สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก•ตอนที่ 6

เควสต์เสริม: ค้นหาวัตถุดิบปริศนา

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
"ถ้าคุณยังเดินเร็วกว่านี้อีกแค่ก้าวเดียว ผมคงต้องคิดว่าสารวัตรกำลังวิ่งหนีความจริงบางอย่างแล้วล่ะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสมุดโบราณใต้ดิน กลิ่นอับชื้นของกระดาษหนังแท้และผงยาจีนโบราณลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ กันต์ (กันตพัฒน์) ขยับกรอบแว่นสายตาบนสันจมูกเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบสะท้อนแสงเรืองรองสีฟ้าจางๆ จากหน้าต่างโปร่งใสของระบบที่ลอยเคว้งคว้างอยู่เบื้องหน้า เบื้องหน้าของเขาคือชั้นหนังสือสูงตระหง่านที่ทอดยาวจนลับสายตา สารวัตรคิมหันต์หยุดฝีเท้าลงทันทีเมื่อได้ยินคำแซوนั้น ชายหนุ่มในชุดสูทเข้ารูปดูภูมิฐานแต่เปื้อนฝุ่นจากการเดินทางหันกลับมามองนักสืบหนุ่ม ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วหนาฉายแววระคนระอาและขันขื่นในคราวเดียวกัน "ผมไม่ได้หนีความจริงหรอก กันต์... ผมแค่กำลังสำรวจว่าคุณจะเดินตามผมทันหรือเปล่าต่างหาก" คิมหันต์ตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ กลับมายืนเคียงข้าง ร่างสูงใหญ่ของนายตำรวจหนุ่มสร้างความรู้สึกปลอดภัยและกดดันในเวลาเดียวกันสำหรับพื้นที่ปิดตายเช่นนี้ [ติ๊ง! ตรวจพบตัวละครเป้าหมาย "สารวัตรคิมหันต์" อยู่ในรัศมีประชิด 50 เซนติเมตร] [ระบบวิเคราะห์อัจฉริยะประเมิน: อัตราการเต้นของหัวใจของเป้าหมายสูงกว่าปกติ 15% ความสนใจในตัวผู้ใช้พุ่งทะยานสู่ระดับสูงสุด 99.8%] กันต์กะพริบตากลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ หน้าต่างระบบก็ขยันรายงานข้อมูลไร้สาระในยามคับขันเช่นนี้ เขารีบปัดหน้าต่างสีฟ้าทิ้งด้วยปลายนิ้ว ก่อนจะหันไปสนใจโต๊ะทำงานไม้โอ๊คโบราณที่มีคัมภีร์เปิดค้างไว้ หน้ากระดาษเก่าคร่ำคร่าปรากฏอักขระเวทมนตร์เรืองแสงสีทองคำขาว ซึ่งเป็นเบาะแสชิ้นสำคัญที่อาจารย์ลินินเคยทิ้งไว้ให้ก่อนที่เธอจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย "ดูเหมือนว่าเราไม่ได้มาเสียเที่ยวนะครับ สารวัตร" กันต์ใช้นิ้วมือสวมถุงมือหนังสีขาวแตะลงบนขอบกระดาษอย่างระมัดระวัง "บันทึกของอาจารย์ลินินระบุไว้ชัดเจนว่า 'วัตถุดิบปริศนา' ที่เราตามหา ไม่ได้มีตัวตนอยู่บนโลกมนุษย์ธรรมดา แต่มันซ่อนอยู่รอยต่อระหว่างมิติของสคูลมหาเวทแห่งนี้" คิมหันต์โน้มตัวลงมาใกล้จนไหล่กว้างแทบจะแนบชิดกับกันต์ ลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างใบหูของนักสืบหนุ่มทำเอาสติที่กำลังรวบรวมตรรกะแทบจะกระเจิดกระเจิง สายตาของสารวัตรหนุ่มไม่ได้มองตัวหนังสือบนหน้ากระดาษเลยสักนิด แต่กลับจ้องมองใบหน้าด้านข้างของกันต์ที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำงานด้วยความลุ่มหลง "รอยต่อระหว่างมิติ..." คิมหันต์ทวนคำ เสียงกระซิบนั้นต่ำพร่าจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ "ถ้าอันตรายนัก ทำไมคุณถึงไม่ยอมให้ผมจัดการเรื่องนี้คนเดียวตั้งแต่แรกกันต์? ทำไมต้องเอาตัวเองเข้ามาเสี่ยงในสถานที่ที่แม้แต่เวทมนตร์ก็ยังบิดเบี้ยวแบบนี้ด้วย?" กันต์หันขวับกลับมาสบตา ประชิดจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีนิ่งขรึมนั้นอย่างชัดเจน รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนมุมปากของนักสืบหนุ่ม "เพราะถ้าผมให้คุณลุยเดี่ยว สารวัตรคงใช้กำลังแก้ปัญหาทุกอย่างแทนที่จะใช้สมองเหมือนผมนะสิครับ... อีกอย่าง ข้อมูลในระบบของผมบอกว่า เควสต์เสริมชิ้นนี้ จำเป็นต้องอาศัย 'ค่าความเชื่อใจ' ระหว่างเราสองคนในการปลดล็อกประตูมิติขั้นถัดไป" คำว่า 'ค่าความเชื่อใจ' ทำเอาคิมหันต์ชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะปรากฏให้เห็น และมันมีอานุภาพมากพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวอุ่นขึ้นได้อย่างประหลาด "ถ้าอย่างนั้น... เราต้องทำยังไงถึงจะเพิ่มค่าความเชื่อใจที่ว่านั่นให้ถึงขีดสุดล่ะครับ, คุณนักสืบ?" คิมหันต์ถามเสียงพร่า ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของกันต์ ราวกับจะค้นหาคำตอบที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแว่นตาคู่นั้น [ประกาศจากระบบ: ตรวจพบเงื่อนไขลับ 'ภารกิจคู่หูเชื่อมจิต' ถูกเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ] [คำเตือน: ผู้ใช้และเป้าหมายต้องประสานพลังจิตและทักษะเฉพาะตัวเพื่อเปิดประตูมิติภายใน 180 วินาที มิฉะนั้นมิติจะปิดตายและดูดกลืนทั้งคู่สู่ห้วงนิทรานิรันดร์] เสียงเตือนสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นในห้วงความคิด พร้อมกับพื้นห้องสมุดใต้ดินที่เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หนังสือบนชั้นลอยหวือราวกับมีพายุหมุนขนาดย่อมก่อตัวขึ้นตรงกลางห้อง อักขระเวทบนโต๊ะทำงานระเบิดแสงสว่างจ้าจนแสบตา กันต์หน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อความตาย แต่เป็นเพราะเงื่อนไขของภารกิจที่ระบบเพิ่งประกาศออกมา มันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก... "สารวัตรครับ... จับมือผมไว้แน่นๆ นะครับ!" กันต์ตะโกนแข่งกับเสียงคำรามกึกก้องของมิติที่กำลังฉีกขาด คิมหันต์ไม่รอช้า ฝ่ามือหนาและอบอุ่นคว้ามือเรียวของกันต์ไว้แน่นกระชับ ราวกับจะบอกว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาจะไม่มีวันปล่อยมือคู่นี้เด็ดขาด แรงกดดันมหาศาลจากพลังงานเวทพวยพุ่งเข้าใส่ร่างของทั้งสองคนจนสติเริ่มพร่าเลือน ทว่าในวินาทีที่แสงสีขาวสว่างจ้ากลืนกินทุกสิ่งจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้วของตัวเองนั้น... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลังพวกเขา พร้อมกับเสียงกระซิบเย็นเยียบที่ดังผ่านความโกลาหลเข้ามาในโสตประสาท เป็นเสียงที่กันต์และคิมหันต์ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินในสถานที่ปิดตายแห่งนี้ "หาตั้งนาน... ที่แท้ก็แอบมาสวีทกันอยู่ในหลุมศพของบรรพชนนี่เองนะ แม่มดน้อยกับเจ้าหนูนักสืบ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาเคียงข้างกันมาจนถึงตอนนี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%