"หมอบลง! กันต์ อย่าเพิ่งขยับ!"
เสียงทุ้มต่ำของสารวัตรคิมหันต์ดังขึ้นพร้อมกับการกระชากแขนผมให้หลบหลังแท่งเสาหินเก่าแก่ กลิ่นอายความชื้นและไอเย็นยะเยือกของหมอกประหลาดที่จู่ๆ ก็โถมเข้าปกคลุมพื้นที่โรงเก็บของร้างแห่งนี้กำลังกัดกินประสาทสัมผัสของผมจนแทบใช้งานไม่ได้
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบไอพลังงานเวทมนตร์ระดับอันตรายขั้นสูง ความหนาแน่นของหมอกอยู่ในระดับ 'กลืนกินจิตวิญญาณ' โปรดระวัง!]
หน้าต่างโฮโลแกรมสีแดงฉานเด้งขึ้นมาตรงหน้า พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนที่ดังถี่รัวจนผมต้องขมวดคิ้ว ผมมองผ่านแว่นวิเคราะห์ตรรกะที่เริ่มสั่นไหว มันพยายามจะจำแนกโครงสร้างของสิ่งที่กำลังเคลื่อนที่อยู่เบื้องหน้า แต่ทว่าภาพที่เห็นกลับเป็นเพียงกลุ่มก้อนเงาดำที่บิดเบี้ยว ไร้รูปทรงที่แน่ชัด
"สารวัตรครับ" ผมกระซิบพลางหันไปมองคนข้างกาย คิมหันต์ในชุดสูทสีเข้มเปรอะไปด้วยคราบฝุ่นจากการต่อสู้เมื่อครู่ นัยน์ตาของเขายังคงจดจ้องไปที่ความว่างเปล่าเบื้องหน้าด้วยความระแวดระวัง มือขวาของเขากุมด้ามปืนที่อาบไปด้วยอักขระเวทสีทอง "ระบบแจ้งว่ามันไม่ใช่แค่มอนสเตอร์ทั่วไป แต่มันคือ 'พิทักษ์พยาน' ที่ถูกสร้างขึ้นจากความทรงจำที่ถูกลบไปแล้ว"
คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ สายตาที่เขามองผมนอกจากจะมีความเคร่งขรึมของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ยังแฝงความห่วงใยที่ผมมักจะแปลความหมายไม่ค่อยถูกอยู่เสมอ "ความทรงจำที่ถูกลบงั้นเหรอ... ถึงว่าทำไมพวกเราถึงแทบมองไม่เห็นตัวมันเลย เหมือนมันมีกลไกอำพรางที่สะท้อนความคิดของพวกเรากลับมาเอง"
เขากระชับปืนในมือแน่นก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น จนไหล่ของเราแนบชิดกัน "กันต์ ฟังผมนะ ไม่ว่ามันจะพุ่งเข้ามาทางไหน ให้เชื่อในสิ่งที่แว่นของคุณบอก อย่าเชื่อสัญชาตญาณ... เพราะความทรงจำของมนุษย์มันหลอกตัวเองได้เสมอ แต่ตรรกะไม่มีวันโกหก"
คำพูดของเขาทำให้ใจผมเต้นผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความเชื่อใจที่เขามอบให้มันหนักแน่นราวกับภูเขาหิน ผมสูดหายใจลึก พลังเนตรตรรกะเริ่มทำงานผสานกับระบบประมวลผล สลับโหมดวิเคราะห์เป็น 'โหมดกรองภาพลวงตา'
*วินาทีนั้นเอง...*
เสียงขูดขีดของกรงเล็บเหล็กกับพื้นคอนกรีตดังขึ้นจากทางด้านซ้าย!
"ไปทางขวา!" ผมตะโกนลั่นพร้อมกับกระโดดแยกตัวออกไป คิมหันต์ตอบสนองทันทีโดยไม่ต้องถามซ้ำ เขาสไลด์ตัวไปอีกฝั่งก่อนจะลั่นไกปืน กระสุนอักขระระเบิดออกเป็นแสงสว่างวาบ เผยให้เห็นเงาของอสุรกายรูปร่างคล้ายเสือที่มีเกล็ดเป็นกระจกเงา มันคือ 'เงาพิทักษ์' ที่มีใบหน้ากึ่งมนุษย์กึ่งปีศาจ แต่น่าแปลกที่ดวงตาของมัน... กลับเป็นดวงตาคู่เดียวกับพยานที่เรากำลังตามหา
"มันกินตัวตนของพยานเข้าไป!" ผมร้องเตือนพลางร่ายเวทป้องกันรอบตัว
คิมหันต์พุ่งตัวเข้าไปปะทะกับมันด้วยดาบสั้นที่เสกออกมาจากตราประจำตำแหน่ง แรงปะทะทำให้เกิดคลื่นกระแทกจนฝุ่นหมอกกระจายตัว การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ผมทำหน้าที่เป็นหน่วยสนับสนุน คอยวิเคราะห์จุดอ่อนผ่านเลนส์แว่น
[ตรวจพบจุดอ่อน: แกนกลางของเงาสะท้อนอยู่บริเวณหัวใจ ต้องทำการโจมตีซ้ำในตำแหน่งเดิมด้วยกระแสเวทที่ต่างขั้ว!]
"สารวัตร! เล็งที่หัวใจ! ต้องใช้เวทน้ำแข็งสลับกับไฟฟ้า!"
คิมหันต์ไม่ได้ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขาเปลี่ยนกระสุนด้วยความชำนาญ พลังเวทสีฟ้าครามประทุขึ้นที่ปลายกระบอกปืน "กันต์! เบี่ยงเบนความสนใจให้ผมที!"
ผมกัดฟันกรอด รวบรวมพลังเวททั้งหมดที่มีในระบบสร้าง 'ภาพลวงตาซ้อนทับ' ขึ้นมาห้าชุดร่างแยกของผมวิ่งกระจายไปคนละทิศทาง อสุรกายตัวนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง มันสับสนกับเป้าหมายที่แท้จริง และนั่นคือโอกาสเดียวที่คิมหันต์รออยู่
เปรี้ยง!
กระสุนเวทพุ่งทะลุผ่านเกล็ดกระจกเข้าที่อกซ้ายของมันอย่างแม่นยำ เสียงหวีดร้องโหยหวนดังสะท้อนก้องไปทั่วโกดัง ร่างของอสุรกายเริ่มแตกสลายกลายเป็นละอองสีเทา ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบสงัดลงเหลือเพียงเสียงหอบหายใจของพวกเราสองคน
คิมหันต์ทรุดตัวลงพิงกำแพง เขาปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมก่อนจะสบตาผมด้วยแววตาที่อ่อนลง "เก่งมาก กันตพัฒน์... วันนี้ถ้าไม่มีคุณ ผมคงพลาดท่าไปแล้ว"
"หน้าที่ของนักสืบก็คือการหาความจริงครับ สารวัตร" ผมตอบพลางเดินเข้าไปใกล้ หวังจะช่วยพยุงเขาขึ้น แต่ทว่า... แว่นตาของผมกลับสั่นสะท้านอย่างรุนแรงอีกครั้ง
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบระดับพลังงานปริศนาที่ไม่ได้อยู่ในแผนที่... กำลังเคลื่อนที่เข้าใกล้ตำแหน่งเป้าหมายในระยะ 5 เมตร!]
ผมหยุดชะงัก มือที่กำลังจะเอื้อมไปหาคิมหันต์ค้างกลางอากาศ เมื่อความเย็นเยียบประหลาดพุ่งผ่านกระดูกสันหลัง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ไม่ได้มาเพียงลำพังเริ่มดังขึ้นจากความมืดด้านหลังคิมหันต์
"พวกคุณทำได้ดีมากนะ ที่จัดการสุนัขเฝ้าบ้านของฉันได้..."
เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างหนึ่งที่ก้าวออกมาจากเงามืดของเสาต้นเดิม เงาร่างนั้นสวมเสื้อคลุมสีเทาปิดบังใบหน้า แต่สิ่งที่ทำให้ผมใจหายวาบ คือกลิ่นอายเวทมนตร์ที่คุ้นเคยอย่างประหลาด... กลิ่นอายของอาจารย์ลินินที่ผมไม่ควรพบที่นี่
คิมหันต์พยายามยันกายลุกขึ้น แววตาของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความระแวงถึงขีดสุด เขาขยับมาบังผมไว้ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ "คุณเป็นใคร... และทำไมถึงมีไอเวทของสคูลมหาเวท?"
บุคคลปริศนาค่อยๆ ลดฮู้ดลงเผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้ผมแทบหยุดหายใจ... มันคือใบหน้าของผมเอง... ใบหน้าที่แก่กว่า แววตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง และรอยยิ้มที่เหมือนกับกำลังมองดูผมเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดาน
"ถึงเวลาที่นายต้องรู้อดีตของตัวเองแล้วนะ กันต์... ความจริงที่ 'เขา' ซ่อนไว้จากนายมาตลอด"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและลุ้นระทึกไปกับพวกเราเสมอนะครับ!
สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก•ตอนที่ 25
การต่อสู้ในหมอกหนา
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!