เสียงกระดาษรายงานคุณภาพสูงที่ถูกฟาดลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงวิจัยเวทมนตร์ชั้นสาม กลิ่นอายของกระดาษโบราณผสมผสานกับน้ำยาปรุงยาจางๆ ลอยอบอวล แต่มันกลับถูกกลบด้วยบรรยากาศตึงเครียดที่ถูกจงใจสร้างขึ้นจากกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง
"นี่น่ะหรือผลงานของเด็กใหม่ที่ท่านอาจารย์ลินินออกปากชม นักสืบผู้ยิ่งใหญ่ผู้ไขคดีปริศนาในหอคอยแห่งกาลเวลา... ช่างน่าผิดหวังเสียจริงนะrครับ"
น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้นจากชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง เรือนผมสีเงินตัดแต่งอย่างประณีต ดวงตาสีฟ้าคมกริบจ้องมองมาที่ผมด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เคลือบยาพิษ ไคโร หัวหน้ากลุ่มนักเรียนอัจฉริยะประจำภาควิชาเวทมนตร์ชั้นสูงกำลังยืนกอดอก มองลงมาที่ผมจากมุมสูงเพื่อกดดันตามจิตวิทยาขั้นพื้นฐาน
ผม—กันตพัฒน์ หรือที่ใครหลายคนเรียกสั้นๆ ว่ากันต์—เพียงแค่ปัดเศษฝุ่นที่เกาะอยู่บนปกเสื้อแจ็คเก็ตสีเข้มของตนเองอย่างเชื่องช้า แว่นตากรอบเงินบนสันจมูกสะท้อนแสงไฟจากคሪสตัลเวทมนตร์บนเพดานวابวาบ ผมไม่ได้แสดงอาการโกรธเคือง หรือแม้แต่จะขมวดคิ้วให้เสียบุคลิก เพราะในสายตาของเนตรตรรกะที่กำลังทำงานอย่างเงียบเชียบในสมอง การกระทำของไคโรในตอนนี้ไม่ได้สะท้อนถึงความเหนือกว่าเลยแม้แต่น้อย หากแต่เป็นเสียงคำรามของสุนัขที่กำลังหวาดกลัวอาณาเขตของตัวเองถูกแย่งชิงต่างหาก
[ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมกำลังทำงาน...]
[เป้าหมาย: ไคโร (สถานะ: วิตกกังวล, ขาดความมั่นคงทางอารมณ์, พยายามปกป้องศักดิ์ศรี)]
[ระดับความเป็นภัยคุกคาม: 1.4% (ต่ำกว่ามาตรฐานความปลอดภัย)]
เสียงแจ้งเตือนจางๆ ของระบบปรากฏขึ้นในห้วงความคิด พร้อมกับข้อมูลสถิติคะแนนผลงานของไคโรในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาที่ไหลผ่านเข้ามาในหัวอย่างเป็นระบบ ทำให้ผมยิ้มรับความพยายามของเขาในใจอย่างสุภาพ
"ถ้าการบ้านหรือรายงานชิ้นนี้มันแย่ขนาดที่ทำให้คุณต้องเสียเวลาเดินมาถึงโต๊ะของผม..." ผมเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างนิ่งสงบ น้ำเสียงราบเรียบแต่ชัดถ้อยชัดคำ "ผมคงต้องแนะนำให้คุณไปปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษาเรื่องทักษะการบริหารเวลาและจิตวิทยาขั้นพื้นฐานเสียใหม่นะครับ การเอาเวลาอันมีค่าของนักเรียนแถวหน้ามาจ้องจับผิดงานของคนอื่นแบบนี้ อาจเป็นสาเหตุให้อันดับคะแนนรวมประจำเดือนของคุณร่วงลงไปอยู่นอกกลุ่มท็อปเท็นได้นะrครับ"
บรรยากาศรอบข้างที่เคยส่งเสียงซุบซิบเงียบกริบลงทันที บรรดานักเรียนที่มุงดูเหตุการณ์ต่างสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ไคโรถึงกับชะงัก รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าแข็งค้าง ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึงว่าเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามาไม่นานจะกล้าตอบโต้ด้วยเหตุผลที่เชือดเฉือนโดยไม่ต้องใช้คำหยาบคายเลยแม้แต่คำเดียว
"แก... แกหมายความว่ายังไง!" ไคโรขยับตัวเข้าใกล้ เผลอยกมือขึ้นเพื่อจะปัดรายงานบนโต๊ะทิ้งด้วยความโมโห
"ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างไรเป็นพิเศษหรอกครับ" ผมขยับแว่นเล็กน้อย หลบมุมมือของเขาอย่างนิ่มนวลโดยไม่จำเป็นต้องถอยหลัง "ผมแค่ใช้ตรรกะง่ายๆ ตามข้อมูลสถิติที่ประกาศบอร์ดกลางเมื่อวานนี้ คะแนนวิชาปรุงยาของคุณห่างจากอันดับสี่เพียงแค่สามคะแนน และถ้าคุณยังเอาเวลามาเล่นเกมจิตวิทยากับผมตรงนี้ แทนที่จะเอาไปทบทวนตำราหน้าเจ็ดสิบเอ็ดที่คุณทำคะแนนได้แย่ที่สุดในแบบทดสอบย่อย... ผมเกรงว่าเกียรติบัตรนักเรียนดีเด่นที่คุณอุตส่าห์สะสมมา อาจจะหลุดลอยไปอยู่ในมือคนอื่นจริงๆ นะครับ"
คำพูดทุกคำถูกร้อยเรียงด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและสุภาพราวกับกำลังตักเตือนรุ่นน้องด้วยความหวังดี แต่มันกลับแม่นยำราวน과의ดคมที่กรีดลงกลางแผลสด ไคโรหน้าซีดเผือดลงถนัดตา เขากัดฟันกรอด มือที่กำเข้าหากันสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโกรธผสมความอับอายที่ถูกมองทะลุปรุโปร่งต่อหน้าสักขีพยานนับสิบ
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่าการปะทะด้วยคารม กลิ่นอายอันเย็นเยียบและทรงพลังก็แผ่ซ่านเข้ามาในห้องโถง แรงกดดันระดับสูงที่คุ้นเคยทำให้ทุกคนในรัศมีสิบเมตรต้องยืนตัวตรงโดยอัตโนมัติ
"ดูเหมือนว่าห้องวิจัยของฉันจะกลายเป็นเวทีประลองฝีปากไปเสียแล้วสิครับ... หรือว่าพวกเธอว่างกันมากจนไม่มีงานวิจัยต้องส่งในสัปดาห์นี้?"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากทางประตูกระจก สารวัตรคิมหันต์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดเครื่องแบบเต็มยศ สันกรามคมคายและดวงตาสีดำสนิทกวาดมองกลุ่มนักเรียนที่ยืนล้อมโต๊ะด้วยสายตานิ่งขรึม ทว่าเมื่อสายตาคู่นั้นเคลื่อนมาหยุดอยู่ที่ผม มันกลับอ่อนแสงลงวบหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่เขาจะปรายตามองไคโรด้วยความเย็นชาที่ทำให้อีกฝ่ายต้องรีบถอยหลังกรูด
"ท่าน... ท่านสารวัตรคิมหันต์" ไคโรละล่ำละลักทำความเคารพด้วยความเกรงกลัว "พวกเราแค่... แค่มาทักทายรุ่นน้องตามประสาครับ"
"ทักทายด้วยการคุกคามพื้นที่ส่วนตัวและสร้างความวุ่นวายในเขตหวงห้ามอย่างนั้นหรือ?" สารวัตรคิมหันต์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนไคโรไม่กล้าสบตา "ถ้าว่างมากนัก ไปวิ่งรอบสนามเวทมนตร์สักหรอบสิบ สติของพวกเธอจะได้กลับมาทำงานได้ดีกว่าการมายืนหาเรื่องคนอื่นแบบนี้... แยกย้ายซะ!"
สิ้นคำสั่งเด็ดขาด กลุ่มของไคโรก็รีบก้มหัวแล้วสลายตัวหนีหายไปจากห้องโถงอย่างรวดเร็วราวกับฝูงนกที่ตกใจกลัวเสียงปืน เหลือเพียงผมที่ยังคงยืนจัดระเบียบกระดาษบนโต๊ะให้เข้าที่อย่างใจเย็น
สารวัตรคิมหันต์เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะของผม กลิ่นอายบุรุษเพศที่สะอาดและเป็นเอกลักษณ์ลอยมาแตะจมูก เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาหยิบรายงานแผ่นที่เกือบจะถูกปัดตกเมื่อครู่ขึ้นมาดูผ่านๆ
"นายเนี่ยนะ... ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ก็มักจะมีเรื่องให้คนอื่นเขาหมั่นไส้ได้ตลอดเวลาเลยสินะครับ" สารวัตรหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือความระอาแกมเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด
"ผมเปล่าหาเรื่องก่อนสักหน่อยนี่ครับสารวัตร" ผมเงยหน้าขึ้นสบตาพร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ให้ "ผมแค่ตอบคำถามตามหลักเหตุและผล เพื่อไม่ให้เสียเวลาอันมีค่าของพวกเขาเท่านั้นเองครับ"
สารวัตรคิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เขายื่นมือมาขยี้ผมของผมเบาๆ อย่างคุ้นมือ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มักจะเกิดขึ้นเฉพาะเวลาที่เราอยู่กันสองคน ก่อนที่ใบหน้าคมคายนั้นจะเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมลงเมื่อเขาโน้มตัวกระซิบเบาๆ ใกล้ใบหู
"อย่าเพิ่งประมาทไป... คนที่ส่งไคโรมาลองเชิงนายในวันนี้ ไม่ใช่แค่นักเรียนอัจฉริยะธรรมดา แต่มีเบื้องหลังเชื่อมโยงกับกลุ่มนักเล่นแร่แปรธาตุใต้ดินที่เรากำลังตามหาอยู่ และตอนนี้..."
สารวัตรชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีดำคมกริบมองเลยผ่านไหล่ผมไปยังหน้าต่างบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับหอคอยทิศเหนือ ซึ่งบัดนี้กลุ่มควันสีดำประหลาดกำลังพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในยามวิกาล
"...ระบบรักษาความปลอดภัยของหอคอยวิจัยชั้นสูงสุดเพิ่งถูกแฮก และเป้าหมายที่พวกมันต้องการตัวจริงๆ ไม่ใช่รายงานวิชาการชิ้นนี้... แต่มันคือ *'เนตรตรรกะ'* ที่อยู่ในตัวนายต่างหากล่ะครับ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและลุ้นระทึกไปกับพวกเราเสมอนะครับ!
สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก•ตอนที่ 14
การต้อนรับที่ไม่ค่อยเป็นมิตร
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!