เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก•ตอนที่ 15

ปมปริศนาในอดีต

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“หลักฐานชิ้นนี้... เจ้าได้แต่ใดมา?” น้ำเสียงของหลินซูสั่นพร่า รอยยิ้มที่เคยฉาบไว้ด้วยความเมตตาประดุจพระโพธิสัตว์มลายหายสิ้น เหลือเพียงใบหน้าที่ขาวซีดราวกับคนตาย นางถอยกรูดจนหลังชนกับชั้นวางตำราโบราณ เสียงกระดาษที่ถูกบีบขยำในมือดังแกรกกรากบาดโสตประสาท หลินมู่หลานไม่ตอบ คำถามของนางคือกับดัก และหลินซูก็เดินตกลงไปอย่างเต็มเปา นางก้าวเข้าหาช้าๆ ท่วงท่าเยือกเย็นราวกับพยัคฆ์ที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อที่บาดเจ็บ สายตาคมกริบของมู่หลานจับจ้องไปยังเศษกระดาษตราประทับสีชาดที่หลินซูพยายามซ่อนไว้เบื้องหลังอาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นทอง “พี่หญิงดูจะตกใจเกินเหตุนะเจ้าคะ” มู่หลานเอ่ยขึ้นด้วยสุ้มเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความนัยที่ทำให้คนฟังใจสั่น “ข้าเพียงแค่บังเอิญไปพบม้วนเอกสารเก่าๆ ในหอจดหมายเหตุหลวงที่ถูกเพลิงไหม้เมื่อสิบปีก่อน ไม่นึกเลยว่ามันจะยังหลงเหลือร่องรอยของลายเซ็นท่านอา... ผู้ซึ่งควรจะตายไปในข้อหากบฏพร้อมกับตระกูลหลินของข้า” “เจ้า... เจ้าโกหก!” หลินซูแผดเสียง พยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิง “ตระกูลหลินของเจ้าก่อกบฏ เป็นความจริงที่ใต้หล้าประจักษ์! ข้าเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความชั่วช้าของพวกเจ้า ทำไมข้าต้องมานั่งฟังคำกล่าวหาไร้สาระจากนักโทษที่โชคดีรอดตายมาได้เช่นเจ้าด้วย!” มู่หลานหยุดฝีเท้าลง นางเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาหงส์คู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่ถูกเก็บงำมานาน “กบฏงั้นหรือ? หากเป็นกบฏจริง เหตุใดท่านอาผู้ภักดีของข้าถึงต้องเขียนบันทึกลับถึง ‘ผู้มีพระคุณ’ ในวังหลวงก่อนวันตายเพียงหนึ่งวัน? และเหตุใด... ภายใต้ตราประทับปลอมนั้น ถึงมีรอยเปื้อนน้ำหอมกลิ่นดอกมู่ตานชนิดพิเศษ ที่มีเพียงพระสนมขั้นกุ้ยเฟยเท่านั้นที่ได้รับพระราชทานจากฝ่าบาท?” บรรยากาศภายในห้องทรงพระอักษรส่วนพระองค์ของหลินซูอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นกำยานราคาแพงที่เคยหอมรื่นกลับกลายเป็นกลิ่นอับชื้นของความหวาดกลัว หลินซูพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จิกเล็บลงบนฝ่ามือจนเลือดซิบ ความเย่อหยิ่งถูกนำกลับมาสวมหน้ากากอีกครั้ง แต่มือที่สั่นเทานั้นไม่อาจหลอกใครได้ “เจ้าพยายามจะเชื่อมโยงข้าเข้ากับเรื่องในอดีตงั้นรึ มู่หลาน?” หลินซูเค้นเสียงหัวเราะเบาๆ “ในวังนี้ ใครๆ ก็รู้ว่าข้าชื่นชอบกลิ่นมู่ตาน หากเจ้าจะใช้เพียงกลิ่นหอมมาปรักปรำข้า ฝ่าบาทคงไม่มีวันเชื่อเจ้าหรอก” “ฝ่าบาทอาจไม่เชื่อ แต่ความจริงมีตาเจ้าค่ะ” มู่หลานก้าวเข้าไปประชิดตัวจนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ กลิ่นกายหอมเย็นของนางทำให้หลินซูชะงัก “ท่านลืมไปแล้วหรือว่าท่านอาของข้ามิได้โง่เขลา ก่อนตายเขาได้ทิ้ง ‘ของสำคัญ’ ไว้ให้คนผู้หนึ่ง... คนผู้หนึ่งที่ท่านเองก็คาดไม่ถึงว่าจะยังมีความจำดีเยี่ยม” มู่หลานไม่ได้หมายถึงใครอื่นนอกจากจ้าวเหวินหลง ฮ่องเต้ผู้กุมอำนาจไว้ในมือ หากแต่เป็นฮ่องเต้ที่ต้องซ่อนคมเพื่อรักษาความสมดุลของขุนนาง มู่หลานรู้ดีว่าจ้าวเหวินหลงมีความลับบางอย่างกับตระกูลหลินของนาง และนั่นคือสิ่งที่ทำให้นางต้องเสี่ยงชีวิตกลับเข้ามาในวังหลวงแห่งนี้ ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นของรองเท้าบูทหุ้มด้วยหนังอาชาชั้นดีก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องโถง หลินซูหน้าถอดสีทันที นางรีบยัดกระดาษในมือเข้าแขนเสื้อแล้วปรับสีหน้าให้ดูเศร้าสร้อยและอ่อนแอที่สุดเท่าที่จะทำได้ในเสี้ยววินาที “ฝ่าบาท... ฝ่าบาทเพคะ!” หลินซูตะโกนเรียกเสียงสั่นเครือ “มู่หลาน... นางกำลังจะทำร้ายหม่อมฉัน!” มู่หลานไม่ได้หันไปมอง นางยังคงจ้องมองตาของหลินซูด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะ จ้าวเหวินหลงก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาคมปลาบของเขาจับจ้องมาที่ทั้งสองคน สลับไปมาเหมือนกำลังชั่งน้ำหนักในใจ “เกิดเรื่องอันใดขึ้น?” เสียงทุ้มต่ำของฮ่องเต้ดังกังวานไปทั่วห้อง หลินซูรีบวิ่งเข้าไปซบลงกับอกของจ้าวเหวินหลง น้ำตาอาบแก้ม “นาง... นางกล่าวหาว่าหม่อมฉันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของตระกูลหลิน แถมยังข่มขู่จะเอาชีวิตหม่อมฉันด้วยเพคะ ฝ่าบาทต้องให้ความเป็นธรรมกับหม่อมฉันด้วยนะเพคะ!” มู่หลานเพียงแค่ย่อกายลงทำความเคารพอย่างนอบน้อม แววตาของนางไม่ได้มีความยำเกรงแฝงอยู่แม้แต่น้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตาจ้าวเหวินหลง ตรงๆ “หม่อมฉันเพียงแค่นำ ‘หลักฐานสำคัญ’ ที่เพิ่งค้นพบมาปรึกษาหารือกับท่านพี่กุ้ยเฟย เพราะหม่อมฉันคิดว่าท่านพี่น่าจะรู้เห็นเกี่ยวกับ ‘กล่องไม้จันทน์’ ที่หายไปจากห้องเก็บสมบัติหลวงเมื่อสิบปีก่อนนะเพคะ” จ้าวเหวินหลงชะงักกึก ร่างกายที่โอบกอดหลินซูอยู่เกร็งตัวขึ้นทันที เขาค่อยๆ ดันตัวหลินซูออก แล้วหันไปมองมู่หลานด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “เจ้าว่าอย่างไรนะ? กล่องไม้จันทน์งั้นหรือ?” มู่หลานยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “ใช่เพคะ... กล่องที่ข้างในมีรายชื่อผู้บงการที่แท้จริงของการสังหารล้างตระกูลหลิน และดูเหมือนว่า... วันนี้ข้าจะได้พบกุญแจสำคัญที่จะไขกล่องใบนั้นแล้ว” ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องของนางกำนัลจากด้านนอกก็ดังแทรกเข้ามา พร้อมกับการปรากฏตัวของขันทีคนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้น “ฝ่าบาท! แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! มีการพบร่างของขันทีหลวงที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อนถูกฝังอยู่ใต้สวนดอกมู่ตานท้ายวัง และในมือของศพนั้น... มีป้ายหยกประจำพระองค์ของฮ่องเต้องค์ก่อนอยู่พ่ะย่ะค่ะ!” หลินซูทรุดฮวบลงกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดราวกับศพ ส่วนจ้าวเหวินหลงหันขวับมามองมู่หลาน ราวกับจะถามว่านี่เป็นฝีมือของนางใช่หรือไม่ ทว่ามู่หลานกลับมองไปที่หน้าต่างห้องที่แง้มอยู่เล็กน้อย ซึ่งมีเงาของใครบางคนเพิ่งจะเร้นกายหายไป... เงาที่มู่หลานจำได้ดีว่าเป็นของคนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับโศกนาฏกรรมครั้งนี้ด้วยกันนะคะ ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยในตอนต่อไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%