เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก•ตอนที่ 14

แผนซ้อนกล

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นหอมหวานของบุปผาพันลี้ลอยอบอวลอยู่ทั่วตำหนักเย็นเยียบ แต่สำหรับหลินมู่หลานแล้ว กลิ่นนี้กลับเจือด้วยกลิ่นไอคาวเลือดที่โชยมาจากความตายของมารดาในอดีต "เสวยเสียสิเพคะ พระสนม... กาชานี้หม่อมฉันต้มด้วยความใส่ใจยิ่งนัก" น้ำเสียงของนางกำนัลขั้นต่ำผู้หนึ่งดังขึ้น ทว่าแววตาที่เหลือบมองมากลับสั่นระริกราวกับลูกนกตากฝน มือที่ประคองถาดกระเบื้องเคลือบสีมุกสั่นเทาจนกาน้ำชาสั่นกระทบกันเบาๆ ก่อเกิดเสียงกริ๊ง... กริ๊ง... ที่บาดลึกโสตประสาท หลินมู่หลานมิได้ขยับกาย นางยังคงนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง สายตาคมกริบดั่งใบมีดหยกสะท้อนภาพเงาของสตรีอีกนางหนึ่งผ่านกระจกทองเหลือง รอยยิ้มบางเบาถูกยกขึ้นที่มุมปากอย่างเย้ยหยัน ความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกจากร่างระหงจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด "เจ้าชื่ออันใดนะ" มู่หลานเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ ทว่ากลับทรงพลังกดดันให้ผู้ฟังแทบเข่าทรุด "ห... หม่อมฉันชื่อเสี่ยวชุนเพคะ" นางกำนัลคุกเข่าลงทันที ศีรษะแทบแนบติดพื้น เย็นเฉียบยิ่งกว่าพื้นหินอ่อน "เสี่ยวชุน..." มู่หลานทวนชื่อนั้นช้าๆ นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายผ้าไหมปักลายหงส์สะบัดพู่ห้อยแกะสลักอย่างงดงาม เดินเข้ามาใกล้ร่างที่สั่นเทานั้นทีละก้าว เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังก้องกังวาน ราวกับเสียงนับถอยหลังสู่ความพินาศของใครบางคน "เจ้าคงไม่รู้กระมัง ว่าข้าเกลียดกลิ่นหอมหวานเยี่ยงนี้ที่สุด" มู่หลานย่อกายลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเชยคางของเสี่ยวชุนให้เงยขึ้น บังคับให้นางสบตา "โดยเฉพาะ... กลิ่นของ 'ผงบุปผานรก' ที่ผสมอยู่ในน้ำชาจอกนั้น" ดวงตาของเสี่ยวชุนเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าซีดเผือดลงทันทีราวกับคนตาย "พ... พระสนม ตรัสอะไรกัน หม่อมฉันไม่... ไม่เข้าใจเพคะ!" "ไม่เข้าใจหรือ?" มู่หลานหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นช่างเย็นเยียบและบาดลึก "หากเจ้าไม่เข้าใจ เหตุใดเหงื่อจึงท่วมกายเช่นนี้เล่า? อีกทั้ง... ยาพิษชนิดนี้ หากผู้ใดดื่มเข้าไป จะมิได้ตายในทันที แต่จะค่อยๆ ไหลซึมเข้าสู่หัวใจ เลือดลมตีกลับจนกระอักโลหิตตายภายในสามชั่วยาม... ช่างเป็นวิธีที่ 'ใจดี' เสียจริง" ในวินาทีนั้นเอง ประตูตำหนักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของใครบางคน ร่างสูงสง่าในชุดคลุมลายมังกรห้าเล็บก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จ้าวเหวินหลงกวาดสายตาคมปลาบมองสถานการณ์เบื้องหน้า รัศมีแห่งความเป็นฮ่องเต้แผ่ซ่านกดดันจนทุกคนในห้องต้องหมอบกราบลงทันที "เกิดอันใดขึ้น มู่หลาน?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยถาม ทว่าสายตาที่ทอดมองนางกลับแฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน มู่หลานมิได้ตอบทันที นางหันไปสบตาพระองค์ นัยน์ตาคู่สวยไหวระริกเพียงชั่วพริบตาก่อนจะกลับมานิ่ง1สخสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก นางย่อกายทำความเคารพอย่างงดงามไร้ที่ติ "ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันเกือบจะได้รับ 'ของขวัญ' ชิ้นงามจากกุ้ยเฟยหลินซูเสียแล้วเพคะ" คำพูดเพียงประโยคเดียว ทำให้บรรยากาศภายในห้องดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง จ้าวเหวินหลงขมวดคิ้วแน่น กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความโกรธเกรี้ยวสายหนึ่งพาดผ่านดวงตาคมกริบ พระองค์ทรงรู้ดีว่าหลินซูไม่มีทางรามือจากหญิงตรงหน้าเป็นแน่ แต่ไม่นึกว่าจะลงมือรวดเร็วและอำมหิตถึงเพียงนี้ "ฝ่าบาททรงโปรดให้ความเป็นธรรมแก่หม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ" มู่หลานกล่าวต่อ น้ำเสียงเจือความน้อยใจเล็กน้อย แต่นั่นคือการแสดงละครตบตาที่แนบเนียนยิ่ง นางก้าวเข้าไปใกล้พระองค์ กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "หากหม่อมฉันดื่มชาจอกนี้เข้าไปตามแผนของนาง เกรงว่าบัลลังก์ของพระองค์วันนี้ คงมีกลิ่นเลือดคาวคลุ้งยิ่งกว่าเดิม" จ้าวเหวินหลงเอื้อมพระหัตถ์มาคว้ามือเรียวของนางไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านจากฝ่าพระหัตถ์มายังปลายนิ้วของนาง พระองค์ปรายพระเนตรมองกาน้ำชาบนพื้นด้วยแววตาดุจพญามารที่พร้อมจะฉีกกระชากผู้บังอาจเป็นชิ้นๆ "จับตัวนางกำนัลผู้นี้ไปขังคุกหลวง!" จ้าวเหวินหลงตวัดพระ neตรสั่งองครักษ์เงาทันที "สอบสวนให้แน่ชัดว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลัง หากมันไม่ยอมปริปาก ให้ใช้ 'ทุกวิธีทาง' จนกว่ามันจะยอมคายชื่อออกมา!" เสี่ยวชุนกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ถูกลากตัวออกไปอย่างไร้ความปรานี ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความตื่นตระหนก ทว่า ในขณะที่ทุกคนคิดว่าเหตุการณ์สงบลงแล้ว และมู่หลานกำลังจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับจ้าวเหวินหลง... จู่ๆ เสียงปรบมือเบาๆ ก็ดังขึ้นจากเงาดำมืดบริเวณเสาต้นหนึ่งในมุมมึกของตำหนัก ร่างระหงในชุดสีแดงเพลิงปักดิ้นทองระยิบระยับก้าวออกมา รอยยิ้มเย้ายวนใจแต่แฝงพิษสงรอบตัวปรากฏบนใบหน้าสะสวยของกุ้ยเฟยหลินซู "ช่างรอบคอบและเด็ดเดี่ยวเสียจริง... พระสนมหลิน" หลินซูกล่าวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ดวงตาคู่คมจ้องมองมู่หลานราวกับพยัคฆ์จ้องเหยื่อ "เจ้าคิดว่ากำจัดนางกำนัลตัวเล็กๆ คนหนึ่งได้ แล้วเจ้าจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของข้าไปได้ตลอดหรือ?" มู่หลานมิได้สะดุ้งสะเทือน นางหันกลับไปสบตากับศัตรูตัวฉกาจด้วยรอยยิ้มที่เย็นเยียบยิ่งกว่าเดิม ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยสิ่งใดต่อ นางกำนัลสนิทของหลินซูก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่ากระซิบข้างหูผู้เป็นนายด้วยตัวสั่นเทา "พระ... พระสนมเพคะ แย่แล้วเพคะ! ข่าวลือเรื่องที่ท่านสั่งให้วางยาพระสนมหลิน... บัดนี้แพร่สะพัดไปทั่วตำหนักใน และ... และตอนนี้ 'พระพันปี' เสด็จมาถึงหน้าตำหนักแล้วเพคะ!" สีหน้าของหลินซูเปลี่ยนเป็นซีดเผือดลงในเสี้ยววินาที รอยยิ้มมั่นใจเมื่อครู่มลายหายสิ้นไปอย่างไร้ร่องรอย! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมการเมืองอันเชือดเฉือดนี้ด้วยกันนะคะ ไป๋เหลียนฮวาซาบซึ้งใจยิ่งนักค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%