่ทัน หน้าต่างระบบวิเคราะห์อัจฉริยะที่เคยลอยเด่นอยู่เบื้องหน้าพลันพร่ามัวลงไปชั่วขณะ หัวใจในอกเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับฆาตกรต่อเนื่องในตรอกมืดเสียอีก กันต์อ้าปากค้างเล็กน้อย พยายามจะหาคำพูดตอบกลับเพื่อรักษามาดของนักสืบผู้สุขุม แต่ริมฝีปากกลับสั่นระริก ปลายนิ้วที่จับปากกาขนนกเกร็งแน่นจนแทบหัก "ระ... สารวัตรก็ชมผมเกินไปครับ ผมก็แค่ทำตามหน้าที่..." กันต์พยายามหลบสายตาคู่นั้นที่ร้อนแรงเสียจนเกือบจะละลายแววตาของเขาได้ แต่คิมหันต์กลับเอื้อมมือมาแตะเบาๆ ที่กรอบแว่นสายตาของเขา ปรับองศให้เข้าที่อย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่ามันจะหล่นลงมา "ไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อยครับ" คิมหันต์กระซิบเสียงแผ่วเบาข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงจัด "และผมก็ไม่ได้พูดในฐานะสารวัตร... แต่พูดในฐานะคนที่เฝ้ามองการเติบโตของคุณมาตลอด" ในจังหวะที่หัวใจของกันต์กำลังเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ และบรรยากาศระหว่างทั้งสองกำลังอบอวลไปด้วยความหวานล้ำเกินกว่าคดีฆาตกรรมใดๆ จะเทียบเคียง หน้าต่างระบบอินเทอร์เฟซสีฟ้าครามที่เคยเงียบหายไป ก็ดีดเด้งขึ้นมากลางอากาศด้วยแสงสีแดงฉานกะพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังสนั่นก้องกบาลจนทั้งคู่ต้องสะดุ้ง [แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS!] [ตรวจพบการบุกรุกพื้นที่เขตหวงห้ามชั้นใน: พลังงานมานากลุ่มหมอกสีดำปรากฏขึ้นที่ประตูทางเข้าสถาบันวิจัย!] [คำเตือน: เป้าหมายมิใช่สิ่งมีชีวิตทั่วไป... บุคคลจากอดีตที่ท่านคิดว่าเสียชีวิตไปแล้วกำลังก้าวเข้ามาประชิดตัว!] เสียงฝีเท้าหนักอึ้งดังก้องมาจากบันไดหินด้านนอก ราวกับมีใครบางคนกำลังลากโซ่ตรวนเหล็กกล้าเดินตรงดิ่งมายังห้องใต้ดินแห่งนี้อย่างช้าๆ... และมั่นคง ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาเคียงข้างกันมาจนถึงตอนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%