สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก•ตอนที่ 18

สารวัตรมาตรวจพื้นที่เกิดเหตุอีกครั้ง

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
กลิ่นฉุนของน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นอับชื้นของอาคารเรียนเก่าในยามวิกาลไม่ใช่บรรยากาศที่น่ารื่นรมย์นัก สำหรับกันต์แล้ว สถานที่แห่งนี้ในเวลานี้เปรียบเสมือนกระดานหมากรุกที่ตัวหมากทุกตัวถูกเดินจนมุม เหลือเพียงการตัดสินใจครั้งสุดท้ายที่จะพลิกกระดานหรือปล่อยให้เกมนี้พังทลายลง นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือสีขาวยกขึ้นดันกรอบแว่นสายตาให้กระชับเข้าที่ เลนส์ใสสะท้อนแสงไฟฉายวับวาว ขณะที่ดวงตาคู่คมกวาดมองคราบสารเคมีสีแปลกประหลาดที่กระเซ็นอยู่บนพื้นกระเบื้องยาง ร่องรอยการต่อสู้นี้ถูกปกปิดอย่างแนบเนียนด้วยความพยายามของใครบางคน แต่สำหรับ “เนตรตรรกะ” ที่กำลังทำงานอย่างหนักหน่วงในหัวสมองของเขาทุกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ล้วนบอกเล่าเรื่องราวที่แตกต่างออกไป [ติ๊ง! ตรวจพบร่องรอยพลังเวทมนตร์ระดับกลางตกค้าง: ธาตุดินผสมพิษ (ความบริสุทธิ์ 78%)] [ระบบวิเคราะห์อัจฉริยะ ทำการประเมินเบาะแส: คราบสารเคมีนี้ตรงกับสูตรปรุงยาในตำราต้องห้ามของหอสมุดมหาเวทเขตตะวันตก] เสียงแจ้งเตือนจากระบบราบเรียบแต่ชัดเจนในโสตประสาท กันต์หรี่ตาลงเล็กน้อย บันทึกข้อมูลทั้งหมดลงในความทรงจำอย่างเป็นระบบ เขากำลังจะก้าวเท้าเข้าไปสำรวจมุมอับของห้องวิทยาศาสตร์เพื่อหาหลักฐานชิ้นสำคัญ แต่เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน "ขยันเกินไปหน่อยไหมครับ นักสืบตัวน้อย" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่นิดๆ แต่แฝงไว้ด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิดดังมาจากทางประตูห้อง กันต์ชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองก็พบกับร่างสูงโปรดักชันนาย مدل ของสารวัตรคิมหันต์ในชุดนอกเครื่องแบบ—เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำสนิทที่ขับให้ไหล่กว้างดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น ดวงตาคมกราบกวาดมองสำรวจรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของกันต์ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านยาก "ผมไม่ได้ขยันครับสารวัตร แต่ความจริงมันรอไม่ได้ต่างหาก" กันต์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามรักษาอาการใจเต้นรำคาญใจที่มักจะเกิดขึ้นทุกครั้งเวลาที่อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ในระยะประชิดแบบนี้ "อีกอย่าง การที่สารวัตรมาปรากฏตัวที่นี่ในยามวิกาลอย่างเป็นทางการ... คงไม่ใช่เพราะผ่านมาแถวนี้หรอกนะครับ" คิมหันต์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มนุ่มจนน่าประหลาด ขายาวก้าวเข้ามาในห้องทีละก้าวอย่างมั่นคง ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนกันต์ได้กลิ่นบุรุษจางๆ ผสมกับกลิ่นฝนยามค่ำคืน "ทางอธิการบดีเพิ่งอนุมัติคำร้องขอเข้าสนับสนุนคดีในพื้นที่โรงเรียนอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงหัวค่ำนี่เองครับ... และในฐานะผู้รับผิดชอบคดีโดยตรง ผมมีสิทธิ์เต็มที่ในการ 'ประกบ' และ 'คุ้มครอง' พยานปากสำคัญอย่างคุณ" คำว่า 'คุ้มครอง' ถูกเน้นเสียงด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า ทว่าแววตาคมกริบของสารวัตรหนุ่มกลับจริงจังและสำรวจตรวจตรากันต์ตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังเช็คว่าอีกฝ่ายมีรอยขีดข่วนตรงไหนหรือเปล่า กันต์ถอนหายใจเบาๆ ปัดป้องความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอกด้วยการเบนสายตากลับไปที่กองเอกสารบนโต๊ะทดลอง "ตามสบายเลยครับ ถ้าสารวัตรคิดว่าการมาเดินเล่นในสถานที่เกิดเหตุมันช่วยให้คดีคืบหน้า... เชิญหยิบจับอะไรก็ได้ตามใจชอบ แต่เตือนไว้ก่อนนะว่ารอยนิ้วมือแฝงตรงขอบหน้าต่างนั้น ผมจองไว้ตรวจสอบเอง" คิมหันต์ไม่ได้สนใจคำเตือนนั้นเท่าไรนัก สายตาของเขาไม่ได้มองหน้าต่าง หรือแม้แต่คราบสารเคมีบนพื้น แต่กลับจดจ้องอยู่ที่กรอบแว่นและเส้นผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการทำงานหนักของกันต์ "คุณนี่นะ... ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ชอบเอาตัวเองมาเสี่ยงอันตรายอยู่เรื่อย อาจารย์ลินินคงไม่ได้สอนให้คุณลุยเดี่ยวในที่มืดแบบนี้หรอกใช่ไหมครับ?" "อาจารย์ลินินสอนให้ผมใช้สมองมากกว่ากำลังต่างหากครับ" กันต์โต้กลับทันควัน ดวงตาสท้อนประกายความดื้อรั้นเล็กน้อย "และการที่ผมอยู่ที่นี่ ก็เพราะผมคำนวณแล้วว่าความน่าจะเป็นที่คนร้ายจะกลับมาเก็บกวาดหลักฐานในคืนนี้มีสูงถึง 82.4%..." พรึบ! จู่ๆ ไฟนีออนกะพริบไหวสองสามครั้งก่อนจะดับวูบลงสนิท ความมืดมิดเข้ากลืนกินห้องวิทยาศาสตร์กว้างใหญ่ในเสี้ยววินาที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบจนขนลุกซู่ กลิ่นอับชื้นจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมหวานฉุนกึกของดอกไม้ป่าที่ผลิบานในยามราตรี—กลิ่นอายเวทมนตร์อันเป็นเอกลักษณ์ของคดีนี้ [ติ๊ง! คำเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบการเคลื่อนไหวของพลังงานภายนอกอาคาร จำนวน 3 จุด กำลังมุ่งหน้ามายังห้องนี้!] [ระบบแนะนำ: ถอยร่นหรือเตรียมพร้อมรับมือทันที] ในความมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้แต่ฝ่ามือของตัวเอง มืออุ่นจัดของใครบางคนก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของกันต์อย่างรวดเร็วและแม่นยำแรงบีบนั้นหนักแน่นพอที่จะฉุดให้กันต์ถอยหลังไปชนเข้ากับแผงอกกว้างของอีกฝ่ายที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ "ระวังตัวด้วยครับ" เสียงกระซิบกระชับดังอยู่ชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนปะัดผ่านผิวแก้มจนกันต์รู้สึกวูบวาบอย่างประหลาด ทว่าในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ความตื่นตัวของนักสืบทำให้เขาสลัดความรู้สึกฟุ้งซ่านทิ้งไปในพริบตา นิ้วมืออีกข้างของกันต์กระชับด้ามมีดเวทมนตร์ที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทแน่น ตึง! เสียงหน้าต่างกระจกด้านหลังห้องแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเงาดำทมิฬร่างหนึ่งที่พุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูงเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะทำได้! คิมหันต์ไม่รอช้า มือข้างที่ว่างตวัดชักปืนพกติดอาคมประจำตัวออกมาอย่างรวดเร็ว แสงสีฟ้าวาบขึ้นจากปากกระบอกปืนส่องสว่างให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยและดวงตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารของสารวัตรหนุ่มผู้เยือกเย็น แต่ทว่า... เงาดำนั้นไม่ได้พุ่งเข้าใส่พวกเขา กลับพุ่งเลยไปที่ตู้เก็บสารเคมีด้านหลัง และสิ่งที่ทำให้กันต์ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนลมหายใจสะดุด ก็คือเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังมาจากเงาดำร่างนั้น *“พวกแกมาช้าไปก้าวหนึ่ง... ของสิ่งนั้น ไม่อยู่ที่นี่แล้ว”* ร่างเงาดำสลายกลายเป็นควันสีม่วงเข้มในพริบตา พร้อมกันนั้น หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานของระบบก็เด้งขึ้นตรงหน้ากันต์อย่างกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือน [ติ๊ง! ตรวจพบความผิดพลาดระดับร้ายแรง: เบาะแสหลักถูกทำลาย] [คำเตือนจากระบบ: ผู้บงการที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในโรงเรียนแห่งนี้... แต่มันกำลังยืนอยู่ *ข้างหลัง* สารวัตรคิมหันต์ในขณะนี้!] หัวใจของกันต์กระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นสู่สันหลังเมื่อเขาเงยหน้าสบตากับคิมหันต์ที่ยืนบังร่างเขาอยู่ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... เสียงกระซิบแหบพร่าเย็นเยียบก็ดังขึ้นจากด้านหลังของสารวัตรหนุ่ม โดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำ *“เจอตัวสักทีนะ... ท่านสารวัตร”* ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและลุ้นระทึกไปกับพวกเราเสมอนะครับ!
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%