กลิ่นอายจางๆ ของสมุนไพรตากแห้งและน้ำมันสนคละคลุ้งอบอวลอยู่ภายในห้องปรุงยาใต้ดินของสคูลมหาเวท เสียงเดือดปุดๆ ของของเหลวสีครามในหม้อทองแดงขนาดใหญ่ดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ สะท้อนกับผนังหินศิลาแลงที่ชื้นแฉะเล็กน้อย ท่ามกลางแสงสว่างสีนวลจากผลึกมานานับร้อยเม็ดที่ฝังอยู่บนเพดาน
กันต์ (กันตพัฒน์) ขยับกรอบแว่นสายตาบนสันจมูกเล็กน้อย ดวงตาคู่คมหลังเลนส์กำลังจดจ่ออยู่กับร่องรอยเขม่าควันสีดำจางๆ บนพื้นหินหน้าโต๊ะทำงานของอาจารย์ลินิน ร่องรอยเหล่านี้ไม่ใช่ฝุ่นผงธรรมดา แต่มีละอองพลังงานเวทมนตร์ธาตุมืดตกค้างอยู่ ซึ่งระบบวิเคราะห์อัจฉริยะในหัวของเขากำลังประมวลผลอย่างเงียบเชียบ
[ ตรวจพบร่องรอยพลังงานระดับสูง: "ผงธุลีเงาทมิฬ" ]
[ สถานะ: กำลังวิเคราะห์โครงสร้างโมเลกุล... (ความคืบหน้า 78%) ]
[ คำเตือน: ประสาทสัมผัสทางสายตาของผู้ใช้ใกล้ถึงขีดจำกัดการรับภาระ โปรดระมัดระวังการใช้เนตรตรรกะติดต่อกันเกินกำหนด ]
ตัวอักษรสีฟ้าใสปรากฏขึ้นและกระพริบเตือนเบาๆ ในครรลองสายตาของกันต์ ทำให้เขาต้องหลับตาลงชั่วขณะเพื่อบรรเทาอาการปวดแปล๊บที่ขมับขวา การไขปริศนาคดีลักลอบนำเข้าศิลาเวทต้องห้ามในช่วงสามวันที่ผ่านมาสูบพลังงานชีวิตและสมาธิของเขาไปไม่น้อย แม้เขาจะมีระบบเลเวลอัปคอยช่วยเหลือ แต่ร่างกายเนื้อมนุษย์ก็ยังคงมีขีดจำกัด
"ถ้ายังฝืนใช้เนตรตรรกะเพ่งมองร่องรอยพวกนั้นต่ออีกแค่สวินาทีเดียว เส้นประสาทตาของเธอคงได้ตีบตันจนต้องนอนซมบนเตียงพยาบาลไปสัปดาห์หนึ่งเต็มๆ แน่ครับ คุณนักสืบ"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้นจากมุมห้อง อาจารย์ลินินก้าวเท้าออกมาจากม่านเงาสลัว ร่างระหงในชุดคลุมยาวสีม่วงเข้มขยับเข้ามาใกล้ พร้อมกับส่งกลิ่นหอมเย็นสดชื่นของดอกจันทร์กระจ่างที่มักจะช่วยให้จิตใจสงบลงเสมอ นางถือขวดแก้วคริสตัลเจียระไนขนาดเล็กบรรจุของเหลวสีเขียวมรกตใสแจ๋วเอาไว้ในมือเรียว
กันต์ลืมตาขึ้นมองอาจารย์สาวผู้กุมความลับของสคูล เขายิ้มรับบางๆ อย่างสุภาพตามวิสัยทัศน์ของสุภาพบุรุษ "ผมเกรงว่าถ้าไม่รีบแกะรอยละอองนี้ คนร้ายอาจจะเคลื่อนย้ายหลักฐานชุดต่อไปหนีไปไกลเกินกว่าจะตามทันแล้วนะครับ อาจารย์ลินิน"
"หลักฐานน่ะวิ่งหนีไปไหนไม่ได้หรอกครับ ถ้าผู้ล่ารู้ว่าควรจะมองหา ‘อย่างไร’ ไม่ใช่แค่ ‘ที่ไหน’" อาจารย์ลินินวางขวดคริสตัลลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดังทึบเบาๆ นางปัดปอยผมสีเงินยวงที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มออกอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเลื่อนขวดนั้นมาตรงหน้ากันต์ "นี่คือยาระงับประสาทและกระตุ้นการมองเห็นเบาะแสขั้นสูง... ฉันใช้เวลาเคี่ยวสมุนไพรหายากสามชนิดจากเขตแดนต้องห้ามตลอดคืนที่ผ่านมา เพื่อเธอโดยเฉพาะเลยนะ"
กันต์ก้มลงมองขวดแก้วตรงหน้าด้วยความสนใจ ระบบวิเคราะห์อัจฉริยะรีบทำงานทันทีเพื่อตรวจสอบส่วนผสม
[ ตรวจพบไอเทมระดับพิเศษ: "โอสถเนตรทิพย์จันทร์กระจ่าง" (Moonlight Revelation Elixir) ]
[ คุณสมบัติ: เพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นร่องรอยเวทมนตร์และเบาะแสที่ซ่อนอยู่ 300% เป็นเวลา 60 นาที พร้อมฟื้นฟูความเหนื่อยล้าของระบบประสาทตาในทันที ]
[ ข้อควรระวัง: ระหว่างออกฤทธิ์ ผู้ใช้จะมองเห็นมิติซ้อนทับของพลังงานรอบตัวอย่างชัดเจน ห้ามใช้ในบริเวณที่มีความหนาแน่นของมานาสูงเกินพิกัด ]
"นี่มัน... ยาเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นระดับสูงเลยนี่ครับ" กันต์เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีนิลคู่สวยที่ฉายแววเป็นห่วงอยู่ลึกๆ "ผมเกรงใจอาจารย์เหลือเกินครับที่ต้องมารบกวนเรื่องส่วนตัวแบบนี้"
"อย่าคิดมากไปเลยครับ กันต์" ลินินแย้มรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ดวงตาของนางพราวระยับด้วยประกายความเอ็นดู "ในสคูลแห่งนี้ มีเพียงเธอเท่านั้นที่มีสิทธิ์ไขปริศนาที่ซับซ้อนเหล่านี้... อีกอย่าง ฉันไม่อยากเห็นสารวัตรคิมหันต์ต้องมาเดินวนเวียนทำหน้าเคร่งเครียดอยู่หน้าห้องปรุงยาของฉันทุกครั้งที่เธอเป็นลมล้มพับไปหรอกนะ"
คำพูดหยอกเย้าของอาจารย์สาวทำให้กันต์ชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏร่องรอยความฉงนระคนประหม่า เขาเผลอขยับกรอบแว่นโดยอัตโนมัติ "สารวัตรคิมหันต์... มาหาผมที่นี่อีกแล้วอย่างนั้นหรือครับ?"
"ก็ใช่น่ะสิครับ" เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยดังแทรกขึ้นจากประตูทางเข้าห้องปรุงยาที่เปิดแง้มไว้ ร่างสูงโปร่งในเครื่องแบบสารวัตรสีเข้มก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบ สารวัตรคิมหันต์ยืนกอดอกพิงกรอบประตู สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสำรวจกันต์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรวดเร็ว ราวกับกำลังสแกนหาบาดแผลหรือร่องรอยความอ่อนล้า "ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าอย่าหักโหมจนเกินพอดี คุณไม่ใช่ยอดมนุษย์นะ กันตพัฒน์"
กันต์หันไปสบตากับสารวัตรหนุ่มผู้เป็นทั้งคู่คิดและคู่ปรับในคดีต่างๆ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่ริมฝีปากของนักสืบหนุ่ม "สวัสดีครับสารวัตร... ดูเหมือนว่าข่าวสารในสคูลนี้จะรวดเร็วกว่าที่ผมคิดเสียอีกนะครับ"
"ไม่ใช่ข่าวสารหรอกครับ แต่เป็นสัญชาตญาณ" คิมหันต์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นอายความอบอุ่นและกดดันเล็กน้อยแผ่ออกมาจากตัวของสารวัตรหนุ่ม เขายื่นมือหนาออกไปแตะเบาๆ ที่ข้อศอกของกันต์เพื่อเช็กอุณหภูมิร่างกาย "ดื่มยานั่นซะ ถ้าคุณยังดื้อรั้นทำงานต่อทั้งที่ร่างกายไม่พร้อม ผมคงต้องใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะเจ้าพนักงานควบคุมความปลอดภัย สั่งพักงานคุณเป็นเวลาสามวันจริงๆ ด้วย"
ลินินหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างชอบใจ นางผายมือไปยังขวดคริสตัลบนโต๊ะ "เห็นไหมครับ? สารวัตรเขาพูดจริงทำจริงนะ กันต์ รีบรับน้ำใจจากฉันแล้วดื่มมันซะเถอะ เวลาของพวกเรามีจำกัด"
กันต์พยักหน้ารับด้วยความจำยอม เขาหยิบขวดโอสถสีเขียวมรกตขึ้นมาเปิดจุกไม้คอร์ก กลิ่นหอมเย็นซ่าพุ่งเข้าจมูกทันที ชวนให้รู้สึกปลอดโปร่งราวกับยืนอยู่ท่ามกลางสายหมอกยามรุ่งอรุณบนยอดเขา เขาไม่รอช้า ยกขวดขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดหยด
ทันทีที่ของเหลวไหลผ่านลำคอ ความรู้สึกเย็นวาบก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ราวกับมีกระแสธารใสสะอาดไหลเวียนผ่านเส้นเลือดฝอยทั่วศีรษะ ความปวดแปล๊บที่ขมับหายวับไปในพริบตา ดวงตาทั้งสองข้างร้อนผ่าวขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่โลกตรงหน้าจะเปลี่ยนแปลกไปอย่างสิ้นเชิง
[ ระบบแจ้งเตือน: ผู้ใช้ได้รับสถานะ "เนตรทิพย์จันทร์กระจ่าง" สำเร็จ ]
[ ระดับการมองเห็นเบาะแส: สูงสุด (SSS) ]
เมื่อกันต์กราบสายตากลับมามองที่พื้นห้องอีกครั้ง เขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง มิติรอบตัวไม่ได้เป็นเพียงแค่ห้องปรุงยาทึบทึบอีกต่อไปแล้ว แต่ละอองพลังงานเวทมนตร์สีม่วงเข้มของ "ผงธุลีเงาทมิฬ" ที่เคยจางหายไป กลับสว่างวาบขึ้นเป็นเส้นทางเดินแสงที่ทอดยาวผ่านประตูทะลุออกไปสู่อุโมงค์ใต้ดินฝั่งทิศตะวันตกอย่างชัดเจน ไม่เพียงเท่านั้น... เขายังมองเห็นรอยเท้าพลังงานจางๆ ที่ลอยตัวอยู่เหนือพื้นหิน ซึ่งบ่งบอกน้ำหนัก ส่วนสูง และแม้กระทั่งทิศทางการหลบหนีของผู้ต้องสงสัยได้อย่างแม่นยำรา과กับมีภาพสามมิติจำลองขึ้นมา
"เหลือเชื่อ..." กันต์พึมพำออกมาเบาๆ ด้วยความทึ่ง
"เห็นอะไรบ้างล่ะครับ คุณนักสืบ?" คิมหันต์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนไหล่ของทั้งคู่แทบจะแนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นๆ ของสารวัตรหนุ่มปะทะเข้ากับต้นคอของกันต์เบาๆ ทำให้สติที่กำลังจดจ่ออยู่กับการไขคดีเกือบจะหลุดลอยไปชั่วขณะ
กันต์หันไปสบตากับสารวัตรคิมหันต์ในระยะประชิด ดวงตาของเขาเปล่งประกายระยิบระยับด้วยฤทธิ์ยา "ผมเห็นเส้นทางหลบหนีของคนร้ายแล้วครับสารวัตร... มันไม่ได้หนีไปไหนไกล แต่มันกำลังมุ่งหน้าไปยังห้องสมุดต้องห้ามชั้นใต้ดินใต้ตึกอำนวยการ"
สารวัตรคิมหันต์หรี่ตามองรอยยิ้มมั่นใจของกันต์ มุมปากหนายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น "ถ้าอย่างนั้น... ในฐานะคู่หูของคุณ ผมคงต้องขออนุญาตเดินนำหน้าเพื่อเปิดทางให้คุณหน่อยแล้วล่ะครับ"
ทว่า ก่อนที่ทั้งสองคนจะได้ก้าวเท้าออกจากห้องปรุงยา เสียงฝีมือเร่งรีบและเสียงหอบหายใจของยามรักษาความปลอดภัยคนหนึ่งก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับร่างของยามหนุ่มที่พุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมมและหวาดกลัวสุดขีด
"ท่านสารวัตร! คุณกันต์! แย่แล้วครับ...!" ยามหนุ่มละล่ำละลักพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ที่... ที่ห้องสมุดต้องห้าม... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!"
กันต์และคิมหันต์สบตากันทันทีโดยไม่ต้องนัดหมาย สัญชาตญาณนักสืบเตือนภัยขึ้นพร้อมกันอย่างรุนแรง
"เกิดอะไรขึ้น ตั้งสติแล้วพูดให้ชัดเจนครับ" คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจและเยือกเย็น
ยามหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะชี้มือสั่นเทาไปทางทิศทางเดียวกับที่เส้นทางแสงของกันต์ทอดยาวไป "ประตูลับใต้หอสมุด... ถูกเปิดออกด้วยกุญแจเวทระดับมาสเตอร์... และตอนนี้ ร่างของอธิการบดี... กำลังนอนหมดสติอยู่กลางกองอักขระต้องห้าม... พร้อมกับ... พร้อมกับเงาปริศนาที่กำลังลุกขึ้นยืนจากความมืดครับ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและลุ้นระทึกไปกับพวกเราเสมอนะครับ!
สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก•ตอนที่ 15
ยาระงับประสาทของอาจารย์ลินิน
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!