กลิ่นคาวสนิมเหล็กที่ลอยอวลอยู่ในความมืด ไม่ใช่สิ่งที่ควรทักทายมนุษย์คนหนึ่งในยามที่สติสัมปชัญญะเพิ่งเริ่มฟื้นคืน
กันต์ขยับเปลือกตาอย่างยากลำบาก ความรู้สึกหนתทึบที่ท้ายทอยเหมือนถูกฟาดด้วยสันหนังสือปกแข็งหนาเตอะสักสามรอบ ร่างกายของเขานอนราบอยู่บนพื้นผิวเย็นเฉียบและเปียกชื้น สัมผัสหยาบกร้านของคอนกรีตบอกให้รู้ว่านี่ไม่ใช่ห้องพักสี่เหลี่ยมอันคุ้นเคยในย่านการค้าของสคูลมหาเวทแน่นอน
"ฟื้นแล้วหรือครับ คุณนักสืบตัวน้อย..."
เสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นใกล้จนน่าตกใจ กันต์สะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบังคับให้สองมือดันพื้นพยุงร่างถอยรูดไปข้างหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังอิฐเย็นเยียบ ดวงตาที่เพิ่งปรับรับแสงสลัวกวาดมองรอบตัวอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือห้องใต้ดินอับชื้น ผนังอิฐมอญขึ้นคราบราดำเป็นดวงๆ แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟเปลือยดวงเดียวที่ห้อยโตงเตงจากเพดานสั่นไหวตามแรงลมเอื่อยๆ ทว่า สิ่งที่ดึงดูดสายตาและทำให้ลมหายใจของกันต์สะดุดกึก ไม่ใช่บรรยากาศชวนขนลุกนี้ หากเป็นร่างไร้ชีวิตที่ถูกตรึงอยู่ตรงหน้าต่างหาก
หญิงสาวในชุดเครื่องแบบนักศึกษาปีสุดท้ายนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดที่เริ่มจับตัวเป็นลิ่มสีคล้ำ บนแผ่นหลังของเธอมีรอยกรีดลึกลากผ่านกระดูกสันหลังเป็นสัญลักษณ์ประหลาด คล้ายวงแหวนเวทมนตร์โบราณที่ถูกบิดเบือนด้วยความโหดร้าย
นี่คือ "คดีฆาตกรรมสัญลักษณ์โลหิต" คดีปริศนาที่เขย่าขวัญผู้คนทั่วเมืองมานานร่วมเดือน และตอนนี้... กันต์กำลังยืนอยู่กลางวงล้อมของที่เกิดเหตุ โดยมีคราบเลือดสดๆ เปรอะเปื้อนอยู่บนฝ่ามือข้างขวาของตนเอง!
*นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...* กันต์ขบกรามแน่น สมองส่วนวิเคราะห์เริ่มทำงานด้วยความเร็วสูงสวนทางกับหัวใจที่เต้นรำระส่ำ เขาทบทวนความทรงจำช่วงสุดท้ายก่อนหมดสติ—เขาจำได้ว่ากำลังตรวจสืบเอกสารโบราณในห้องสมุดลับของอาจารย์ลินิน จากนั้นภาพก็ตัดดับวูบลง... ไม่มีทางที่เขาจะเดินทางมาถึงเขตอุตสาหกรรมร้างแห่งนี้ได้เองภายในเวลาไม่กี่นาทีแน่ๆ
[ติ๊ง! ตรวจพบร่องรอยอาชญากรรมระดับ SSS]
[ระบบวิเคราะห์ตรรกะอัจฉริยะ (Logical Deduction System) ทำการเชื่อมต่อเสร็จสิ้น]
เสียงสังเคราะห์ใสแจ๋วราวกับเด็กสาวดังขึ้นในหัวของกันต์ ไม่ใช่เสียงจากภายนอก แต่เป็นกระแสคลื่นความคิดที่แปลกปลอมและทรงพลังไหลทะลักเข้าสู่สมองส่วนกลางราวกับมีใครกำลังดาวน์โหลดฐานข้อมูลขนาดมหึมาใส่ลงในฮาร์ดดิสก์
[ยินดีต้อนรับผู้ใช้งาน: กันตพัฒน์]
[สถานะปัจจุบัน: ผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งในคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง]
[เงื่อนไขการเอาชีวิตรอด: คลี่คลายคดีภายใน 24 ชั่วโมง มิฉะนั้นจิตวิญญาณจะถูกผนึกไว้ในอาณาเขตโลหิตถาวร]
หน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าเรืองรองปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้า ตัวอักษรสีทองวิ่งรัวราวกับโค้ดโปรแกรมคอมพิวเตอร์กำลังประมวลผล กันต์กะพริบตาปริบๆ สมองที่ปกติมักจะสุขุมและมองโลกตามหลักเหตุผลถึงกับรวนเรไปชั่วขณะ—ระบบวิเคราะห์ตรรกะ? นี่มันเรื่องเหลวไหลอะไรกัน ยุคนี้ยังมีระบบเกมอัปเลเวลบ้าบอแบบนี้หลงเหลืออยู่อีกหรือ?
[คำเตือน: นี่ไม่ใช่ความฝัน และอัตราการเต้นของหัวใจท่านกำลังบ่งบอกถึงความตื่นตระหนก ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการคำนวณความน่าจะเป็นในขณะนี้ครับ]
เสียงในหัวยังคงรายงานหน้าตาเฉย ราวกับมันเป็นผู้ช่วย AI ที่ถูกโปรแกรมมาให้กวนประสาทเขาโดยเฉพาะ
กันต์สูดลมหายใจเข้าลึกระงับความตื่นตระหนก เขาเป็นนักสืบผู้ใช้ตรรกะเป็นเครื่องมือ การโวยวายไม่ช่วยให้รอดพ้นจากข้อหาฆาตกรได้ ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมหรี่ลงเล็กน้อย พินิจพิเคราะห์สภาพแวดล้อมรอบตัวอีกครั้งด้วยสายตาที่เป็นระบบ
หากนี่คือกับดัก ใครบางคนจงใจโยนความผิดนี้มาให้เขา
รอยเลือดที่มือขวา... เป็นรอยเปื้อนแบบลากผ่าน ไม่ใช่รอยกระเซ็นจากการลงมือ
ทิศทางของรอยเลือดบนพื้นบ่งบอกว่าร่างของผู้ตายถูกเคลื่อนย้ายมาวางไว้หลังเขาหมดสติ
และที่สำคัญที่สุด... กลิ่นอายเวทมนตร์จางๆ ที่อบอวลอยู่ในอากาศ เป็นกลิ่นเดียวกับสารสกัดคาถาวิเคราะห์ขั้นสูงที่มักใช้ในห้องทดลองของอาจารย์ลินิน
"อาจารย์ลินิน..." กันต์พึมพำชื่อนั้นแผ่วเบา
ครืนนน—!
เสียงโลหะเสียดสีกันดังสนั่นมาจากทางบันไดทางลงห้องใต้ดิน ขัดจังหวะการคิดวิเคราะห์ของกันต์อย่างฉับพลัน ฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงคู่หนึ่งกำลังก้าวลงมาทีละขั้น เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนเปียกชื้นดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบงัน
กันต์หันขวับไปมองทันที มือขวาเผลอขยับกรอบแว่นตามความเคยชินยามใช้ความคิดขั้นสุดยอด ในใจประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว—ทางหนีมีเพียงทางเดียวคือหน้าต่างบานเล็กด้านหลัง ซึ่งถูกตีด้วยซี่กรงเหล็กขึ้นสนิมหนาเตอะ การจะพังมันออกไปในเวลาจำกัดเป็นเรื่องยากเกินไป
เงาร่างสูงโปร่งของใครคนหนึ่งปรากฏขึ้นตรงปากทางลงแสงไฟสลัวสาดส่องกระทบไหล่กว้างและเครื่องแบบยศนายตำรวจหนุ่มผู้คุ้นเคยเป็นอย่างดี
สารวัตรคิมหันต์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์กวาดมองสภาพที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็วก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างไร้ลมหายใจของเหยื่อ และเลื่อนมาสบตากับกันต์ที่เนื้อตัวเปรอะคราบเลือด
บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนกันต์รู้สึกหายใจติดขัด
"กันต์..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเขา น้ำเสียงนั้นว่างเปล่าไร้อารมณ์ แต่แฝงไปด้วยความคมปลาบที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณอธิบายได้ไหมครับว่า... ทำไมคุณถึงมายืนเปื้อนเลือดอยู่ในที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมที่ผมตามล่ามาตลอดสามเดือนได้"
กันต์อ้าปากค้างเล็กน้อย กำลังจะเอ่ยปากอธิบายสถานการณ์ที่เพิ่งประสบพบเจอ ทว่าเสียงแจ้งเตือนจากระบบปริศนาในหัวกลับดังแทรกขึ้นมาเสียก่อนด้วยโทนเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังผิดคาด
[ตรวจพบเป้าหมายสำคัญ: สารวัตรคิมหันต์]
[สถานะความสัมพันธ์: ????? (อันตรายสูงสุด / ระวังหัวใจของคุณให้ดี)]
[คำเตือนระบบ: หากท่านขยับตัวผิดแม้แต่เซนติเมตรเดียว บุคคลตรงหน้าอาจเลือก "กักขัง" ท่านไว้ในห้องสอบสวนตลอดกาล... ด้วยวิธีที่ไม่อาจคาดเดาครับ]
กันต์กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน เมื่อเห็นสายตาดุดันที่เจือประกายความห่วงใยประหลาดของสารวัตรหนุ่มกำลังจ้องมองตรงมาที่ตน ราวกับเสือดาวที่กำลังพิจารณาสัตว์เหยื่อตัวโปรดก่อนตะครุบเข้าปาก!
โปรดติดตามตอนต่อไป...
- นักสืบแว่นขยาย -
สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก•ตอนที่ 1
ระบบวิเคราะห์ตรรกะทำงาน
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!