เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก•ตอนที่ 16

พันธมิตรจากต่างแดน

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“ฝ่าบาท... หม่อมฉันไม่ได้ทำ สิ่งที่พระองค์กำลังสงสัย มันไร้สาระเกินไปสำหรับคนอย่างหลินซู” น้ำเสียงของกุ้ยเฟยที่เพิ่งทรุดลงกองกับพื้นเริ่มสั่นเครือ แต่มันกลับแฝงไว้ด้วยความเหยียดหยามจางๆ ดวงตาของนางที่เคยหงส์อ่อนช้อยบัดนี้วาวโรจน์ด้วยแรงอาฆาต มู่หลานมิได้ขยับกายเข้าไปประคอง นางเพียงยืนนิ่ง ดั่งรูปสลักที่มองดูซากปรักหักพังของความลวงที่กำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมา จ้าวเหวินหลงผินหน้ากลับมา แววตาของเขาเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งในเหมันต์ฤดู “หลินซู... เจ้าจะบอกว่า ข้าตาบอด หรือเจ้ากำลังจะบอกว่ามู่หลานมีวิชาแยกเงาที่สามารถทำร้ายเจ้าได้ถึงในตำหนักส่วนตัว?” มู่หลานไม่รอให้เหตุการณ์บานปลาย นางก้าวออกมาหนึ่งก้าว ดวงตาสุขุมนิ่งสนิท “ฝ่าบาทเพคะ เงาที่หน้าต่างนั้น... ข้าจำ ‘รอยสักรูปจันทร์เสี้ยว’ ที่ข้อมือของมันได้” คำกล่าวเพียงประโยคเดียวกลับทำให้หลินซูหน้าถอดสี ราวกับถูกกระชากหน้ากากที่สวมทับไว้มานานนับสิบปีออกจนหมดสิ้น ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงกว้างจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่ติดขัดของกุ้ยเฟย จ้าวเหวินหลงหรี่ตาลง เขารู้ดีว่ามู่หลานไม่มีวันโกหกในเรื่องที่เกี่ยวกับ ‘อดีต’ ของนาง “เจ้าหมายถึง... คนของสกุลอู๋?” ฮ่องเต้ถามน้ำเสียงต่ำพร่า “คนที่ควรจะตายไปพร้อมกับกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน หากเขายังอยู่ นั่นหมายความว่า ‘ตัวหมาก’ ที่เราคิดว่าถูกกำจัดไปแล้ว กำลังจะกลับมาเดินบนกระดานอีกครั้งเพคะ” มู่หลานตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดหนักแน่นดั่งค้อนที่ทุบลงบนใจของศัตรู ทว่าความตึงเครียดกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่หน้าตำหนัก ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้รีบก้าวเข้ามาคุกเข่าลง “ฝ่าบาท... ทูตจากแคว้นซีเหลียงมาถึงหน้าประตูวังแล้วพ่ะย่ะค่ะ พวกเขาร้องขอเข้าเฝ้าเป็นการด่วน อ้างว่ามี ‘ของขวัญ’ ล้ำค่าจากอดีตที่ฝ่าบาทจะพลาดมิได้” จ้าวเหวินหลงชะงัก สายตาที่เคยมุ่งหมายจะเค้นความจริงจากหลินซูแปรเปลี่ยนเป็นความระแวดระวัง ทูตจากซีเหลียงที่มาในยามวิกาลเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มู่หลานขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่มิได้มีความสุข แต่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์กล “ให้พวกเขาเข้ามาเพคะฝ่าบาท ในเมื่อแขกที่ไม่ได้รับเชิญพา ‘คนตาย’ มาด้วย เราก็ควรจะต้อนรับให้สมเกียรติ” ไม่นานนัก ประตูบานใหญ่ก็เปิดออก บุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าองอาจ ชุดผ้าไหมสีดำสนิทปักลวดลายเมฆาด้วยด้ายเงินขลิบทอง ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งถูกปิดบังด้วยหน้ากากเหล็ก ทว่าดวงตาที่จ้องมองมายังมู่หลานกลับเต็มไปด้วยร่องรอยของความคุ้นเคยอย่างประหลาด “ถวายบังคมฝ่าบาท... หม่อมฉันเป็นตัวแทนจากองค์ชายสามแห่งซีเหลียง นำของขวัญมามอบให้ตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับ ‘มารดาผู้ล่วงลับ’ ของมู่กงจู่” คำว่า ‘มารดาผู้ล่วงลับ’ ทำเอามู่หลานหัวใจกระตุกวูบ แต่นางยังคงความนิ่งสงบไว้ได้ดั่งผิวน้ำที่ไร้ลมพัด ทูตผู้นั้นเดินตรงมายังกลางห้อง ก่อนจะวางกล่องไม้เก่าคร่ำคร่าใบหนึ่งลงบนโต๊ะกลาง “นี่คือสิ่งที่เจ้าตามหามาตลอดสิบปี... จี้หยกรูปดอกบัวโลหิต” จ้าวเหวินหลงก้าวเข้ามาขวางหน้ามู่หลานไว้ด้วยสัญชาตญาณของการปกป้อง “เจ้าเป็นใครกันแน่ และมีสิทธิ์อะไรถึงได้นำของของนางมาอ้างในวังของข้า!” บุรุษหน้ากากเหล็กหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและเย็นเยียบจนน่าขนลุก “ฝ่าบาท... เรื่องราวในวังหลังน่ะซับซ้อนกว่าที่ท่านคิด แต่เชื่อเถอะว่า สิ่งที่อยู่ในกล่องนี้ จะทำให้อำนาจของกุ้ยเฟยที่นั่งสั่นอยู่ตรงนั้น... พังทลายลงในชั่วข้ามคืน” หลินซูที่นั่งอยู่กับพื้นถึงกับลุกพรวด “เจ้า... เจ้าคือคนของนาง!” “ถูกเผง” บุรุษลึกลับกล่าวสั้นๆ ก่อนจะหันไปทางมู่หลานที่กำหมัดแน่น “ท่านแม่ของท่านไม่ได้ตายเพราะโรคร้าย มู่หลาน... นางถูก ‘สังหาร’ ด้วยพิษที่หาได้จากในวังนี้ และคนที่เป็นคนคัดเลือกพิษให้ ก็ยืนอยู่ตรงหน้าท่านในฐานะสนมเอกผู้แสนดีอย่างไรเล่า” บรรยากาศในตำหนักบีบคั้นจนแทบขาดใจ มู่หลานมองกล่องไม้ใบนั้นสลับกับใบหน้าที่ซีดเผือกของหลินซู ความจริงที่นางพยายามขุดคุ้ยมาตลอดชีวิตถูกวางอยู่ตรงหน้าเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส แต่นางกลับรู้สึกถึงอันตรายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวทูตผู้นี้ มู่หลานก้าวไปข้างหน้า มือเรียวเอื้อมไปแตะที่ฝากล่อง ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะเปิดมันออก มือของทูตลึกลับก็คว้าข้อมือนางไว้แน่นจนนางต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด “อย่าเพิ่งเปิดตอนนี้ มู่หลาน... หากเปิดเดี๋ยวนี้ สิ่งที่เจ้าจะเห็น ไม่ใช่แค่ความจริง แต่มันคือจุดจบของแคว้นที่จะลุกเป็นไฟ” ทูตผู้นั้นกระซิบข้างหูของนาง เสียงนั้นแผ่วเบาจนจ้าวเหวินหลงที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวไม่ได้ยิน ทว่ามู่หลานกลับได้ยินชัดเจน “และถ้าเจ้าอยากรู้ว่าใครคือคนที่สั่งการฆ่ามารดาเจ้าจริงๆ จงเงยหน้ามองขึ้นไปบนเพดาน... เงาที่เพิ่งจากไปเมื่อครู่นี้ ไม่ได้ไปไหนไกล แต่มันกำลังเล็งธนูอาบยาพิษมาที่หัวใจของเจ้า!” มู่หลานชะงัก กลิ่นกำยานที่เคยอบอวลในห้องแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ที่ลอยมาจากด้านบน ก่อนที่เสียงสายธนูจะดีดตัวดัง ‘วืด’ ผ่านอากาศมาอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะทันระวังตัว! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับมู่หลานนะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้ท่านตื่นเต้นยิ่งขึ้นค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%