กลิ่นคาวสนิมเหล็กและผงถ่านคาร์บอนที่ยังคุกรุ่นอยู่บนคานไม้เก่าของโรงเก็บพัสดุด้านหลังสถานีตำรวจนครบาล ไม่ได้ระคายเคืองจมูกของสารวัตรคิมหันต์เท่ากับเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่เขากำลังคีบขึ้นมาด้วยถุงมือยาง
"นายแน่ใจนะว่านี่คือร่องรอยทั้งหมดที่หลงเหลือจากเหตุเพลิงไหม้เมื่อสามชั่วโมงก่อน?"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่หันไปมอง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานหนุ่มรุ่นน้องถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ครับสารวัตร... ทางเราตรวจเช็กด้วยสารเคมีเรืองแสงแล้ว จุดที่ไฟเริ่มปะทุควรจะเป็นบริเวณเตาปฏิกรณ์เวทมนตร์เก่า แต่ทว่า..." เจ้าหน้าที่คนนั้นเว้นวรรค ปรายตามองเด็กหนุ่มในชุดนักเรียนเวทมนตร์สคูลมหาเวทที่กำลังยืนกอดอกพิจารณาคราบเขม่าบนผนังอย่างเงียบๆ "แต่คุณกันตพัฒน์ใช้เวลาเพียงสิบหนาทีในการชี้จุดที่คนร้ายซ่อนตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีครับ"
คิมหันต์หรี่ตาลง นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะสีเงินสะท้อนภาพของกันต์ที่กำลังย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะเขม่าสีดำ แล้วนำมาดมใกล้ๆ อย่างระมัดระวัง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก... ในรอบสัปดาห์นี้ นี่คือคดีที่สามแล้วที่เด็กหนุ่มนามว่า "กันต์" ก้าวเข้ามาในที่เกิดเหตุทีหลังเขา แต่กลับเป็นคนชี้เบาะแสชิ้นสำคัญที่ไขปริศนาทั้งหมดได้ก่อนที่หน่วยสืบสวนระดับปรมาจารย์จะทันได้ตั้งสมมติฐานเสียอีก
ความเฉียบคมระดับนี้ หากไม่ใช่เพราะมี "เนตรตรรกะ" ที่มหาลัยเคยบันทึกไว้ว่าเป็นเพียงความผิดปกติทางพันธุกรรมระดับต่ำ ก็ต้องมีความลับบางอย่างที่เจ้าตัวจงใจปกปิดเอาไว้
กันต์ขยับแว่นสายตาบนสันจมูกเล็กน้อย ขณะที่หน้าต่างสีฟ้าโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นเฉพาะในสายตาของเขาเท่านั้นกำลังเลื่อนไหลด้วยความเร็วสูง
[ตรวจพบร่องรอยสารเคมี: ฟอสฟอรัสขาวผสมเวทมนตร์ธาตุไฟระดับ 3]
[วิเคราะห์อัตราการเผาไหม้: เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาเร่งเร้าของสารหน่วงไฟที่ถูกดัดแปลงโครงสร้างโมเลกุล]
[คำเตือนจากระบบ: ค่าพลังตรรกะถูกใช้ไป 45% กรุณาระมัดระวังการวิเคราะห์ต่อหน้าบุคคลระดับสูง เนื่องจากอาจสร้างความสงสัยเกินขีดจำกัดมนุษย์ทั่วไป]
"ระบบเตือนแม่นยำดีแท้..." กันต์พึมพำกับตัวเองเบาๆ ในลำคอ พยายามควบคุมสีหน้าไม่ให้แสดงพิรุธออกมา
ทว่า เขาลืมไปว่าคนๆ ที่ยืนมองเขาอยู่ไม่ใช่ตำรวจชั้นผู้น้อยทั่วไป แต่เป็นสารวัตรคิมหันต์ ผู้ได้ฉายาว่า "สุนัขล่าเนื้อแห่งกรมปราบปราม" ผู้มีสัญชาตญาณเฉียบคมราวกกับสัตว์ป่า
"ดูเหมือนเธอจะสนุกกับการเล่นซ่อนหากับหลักฐานนะ, กันต์"
เสียงทุ้มกังวานดังขึ้นเหนือหัว กันต์สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเงาร่างสูงโปร่งของสารวัตรหนุ่มก้าวเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ระยะห่างระหว่างเขากับคิมหันต์ตอนนี้ใกล้เสียจนเขาสามารถได้กลิ่นหอมจางๆ ของใบยาสูบผสมกลิ่นฝนจากเสื้อโค้ทอีกฝ่าย
กันต์เงยหน้าขึ้นสบตา นัยน์ตาสีนิลของสารวัตรคิมหันต์ไม่ได้มีความดุดันอย่างที่เคยเป็นเวลาสอบปากคำผู้ต้องหา หากแต่เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ที่ลึกล้ำ และประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก
"ผมไม่ได้เล่นนะครับสารวัตร ผมแค่มองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองข้ามต่างหาก" กันต์ตอบเสียงเรียบ พยายามรักษาความสุขุมตามวิสัยของนักสืบผู้รอบคอบ แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นแรงผิดจังหวะด้วยความใกล้ชิดนี้ก็ตาม
"มองเห็น... หรือรู้ล่วงหน้ากันแน่?" คิมหันต์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มอยู่ห่างจากกันต์เพียงคืบ ดวงตาคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่มราวกับจะค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเลนส์แว่น "คดีแรก นายบอกว่าคนร้ายซ่อนหลักฐานไว้ในร่มไม้เพราะทิศทางลม คดีที่สอง นายบอกว่ารหัสผ่านตู้นิรภัยสัมพันธ์กับวันเกิดของเหยื่อที่ถูกลบไปจากทะเบียนราษฎร์... และคดีนี้ นายแทบไม่ได้เดินสำรวจรอบห้องด้วยซ้ำ แต่กลับเดินตรงมาที่คานไม้นี้ราวกับมีใครบอกทาง"
สารวัตรหนุ่มเว้นจังหวะ ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นมาแตะกรอบแว่นของกันต์เบาๆ อย่างถือวิสาสะ ทำเอาเจ้าตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปด้วยเวทมนตร์อัมพาต
"เธอมี 'อาจารย์' คนอื่นคอยชี้แนะลับหลัง นอกเหนือจากอาจารย์ลินินแห่งสคูลมหาเวท... หรือว่าเธอมีพลังบางอย่างที่แม้แต่กองบัญชาการเวทมนตร์ก็ยังไม่กล้าบันทึกไว้ในฐานข้อมูลกันแน่, กันต์?"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานคนอื่นๆ ต่างพากันถอยร่นออกไปโดยอัตโนมัติเมื่อสัมได้ถึงรังสีความกดดันบางอย่างระหว่างสารวัตรกับเด็กหนุ่มอัจฉริยะ
กันต์เม้มปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาข้อแก้ตัวที่สมเหตุสมผลที่สุด แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากอ้าปากปฏิเสธ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นจากทางประตูด่วนของโรงเก็บพัสดุ พร้อมกับร่างของนายตำรวจนายหนึ่งที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความตกใจ
"สารวัตรครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!"
คิมหันต์ละสายตาออกจากใบหน้าของกันต์อย่างไม่เต็มใจนัก เขายืดตัวตรงแล้วหันไปมองลูกน้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "มีอะไรมารายงาน?"
"ระบบรักษาความปลอดภัยส่วนกลางของสถานี... ถูกเจาะเข้าระบบครับ! และ... และตอนนี้หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในกองปราบปรามกำลังแสดงภาพวิดีโอถ่ายทอดสดจากที่ไหนสักแห่ง... และคนในวิดีโอนั้นกำลังเรียกชื่อของคุณกันต์ครับ!"
คำว่า "เรียกชื่อผม" ทำให้กันต์ชะงักไปทันที เขารีบหันขวับไปมองหน้าจอสมาร์ตโฟนในมือที่สั่นเตือนรัว
[แจ้งเตือนด่วนจากระบบระดับ SSS!]
[ตรวจพบสัญญาณรบกวนจากพลังงานมืดภายนอกเขตคุ้มครอง]
[เป้าหมาย: ผู้ถือครองเนตรตรรกะ (กันต์)]
[สถานะ: ผู้บุกรุกปริศนาได้ทำการปลดล็อก "ห้องทดลองใต้ดินลับ" ของสคูลมหาเวทเรียบร้อยแล้ว และกำลังส่งข้อความท้าทายโดยตรงถึงคุณ...]
หน้าจอโทรศัพท์ของกันต์ดับวูบลง ก่อนจะสว่างวาบขึ้นอีกครั้งด้วยตัวอักษรสีแดงฉานที่สลักคำว่า:
*"ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบสุดท้าย นักสืบแห่งความจริง... ถ้าอยากรู้ว่าใครคือฆาตกรตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังคดีทั้งหมด จงก้าวลงมาที่ห้องใต้ดินของโรงเรียนลำดับที่ 13... ตัวคนเดียว... และห้ามให้สารวัตรคิมหันต์รู้เด็ดขาด"*
คิมหันต์หันกลับมามองกันต์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปทันที ความสงสัยเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตัวระดับสูงสุดเมื่อเขาเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเด็กหนุ่ม
"กันต์... มีอะไรอยู่ในโทรศัพท์นั่น?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาเคียงข้างกันมาจนถึงตอนนี้ด้วยนะครับ!
สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก•ตอนที่ 4
เมื่อสารวัตรเริ่มสงสัยในตัวผม
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบจากแว่น ก็เจอแฟนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!