กลิ่นไออับชื้นของคราบน้ำยาเคมีผสมกับกลิ่นโลหะสนิมเขรอะในห้องใต้ดินของสถาบันเวทมนตร์ องศาความกดอากาศในห้องเวลานี้ต่ำเสียจนใครบางคนอาจเผลอคิดว่าออกซิเจนกำลังเจือจางลง แต่สำหรับกันต์แล้ว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่อากาศ แต่อยู่ที่ชายวัยกลางคนสวมแว่นกรอบทองที่กำลังพยายามซ่อนอาการมือสั่นอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่
"คุณกำลังบอกว่า บันทึกการเบิกจ่ายเวทมนตร์ระดับสามเมื่อคืนวาน เป็นเรื่องบังเอิญอย่างนั้นหรือครับ รองผู้อำนวยการมานิต"
เสียงทุ้มต่ำของกันต์ดังขึ้นอย่างราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง เขาไม่ได้ขยับตัวเข้าไปประชิด แต่นัยน์ตาภายใต้กรอบแว่นใสกลับฉายแสงวาบของระบบวิเคราะห์อัจฉริยะที่กำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลเบื้องหน้า
[ ติ๊ง! ตรวจพบความผิดปกติของคลื่นมานาในรัศมี 3 เมตร ]
[ ข้อมูลจำเพาะ: ผงแร่มานาสังเคราะห์เกรดต่ำชนิดเดียวกับที่พบในที่เกิดเหตุ ]
[ สถานะผู้ต้องสงสัย: อัตราการเต้นของหัวใจ 135 ครั้ง/นาที เหงื่อออก, ม่านตาขยาย ]
ข้อมูลจากเนตรตรรกะและระบบสะท้อนออกมาเป็นตัวเลขและกราฟสามมิติสีฟ้าจางๆ ลอยอยู่เหนือห้วงความคิดของกันต์ มันคือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ไม่ว่าผู้ต้องสงสัยจะปั้นหน้าปฏิเสธสักแค่ไหน ก็ไม่อาจลบล้างความจริงข้อนี้ได้
มานิตกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาหัวเราะแห้งๆ ออกมาพยายามกลบเกลื่อนความพิรุธ "คุณกันตพัฒน์... พูดจาอะไรไม่เข้าท่า นี่มันเขตหวงห้ามของสถาบันนะ คุณเป็นแค่นักสืบอิสระ มีสิทธิ์อะไรมา—"
"สิทธิ์ที่ผมมี มาจากความเงียบงันของหลักฐานชิ้นนี้ครับ"
กันต์ขยับกรอบแว่นเล็กน้อย ก่อนจะวางหลอดแก้วบรรจุผงมานาสีม่วงเข้มลงบนโต๊ะ เสียงกระทบของแก้วดัง "กริ๊ก" เบาๆ แต่กลับบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของคนฟัง
"ผงแร่มานาชนิดนี้ สกัดได้เฉพาะจากเตาหลอมเวทมนตร์ใต้ดินชั้นที่สี่ ซึ่งมีเพียงรองผู้อำนวยการและบุคลากรระดับบริหารเท่านั้นที่มีสิทธิ์ถือครองกุญแจเวท ยิ่งไปกว่านั้น..." กันต์เว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่กัดกินความมั่นใจของอีกฝ่าย "รอยนิ้วมือบนขวดโหลที่ถูกทิ้งไว้ใกล้จุดเกิดเหตุ มีร่องรอยของเวทมนตร์ธาตุดินสะสมอยู่ ซึ่งสอดคล้องกับคาถาสกัดธาตุประจำตัวของคุณเมื่อสัปดาห์ก่อนอย่างพอดิบพอดีครับ"
สีหน้าของมานิตซีดเผือดลงในพริบตา ความเย่อหยิ่งและท่าทีถือดีเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่ฉายชัดผ่านนัยน์ตา
ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ประตูเหล็กหนาหนักของห้องใต้ดินก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงโปรดักส์นายแบบในเครื่องแบบสารวัตรเต็มยศ สารวัตรคิมหันต์ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคง สายตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ภายในห้องแวบเดียวก่อนจะมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อยคล้ายรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง
"ดูท่าทาง... ผมคงมาทันดูตอนที่คุณกันต์ปิดคดีพอดีสินะครับ"
เสียงทุ้มกังวานของคิมหันต์เจือแววเอ็นดูและชื่นชมอย่างปิดไม่มิด แม้ในยามปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งเครียดเช่นนี้ สายตาของสารวัตรหนุ่มก็ยังอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของนักสืบหนุ่มผู้กำลังใช้ตรรกะเฉียบคมสยบผู้ต้องสงสัย
กันต์หันไปสบตากับคิมหันต์ครู่หนึ่ง เขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและความมั่นคงที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ข้างกาย แม้ทั้งคู่จะมีวิธีทำงานที่แตกต่างกันคนละขั้ว คนหนึ่งใช้กฎหมายและอำนาจรัฐ อีกคนใช้ตรรกะและระบบวิเคราะห์ แต่เมื่อประสานกันแล้ว กลับไม่มีช่องโหว่ใดเล็ดลอดไปได้เลย
"ขอบพระคุณที่มาสนับสนุนได้ทันเวลาพอดีครับสารวัตร" กันต์กล่าวด้วยรอยยิ้มบางเบา "หลักฐานมัดตัวระดับล่างชิ้นนี้เพียงพอที่จะออกหมายจับและสาวไปถึงเครือข่ายเบื้องหลังแล้วครับ"
คิมหันต์พยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะโบกมือให้ลูกน้องในสังกัดเข้ามาควบคุมตัวมานิตที่ทรุดฮวบลงกับพื้น ทว่าในวินาทีที่กุญแจมือเวทมนตร์กำลังจะล็อกข้อมือของผู้ต้องสงสัย บรรยากาศภายในห้องใต้ดินก็พลันบิดเบี้ยว อุณหติลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรหายากที่คุ้นเคยลอยล่องมาแตะจมูก พร้อมกับการปรากฏตัวของอาจารย์ลินิน อาจารย์สาวลึกลับก้าวออกมาจากเงานอกหน้าต่างด้วยท่าทีสง่างาม ราวกับกาลเวลาไม่ได้มีผลกระทบใดๆ ต่อตัวเธอเลย นัยน์ตาคู่สวยคมกริบมองตรงไปยังเศษผงมานาบนโต๊ะก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชวนให้ขนลุก
"อย่าเพิ่งชะล่าใจไปเด็กน้อย... สิ่งที่คุณเพิ่งเปิดโปงได้ มันเป็นแค่หางแถวของตัวหมากเท่านั้น"
กันต์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เนตรตรรกะในหัวเริ่มส่งเสียงเตือนภัยถี่รัว หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานปรากฏขึ้นตรงหน้าพร้อมเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อนในรอบปี
[ ⚠️ คำเตือนระบบ: ตรวจพบรหัสลับระดับ SSS เชื่อมโยงกับองค์กรเงา "สภาคราส" ]
[ ⚠️ แจ้งเตือนฉุกเฉิน: เป้าหมายที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การขโมยมานา แต่เป็นการปลุก "บางสิ่ง" ที่ถูกผนึกไว้ใต้สถาบันแห่งนี้ ]
[ ภารกิจลับระดับ SSS เริ่มต้นขึ้น: จงไขความลับเบื้องหลังผู้บงการที่แท้จริง ก่อนที่เสียงระฆังเที่ยงคืนจะดังขึ้น ]
ยังไม่ทันที่กันต์จะได้วิเคราะห์สถานการณ์เพิ่มเติม แสงสว่างวาบสีดำสนิทก็พวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นห้องใต้ดิน แรงสั่นสะเทือนระดับแผ่นดินไหวทำให้ผนังหินแตกร้าว เศษปูนร่วงกราวลงมาพร้อมกับเสียงคำรามก้องที่ดังก้องมาจากห้วงมิติอื่น—และที่น่าตกใจที่สุดคือ ร่างของมานิตที่ถูกควบคุมตัวอยู่ กลับสลายกลายเป็นควันสีดำก่อนจะรวมตัวกันใหม่กลายเป็นสัญลักษณ์ประหลาดกลางอากาศ
คิมหันต์ดึงร่างของกันต์เข้ามาชิดตัวตามสัญชาตญาณการปกป้อง พร้อมกับชักกระบี่เวทมนตร์ออกมาตั้งรับอย่างรวดเร็ว ส่วนอาจารย์ลินินยกมือขึ้นวาดวงเวทป้องกันสีทองอร่ามเพื่อกางอาณาเขต
และในความมืดมิดที่กำลังกลืนกินทุกสิ่ง เสียงกระซิบเยือกเย็นอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างหูของกันต์ ราวกับผู้บงการกำลังยืนอยู่ใกล้แค่เอื้อม
"ยินดีต้อนรับสู่เกมจริง... คุณนักสืบ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาเคียงข้างกันมาจนถึงตอนนี้นะครับ!
สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก•ตอนที่ 10
เปิดโปงผู้ต้องสงสัยคนแรก
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!