เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก•ตอนที่ 12

ความลับใต้เงาจันทร์

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“เจ้ากำลังเล่นกับไฟ มู่หลาน... รู้ตัวหรือไม่ว่าหากข้าหย่อนมือเพียงนิด เจ้าจะตกลงไปในขุมนรกที่ไม่มีวันได้ผุดได้เกิด” กระแสเสียงทุ้มต่ำของจ้าวเหวินหลงแฝงไปด้วยความกดดัน ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องเขม็งไปยังสตรีเบื้องหน้า ร่างสูงโปร่งในชุดฉลองพระองค์สีมังกรก้าวเข้ามาประชิดจนหลินมู่หลานสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของไม้กฤษณาและอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขา มู่หลานไม่ได้ถอยหนี นางเงยหน้าขึ้นสบสายตาเขาท้าทาย มือเรียวบางที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อ แต่ใบหน้ากลับนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในคืนที่ไร้ลมพัด “หม่อมฉันไม่กลัวความตายเพคะฝ่าบาท สิ่งที่หม่อมฉันกลัว... คือการเห็นฆาตกรที่ฆ่ามารดาตนเองยังคงเสวยสุขอยู่บนบัลลังก์ที่ควรเป็นของนาง” บรรยากาศในศาลาแปดเหลี่ยมกลางสระบัวเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของคนทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะที่ผิดปกติ จ้าวเหวินหลงมองใบหน้าเนียนละเอียดที่ฉาบด้วยความแค้นนั้น แทนที่เขาจะพิโรธ เขากลับรู้สึกถึงแรงดึงดูดประหลาดที่มิอาจต้านทาน สตรีผู้นี้มิใช่ดอกไม้ที่รอวันโรยราในวังหลัง แต่นางคือคมดาบที่พร้อมจะแลกชีวิตกับศัตรู “เจ้าโง่เขลา” เขาพึมพำ ก่อนจะเอื้อมมือไปเชยคางนางขึ้นเบาๆ สัมผัสอบอุ่นจากปลายนิ้วทำให้มู่หลานเผลอกลั้นหายใจ “ข้าต้องการกำจัดพวกกุ้ยเฟยและตระกูลขุนนางที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อแผ่นดินอยู่เช่นกัน แต่การดึงเจ้าเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้... มันอันตรายเกินไปสำหรับสตรีที่ข้า... ที่ข้าต้องรักษาไว้” คำว่า ‘รักษาไว้’ กระตุกหัวใจของมู่หลานให้สั่นไหว นางพยายามข่มอารมณ์ความรู้สึกที่กำลังตีรวนภายใน เขาเป็นถึงฮ่องเต้ เป็นบุรุษที่นางควรจะเกลียดชังเพราะเขาคือส่วนหนึ่งของระบบที่ทำลายครอบครัวนาง แต่ในยามที่มองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น นางกลับพบเพียงความโดดเดี่ยวที่คล้ายคลึงกับตนเอง “หากฝ่าบาทประสงค์จะรักษาหม่อมฉันไว้ ก็จงอย่าห้ามไม่ให้หม่อมฉันสู้” มู่หลานตอบเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความอ่อนหวานที่นางเองก็ไม่ตั้งใจ “เราสองคนต่างเป็นเหยื่อของวังวนนี้ เหตุใดไม่จับมือกันเพื่อทำลายกรงขังนี้ให้สิ้นซากเล่าเพคะ?” จ้าวเหวินหลงชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่เคยพบสตรีใดที่กล้าเสนอตัวเป็นพันธมิตรกับโอรสสวรรค์ด้วยแววตาแน่วแน่เช่นนี้ เขาโน้มตัวลงไปกระซิบใกล้ใบหูจนมู่หลานขนลุกชัน “เช่นนั้น คืนนี้... ในห้องทรงพระอักษร ข้ามีบันทึกบัญชีลับของตระกูลหลินซูที่เจ้าตามหาอยู่ หากเจ้ามาด้วยตนเอง ข้าจะยกให้เจ้า... ทั้งหมด” มู่หลานเบิกตากว้าง นี่คือโอกาสที่นางรอคอยมาตลอดชีวิต เมื่อถึงยามดึกสงัด เงาจันทร์ทอดตัวยาวลงบนพื้นหินอ่อน มู่หลานเดินย่องผ่านระเบียงวังด้วยความระมัดระวัง นางสวมชุดสีดำสนิทเพื่ออำพรางตัวจากสายตาของเหล่าทหารยาม ทว่าเมื่อนางก้าวเท้าเข้ามาถึงหน้าห้องทรงพระอักษร ประตูกลับเปิดแง้มรอไว้อยู่ก่อนแล้ว นางก้าวเข้าไปข้างใน กลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ อบอวลไปทั่วห้อง จ้าวเหวินหลงนั่งรออยู่หลังโต๊ะทรงพระอักษร แสงเทียนวูบไหวทำให้ใบหน้าของเขาดูหล่อเหลาและลึกลับเกินกว่าจะคาดเดา เขาไม่ได้อยู่ในชุดมังกร แต่เป็นชุดผ้าไหมสีเรียบที่ทำให้เขาดูเหมือนบุรุษธรรมดาทั่วไป “เจ้ามาสายไปหนึ่งเค่อ” เขาเอ่ยโดยไม่เงยหน้าจากม้วนกระดาษ “ต้องหลบสายตาของกุ้ยเฟยหลินซูที่เพิ่งเสด็จผ่านตำหนักกลางเพคะ” มู่หลานตอบพลางเดินเข้าไปใกล้ “บันทึกนั่นอยู่ที่ไหน?” จ้าวเหวินหลงเงยหน้าขึ้น สายตาของเขาเปลี่ยนจากความนิ่งเฉยเป็นความอ่อนโยนที่ร้อนแรงจนมู่หลานต้องหลบตา เขาลุกขึ้นยืนและก้าวเดินเข้ามาหานางอย่างช้าๆ มู่หลานถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือเล่มโต “ความลับที่เจ้าต้องการ... อยู่ที่นี่” เขาใช้นิ้วชี้แตะที่หน้าอกซ้ายของนาง “แต่อย่าเพิ่งรีบร้อนนัก มู่หลาน... ในวังหลวงแห่งนี้ ไม่มีสิ่งใดได้มาฟรี แม้แต่ความยุติธรรมที่เจ้าโหยหา” เขาก้มลงมาจนลมหายใจของเขารดรินบนใบหน้านาง มู่หลานรู้สึกเหมือนตนเองกำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงเหวที่ไร้ก้นบึ้ง นางไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขากำลังเล่นอยู่นี้คือเกมการเมืองหรือเกมแห่งความรักกันแน่ ทว่าในวินาทีที่จ้าวเหวินหลงกำลังจะเอ่ยถ้อยคำถัดไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์นับสิบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง พร้อมกับเสียงตวาดที่คุ้นเคยของกุ้ยเฟยหลินซูที่แทรกผ่านบานประตูเข้ามา “ฝ่าบาท! หม่อมฉันทราบว่าคืนนี้พระองค์ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง หากในห้องนี้มีสตรีอื่นซ่อนอยู่ ความลับเรื่องการซ่องสุมกำลังของพระองค์จะถูกเปิดเผยต่อหน้าเหล่าขุนนางทันที!” หัวใจของมู่หลานหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม จ้าวเหวินหลงผละออกและหันไปมองประตูด้วยแววตาที่เย็นเยียบเหมือนน้ำแข็ง เขากระชากแขนของมู่หลานให้เข้าไปหลบหลังม่านกั้นภาพเขียนพู่กันขนาดใหญ่ ก่อนจะหันมามองนางด้วยสายตาที่ส่งสัญญาณว่า... *ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด* ประตูด้านหน้าถูกผลักเปิดออกอย่างแรง! กุ้ยเฟยหลินซูในชุดอาภรณ์หรูหราเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มเยาะเย้ย ทว่าทันทีที่นางกวาดสายตาไปทั่วห้อง รอยยิ้มนั้นก็แข็งค้าง เมื่อนางพบว่าบนโต๊ะทรงพระอักษร... มิได้มีเพียงม้วนกระดาษบันทึกที่นางตามหา แต่กลับมี ‘ปิ่นปักผม’ ของนางที่ควรจะหายไปตั้งแต่วันสังหารมารดาของมู่หลานวางอยู่ตรงนั้น! กุ้ยเฟยหลินซูเบิกตากว้าง หน้าซีดเผือดเหมือนเห็นผี ขณะที่มู่หลานซึ่งแอบมองอยู่หลังม่านถึงกับตัวสั่นเทาด้วยความตกตะลึง ปิ่นเล่มนั้น... เหตุใดมันถึงไปอยู่ในมือของฮ่องเต้ได้? และนั่นหมายความว่าเขารู้เรื่องทั้งหมดมาโดยตลอดงั้นหรือ? ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับก้าวต่อไปของมู่หลานนะคะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักหงส์สังหาร: บัลลังก์เลือดสะเทือนรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%