"เขม่าคาร์บอนผสมผงซิลเวอร์สโตนเกรดต่ำ... ร่องรอยการใช้งานเวทมนตร์ธาตุไฟแบบเร่งปฏิกิริยาในพื้นที่ปิดทึบแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะคนร้ายโง่เขลาจนเกินเยียวยา ก็คงจงใจทิ้งลายเซ็นไว้ท้าทายกฎหมายบ้านเมืองเต็มทีสินะครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือด้วยความระvอกระเวนของความคิดวิเคราะห์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องเก็บของใต้ดิน อาคารวิจัยเวทมนตร์โบราณ กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ตัดกับแสงสีฟ้าเรืองรองที่สะท้อนผ่านกรอบแว่นทรงเหลี่ยมหนาของผม—กันต์ หรือกันตพัฒน์ นักสืบหนุ่มผู้พึ่งพาระบบเนตรตรรกะในการไขปริศนาคดีปริศนาที่ตำรวจเวทมนตร์ไขไม่ออก
นิ้วเรียวยาวดันกรอบแว่นขึ้นเล็กน้อยตามความเคยชิน ขณะที่สายตาคู่คมกวาดมองไปทั่วพื้นผิวโต๊ะไม้ผุกร่อนตรงหน้า สำหรับคนทั่วไป มันก็แค่คราบฝุ่นหนาเตอะที่เกิดจากการทิ้งร้างมานานหลายปี แต่สำหรับ 'เนตรตรรกะ' ของระบบแล้ว ทุกอณูของฝุ่นละอองที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นกำลังบอกเล่าเรื่องราวเหตุการณ์เมื่อสามชั่วโมงก่อน ราวกับภาพยนตร์สามมิติที่ถูกเล่นซ้ำอย่างช้าๆ
[ติ๊ง! ตรวจพบร่องรอยพลังงานเวทมนตร์ระดับ 3: ความเข้มข้น 42% - ชี้เป้า: คาถาเคลื่อนย้ายพิกัดระยะสั้น]
เสียงแจ้งเตือนราบเรียบจากระบบดังขึ้นในโสตประสาท พร้อมกับเส้นแสงสีทองจางๆ ที่ลากโยงใยเป็นโครงข่ายสามมิติเชื่อมโยงจากจุดที่ผมยืนอยู่ไปยังมุมมืดด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของห้อง
"นายกำลังคิดอะไรอยู่กันต์ สีหน้าแบบนั้น... แสดงว่าเจอเบาะแสสำคัญแล้วสินะครับ"
น้ำเสียงทุ้มกังวานแต่ราบเรียบดึงสติผมให้หลุดออกจากภวังค์ เมื่อหันกลับไปก็พบกับสารวัตรคิมหันต์ สารวัตรหนุ่มฝีมือดีแห่งกองปราบปรามเวทมนตร์ เขายืนกอดอกพิงกรอบประตู ร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบเต็มยศดูโดดเด่นท่ามกลางความมืดมัวของห้องใต้ดิน ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นไม่ได้มองไปที่ร่องรอยบนโต๊ะเลยสักนิด... เขากำลังมองสำรวจผม ตั้งแต่เส้นผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการก้มๆ เงยๆ ไปจนถึงปลายนิ้วที่เปื้อนฝุ่น
ความใส่ใจที่มากเกินกว่าหน้าที่ของนายตำรวจระดับสารวัตร มักจะทำให้ผมรู้สึกประหม่าในบางครั้ง โดยเฉพาะเวลาที่เขาส่งยิ้มมุมปากแบบนั้นมาให้
"ครับ สารวัตรคิมหันต์" ผมตอบรับด้วยน้ำเสียงสุภาพตามเคย พร้อมกับเบี่ยงตัวเล็กน้อยเพื่อให้เขาเห็นโครงข่ายแสงสีทองที่ระบบประมวลผลขึ้นมา "คนร้ายไม่ได้แค่มารื้อค้นเอกสารวิจัยลับของอาจารย์ลินิน แต่พวกเขากำลังพยายามลบร่องรอยการใช้ 'คาถาเงาสะท้อน' ซึ่งเป็นเวทมนตร์โบราณที่สูญหายไปจากสารบบของสคูลมหาเวทเมื่อร้อยปีก่อนครับ"
สารวัตรคิมหันต์ก้าวเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนได้กลิ่นจางๆ ของโคโลญจน์กลิ่นไม้สนผสมกับความเย็นเยียบของยามค่ำคืน เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อยเพื่อมองตามแนวเส้นแสงที่ผมชี้ สายตาของเขาเฉียบคมขึ้นทันทีเมื่อเข้าสู่โหมดสืบสวน
"คาถาเงาสะท้อนงั้นเหรอ..." สารวัตรคิมหันต์พึมพำ น้ำเสียงทุ้มต่ำน่าฟัง "เวทมนตร์ประเภทนี้ต้องใช้พลังจิตมหาศาลและผู้ร่ายที่มีระดับพลังเวทไม่ต่ำกว่าขั้นอัศวินเวทมนตร์... นักศึกษาฝึกหัดทั่วไปไม่มีทางทำได้แน่นอน ถ้าอย่างนั้น เบาะแสนี้กำลังชี้ไปยังกลุ่มสมาคมลับที่อาจารย์ลินินเคยยื่นเรื่องตรวจสอบเมื่อเดือนก่อนสินะครับ"
"ถูกต้องครับครึ่งหนึ่ง..." ผมตอบพลางย่อตัวลงใช้แว่นขยายส่องดูเศษละอองเรณูสีม่วงที่ติดอยู่กับขาโต๊ะ "แต่อีกครึ่งหนึ่ง... คนร้ายไม่ได้ใช้แค่พลังเวทมนตร์ครับ สารวัตรลองดูนี่สิครับ"
ผมหยิบแหนบโลหะขึ้นมาคีบเอาเศษวัตถุชิ้นเล็กจิ๋วเท่าหัวเข็มหมุดขึ้นมา มันคือเกล็ดโลหะสีดำสนิทที่มีความเงางามประหลาด ทันทีที่มันกระทบกับแสงไฟฉาย ผิวของเกล็ดโลหะก็เปล่งประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด
[ติ๊ง! วิเคราะห์วัตถุแปลกปลอมสำเร็จ: 'เศษเกล็ดโลหะจากเกราะมังกรนิลกาฬ' - สถานะ: ห้ามซื้อขายครอบครองในอาณาจักรเวทมนตร์ - ระดับความอันตราย: S]
เสียงระบบรายงานข้อมูลทำเอาผมต้องชะงักไปชั่วขณะ โลหะมังกรนิลกาฬ... วัสดุหายากที่ใช้สร้างยุทโธปกรณ์ของหน่วยรบพิเศษแห่งราชสำนัก หรือไม่ก็... กองกำลังเงาของตระกูลขุนนางใหญ่ที่กุมอำนาจเบื้องหลังสคูลมหาเวทแห่งนี้
"เกล็ดโลหะชิ้นนี้..." สารวัตรคิมหันต์หรี่ตาลง รังสีความกดดันแผ่ออกจากร่างของเขาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที "มาจากคลังแสงหลวง... กันต์ นายรู้ตัวไหมว่ากำลังขุดคุ้ยเรื่องที่อันตรายถึงชีวิตเข้าให้แล้ว"
"ผมรู้ตัวดีครับสารวัตร" ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับนัยน์ตาสีนิลคู่นั้น แว่นตาหนาเคลือบสะท้อนแสงไฟวับวาว "แต่ในฐานะนักสืบ การปล่อยให้ความจริงถูกฝังกลบใต้กองฝุ่น เป็นสิ่งที่ผมยอมรับไม่ได้ครับ... อีกอย่าง ผมไม่ได้สืบเรื่องนี้คนเดียวเสียหน่อย เรายังมีอาจารย์ลินินที่กุมกุญแจสำคัญดอกสุดท้ายรอเราอยู่ที่ห้องปรุงยาไม่ใช่หรือครับ"
รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนมุมปากของสารวัตรคิมหันต์ เขาเอื้อมมือมาขยี้ผมของผมเบาๆ อย่างถือวิสาสะ ท่าทีที่สนิทสนมเกินกว่าความสัมพันธ์ทางคดีทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบไปหนึ่งจังหวะอย่างไม่รักดี
"นั่นสินะครับ... นายเนี่ยนะ ชอบหาเรื่องใส่ตัวอยู่เรื่อย" สารวัตรถอนหายใจเบาๆ แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเอ็นดูที่ปิดไม่มิด "งั้นก็รีบไปกันเถอะ ก่อนที่ 'แขกไม่速เชิญ' คนอื่นจะมาถึงก่อนเรา"
ผมพยักหน้ารับเตรียมเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋าเสื้อคลุม แต่ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของผมจะแตะลงบนซิปกระเป๋า ระบบเนตรตรรกะที่เงียบไปก็ส่งเสียงแจ้งเตือนแหลมสูงขึ้นมาอย่างกะทันหันจนน่ากลัว
[แจ้งเตือนด่วนระดับ SSS! ตรวจพบคลื่นพลังงานเวทมนตร์ไม่ทราบฝ่ายกำลังพุ่งตรงมาด้วยความเร็วสูง - พิกัด: ระยะ 50 เมตรเหนือศีรษะ - สถานะ: อันตรายถึงชีวิต!]
ปัง!
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจากเพดานห้องใต้ดินด้านบนดังขึ้นพร้อมกับเศษปูนและฝุ่นควันพวยพุ่งลงมากลบ ภายในเสี้ยววินาทีนั้น สารวัตรคิมหันต์พุ่งเข้ามาคว้าเอวของผมแล้วดึงหลบกระสุนเวทมนตร์สีเลือดที่พุ่งทะลุกำแพงเฉียดหัวเราไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร!
ร่างของเราล้มกลิ้งไปกระแทกกับชั้นวางหนังสือเก่า เสียงหอบหายใจหนักหน่วงของสารวัตรดังอยู่ข้างใบหู พร้อมกับอ้อมแขนแข็งแกร่งที่โอบกอดปกป้องผมไว้อย่างแน่นหนา
"กันต์! เจ็บตรงไหนไหมครับ!" เสียงทุ้มเข้มเอ่ยถามอย่างร้อนรน ผิดวิสัยนายตำรวจผู้สุขุมนิ่ง20
ผมส่ายหน้าช้าๆ พยายามตั้งสติท่ามกลางฝุ่นควัน แต่ก่อนที่เราจะได้ขยับตัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากทางบันไดทางเข้า พร้อมกับเงาร่างของบุคคลปริสนาในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบ
"เจอตัวแล้วล่ะ... เจ้าหนูนักสืบ และ... ท่านสารวัตรผู้แสนดี" เสียงแหบพร่าเอ่ยทักทาย พร้อมกับโยนวัตถุทรงกลมมีประกายไฟสีแดงฉานกลิ้งเข้ามาตรงหน้าเรา
[คำเตือน: ระเบิดเวทมนตร์แรงสูงกำลังจะทำงานในอีก 3 วินาที!]
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมไขปริศนาไปด้วยกันเสมอนะครับ
สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก•ตอนที่ 2
เบาะแสแรกในคราบฝุ่นละออง
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!